กระทู้บอลไทย
ตุลาคม 23, 2014, 07:58:56 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตบไทยสะท้านโลก!  (อ่าน 7007 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หลุมศพสำหรับเธอ_AV131+TS28
MTUTD Fanclub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1100/-111
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,256


แถวนี้(ท่าน)เถื่อน!!


| | |
« เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 11:06:23 AM »



นักตบไทยเตี้ยที่สุดแต่ใจต้องสู้...

      เพื่อนทำเกมส์ดี เกมส์เสียเราต้องยิ้มให้กำลังใจ...
       ความสามัคคี ลบจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง...

      
                    นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของการก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ อันลือลั่นของนักตบลูกยางไทยในระดับโลก และต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์รับรู้กันทั่วโลกว่า “ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงของไทยก็ไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก”

      
วอลเลย์บอล ฟีเวอร์
      
                    นี่คือวงการลูกยางของเมืองไทย ที่ต้องบันทึกเอาไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 6 ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2011 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันในระดับโลก ที่นักตบลูกยางสาวไทยสร้างชื่อเสียงให้ทีมชาติไทยได้อย่างยอดเยี่ยม
      
                    น้อยครั้งนักที่ทำให้หลายคนรู้สึกได้ว่าการแข่งขันกีฬาประเภททีมจะสามารถสร้างชื่อเสียงและคว้าอันดับ 1 ใน 10 ของโลก มาครอง ครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นนักกีฬาที่ทำให้ทุกคนที่ได้ลุ้นในทุกแมตช์การแข่งขันรู้สึกได้ว่า ทุกแมตช์ที่คนไทยและที่ได้ชมการแข่งขันทั่วโลกได้สัมผัสรอยยิ้มที่พวกเธอแสดงออกมาบนสนามแข่งขันแทนที่จะเห็นใบหน้าอันเคร่งเครียดออกมา ความสามัคคีของทีมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวของทุกคนในทีมสามารถสร้างความภูมิใจให้แก่คนไทยทุกคน

                    ทว่าความภาคภูมิใจของชาวไทยที่มีต่อสาวนักตบเหล่านี้ ถือเป็นครั้งสำคัญที่ทำให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่ากีฬาวอลเลย์บอลของสาวไทยก็ไม่แพ้ใครในโลก ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 ได้อย่างเกินความคาดหวัง เพราะก่อนหน้าที่จะไปแข่งขันศึกครั้งนี้ พวกเขาหวังเพียงแค่อันดับ 8-10 เท่านั้น
      
                    นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศ ได้บอกว่า ความภูมิใจและความสำเร็จที่ได้มา ไม่ใช่เกิดจากสมาคม แต่ต้องยกย่องเรื่องความสามารถให้แก่ทีมนักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่สามารถทำให้ทีมชาติไทยได้ก้าวเข้าไปสู่รอบ 1 ใน 8 ของการแข่งขันครั้งนี้
      
                    “ช่วงของการแข่งขันในแต่ละแมตช์สร้างความตื่นเต้น มีการแสดงออกของนักกีฬาที่สร้างความรู้สึกที่ดีต่อทีมและคนดูได้เป็นอย่างดี เป็นการเล่นที่ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเกมส์ มากเป็นประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นช่วงจังหวะที่ดี”

      
ไม่ได้เปลี่ยนระบบ แค่ทำอย่างต่อเนื่อง
      
                    ถ้าหากกล่าวถึงการแข่งขันกีฬาประเภททีมแล้วน้อยนักที่จะสามารถก้าวสู่ระดับโลกได้ แม้กระทั่งกีฬาฟุตบอลที่ใฝ่ฝันเอาไว้ว่าอยากจะก้าวขึ้นเทียบชั้นกับประเทศต่างๆ ที่เข้าไปสู่การแข่งขัน ยังทำผลงานได้ไม่ดีมากนัก สิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับระบบการบริหารในส่วนที่ดูแล ซึ่งทางสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยนั้นมีการจัดการด้วยระบบบริหารที่ดีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี
      
                    นายกสมาคมฯ บอกเอาไว้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบริหารที่เพิ่งจะมีมาตอนนี้ แต่การบริหารของสมาคมเองมีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในการดูแลของปลัดกระทรวงมหาดไทย มีการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร คัดเลือกบุคคลที่สามารถเข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจ และเป็นสิ่งที่สมาคมสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง
      
                    “เรามีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากกีฬาวอลเลย์บอลที่ไม่ค่อยมีคนเล่นเท่าไหร่ ก็เริ่มมีการขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น เราเคยนำเอาโค้ชจากต่างชาติ ทั้ง จีน ญี่ปุ่น เข้ามาในช่วงก่อนนั้นถือเป็นช่วงปูพื้นฐาน และมีการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จนมาถึงผู้ฝึกสอนคนปัจจุบันที่ทำให้มีการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทางสมาคมไม่ได้มีการเปลี่ยนโฉมหรือมาจัดตั้งเปลี่ยนการบริหารใหม่ตั้งแต่ต้น เพียงแต่เรามีการพัฒนาเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จที่เราสะสมมานาน จนเกิดการทำงานที่ต่อเนื่อง นักกีฬาชุดนี้ก็เสียสละ และตั้งใจในการฝึกซ้อม ”
      
                    “ผมว่าโดนใจคนไทยมากกว่า ประเทศเราถ้าเทียบแล้วเตี้ยที่สุด แต่เพราะพลังนักสู้ ก็เป็นเครดิตที่เราต้องยกย่องถึงความอดทน ความสามัคคี ขยันซ้อมของผู้ฝึกสอนและนักกีฬา รวมถึงกำลังใจของคนไทยทุกคน”
      
                    แผนต่อไปที่ทางสมาคมฯ ได้วางเอาไว้คือการได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในเมืองไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาเป็นช่วงรอยต่อของการบริหาร จึงสามารถจัดการแข่งขันได้เพียงแค่บางส่วนรวมถึงการแข่งขันเวิลด์กรังปรีซ์ที่ส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมด้วย
      
                    งานของสมาคมไม่ได้มีเพียงแค่การสนับสนุนนักวอลเลย์บอลหญิงเท่านั้น ยังมีวอลเลย์บอลชายและวอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งปีหน้าจะมีการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดขึ้นในระดับเอเชียที่เมืองไทย

      
เกินเป้าหมาย!
      
                    ปฏิเสธไม่ได้ว่ากว่าเส้นทางของนักวอลเลย์บอลสาวไทยจะพลิกประวัติศาสต์คว้า อันดับ 6 ในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2011 หากขาดผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถซึ่งมีดีกรีเป็นถึงอดีตนักตบชายทีมชาติไทย “เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร” หรือ “โค้ชอ๊อด” การสร้างทีมวอลเลย์บอลทีมนี้ขึ้นมาได้ ต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี ที่จะทำให้นักกีฬาทุกคนมีความสามารถและร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และสามารถเล่นอยู่ในระดับเวทีโลกครั้งนี้ได้อย่างเกินคาดฝัน
      
                    ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ทั้งโค้ชและนักกีฬาใช้เวลาฝึกฝนตนเองจนก้าวมาในระดับนี้ได้ ต้องอาศัยการฝึกซ้อม ซึ่งโค้ชอ๊อดมีหลักในการที่จะพัฒนาตามหลักการเทคนิค สภาพร่างกายต้องเตรียมตัวให้พร้อม ความเร็ว ความแข็งแรงสภาพจิตใจที่จะต้องต่อสู้กับผู้แข่งขันที่เข้มแข็งกว่า
      
                    สำหรับแท็กติกในการฝึกซ้อมก่อนลงแข่งของโค้ชอ๊อด มักจะใช้วิธีการศึกษาวิธีการเล่นของคู่แข่งในแต่ละแมตช์ว่ามีผลงานดีมากน้อยเพียงไร จุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละทีมมีอะไรบ้าง มีการคิดวิเคราะห์ผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จนมาถึงขั้นตอนของการที่ทัมฝึกสอนจะต้องมานั่งร่วมกันวิเคราะห์ว่าจะใช้แผนการไหนในการต่อสู่
      
                    “ทีมผู้ฝึกสอนต้องทำงานหนักมาก ซึ่งผู้เล่นเขาไม่รู้หรอกว่าเราต้องทำการบ้านกันมากแค่ไหน พวกเขาพักผ่อนแต่พวกเราต้องมาวิเคราะห์เพื่อให้การแข่งขันในวันพรุ่งนี้ประสบความสำเร็จ ทีมที่ผมว่ามีจุดแข่งมากจนแทบจะหาจุดอ่อนไม่ได้คือ ทีมอเมริกา และบราซิล ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง และเราเองก็เสียเปรียบในเรื่องของ**ส่วนรูปร่าง ถ้าเทียบแล้วทีมไทยเป็นประเทศที่มีจุดด้อยในเรื่องความสูง ซึ่งเราต้องมองเกมว่าต้องใช้ความเร็วเป็นตัวช่วยเสริมในเกมด้วยอีกแรง”
      

ขวัญกำลังใจ ด้วยจิตวิทยา
      
                    “เพื่อนทำเกมดี เราต้องหัดชื่นชมเพื่อนเป็น หรือเพื่อนพลาดก็ต้องรู้จักให้กำลังใจ” นี่คือสิ่งที่โค้ชอ๊อดคอยสอนให้บรรดาลูกศิษย์พึงต้องทำทุกครั้งที่ได้ร่วมเล่นการแข่งขันร่วมกัน เพื่อสร้างขวัญใจให้แก่เพื่อนๆ ร่วมทีม
      
                    ไม่ว่าจะมีกลวิธีใด โค้ชจะคอยทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนรู้จักเป้าหมายของตนเอง และเป้าหมายของทีมว่าจะมีเป้าหมายในทิศทางใด เพื่อให้นักกีฬาทุกคนเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งสิ่งที่จำเป็นต่อนักกีฬาทุกคนคือ ต้องการกำลังใจ ทั้งจากกองเชียร์ จากตัวเอง และเพื่อน
      
                    “โค้ชต้องสอนให้เขารู้จักให้กำลังใจตัวเอง สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เวลาใกล้ลงแข่งหรือเจอทีมที่เก่งกว่า นักกีฬาจะเริ่มกดดันและมีความเครียด ต้องรู้จักวิธีการปรับและควบคุม ฝึกฝนอารมณ์ตนเองให้ได้ในระดับหนึ่ง”
      
                    หลักจิตวิทยาที่โค้ชอ๊อดใช้กับทีมนักตบลูกยางสาว มีทั้งจิตวิทยาในเชิงบวก และเชิงลบ ซึ่งการใช้หลักในเชิงบวกนั้น อาจจะใช้วิธีการชมเมื่อเขาทำได้ดี หรือเชียร์เป็นกำลังใจ เพื่อกระตุ้นให้เขามีความพยายามมากขึ้นกว่าเดิม หรือในเชิงลบ อาจจะดุบ้าง หรือไม่เล่นตามแผนที่วางเอาไว้ แก้เกมลูกต่อลูกไม่ได้ก็ต้องดุ เพื่อให้เขาเกิดการกระตือรือร้นในการเล่น
      
                    “ถ้าขาดความกระตือรือร้นก็จะทำให้เกมส์เฉื่อยชา เพราะนิสัยคนไทยเองถูกปลูกฝังมาให้เล่นแบบไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวล แต่สำหรับการเล่นกีฬามันต้องมีความมุ่งมั่นในการเล่น”
      
                    ภาพของโค้ชอ๊อดแต่ละแมตช์การแข่งขันเต็มไปด้วยอารมณ์ทั้งดีใจ เครียด กดดันผู้เล่น เมื่อไหร่ที่เกมการเล่นทำได้ไม่ตามแผนก็จะส่งอารมณ์เดือด ด้วยการปาบอร์ด ซึ่งนั้นโค้ชอธิบายเอาไว้ว่า “ถ้าจะบอกว่าเป็นหลักจิตวิทยาก็ได้ บางครั้งในเกมการแข่งขันอาจจะบังคับควบคุมอารมณ์ไม่ได้บ้าง แต่ไม่ได้โกรธนักกีฬา ถ้าคุณจะระเบิดอารมณ์เพื่อทำให้ทีมไทยได้แชมป์ โดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะมาด่าตนว่าใช้อารมณ์มากเกินไป ถ้าทำแบบนี้แล้วทีมชาติไทยมาถึงอันดับนี้แล้วคนทั้งประเทศจะเกลียดก็ต้องทำ”

      
จุดเปลี่ยน ! นักตบลูกยางไทย
      
                    เปรียบเทียบแผนการเล่นในระยะ 10 ปีที่โค้ชอ๊อดทำทีมมาเริ่มมีการพัฒนาในตัวของนักกีฬามากขึ้น แต่ประเด็นหลักของแผนการเล่นอย่างเดียวคงไม่ทำให้ทีมนับตบสาวไทยก้าวข้ามผ่านอุปสรรคมาจนคว้าอันดับ 6 มาได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้นักกีฬามีความสามัคคีเกิดขึ้นในทีม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงจะทำให้ทีมผ่านมาได้
      
                    “ความรักสามัคคีในทีมเป็นเรื่องสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่สำหรับการทำทีมของผมจะต้องนรักและสามัคคีกันเป็นสิ่งที่ควรมีในตัวนักกีฬาทุกคน และขยันเล่น ขยันซ้อม เล่นตามเทคนิคที่วางเอาไว้เพื่อจะให้ทีมประสบความสำเร็จ”
      
                    “นอกจากนักกีฬาทีมผู้ฝึกสอนต้องวางแผนด้วยในช่วงของแต่ละแต้มจะทำเกมอย่างไร และในช่วงสุดท้ายต้องหยุดเกมคู่ต่อสู้อย่างไร องค์ประกอบในการฝึกฝนของผม มีแค่หลักๆ 3 ข้อ คือ How to teach, How to play และ How to coach ซึ่งทั้งหมดจะต้องรวมอยู่ในทีมชาติไทยจึงจะประสบความสำเร็จ”

      
อนาคตทีมชาติไทยรุ่นต่อไป...
      
                    ในส่วนของการพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยในอนาคต โค้ชอ๊อดได้บอกเอาไว้ว่า ทางสมาคมมีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวให้เด็กในยุคใหม่ก้าวขึ้นมาในระดับเทียบเท่ากับรุ่นพี่ แต่ในช่วงนี้อยู่ในช่วงที่โค้ชก็กำลังมองหาจุดเด่นของผู้เล่นแต่ละคนเพื่อให้ก้าวขึ้นมาได้
      
                    “แผนระยะสั้นอาจจะให้นักกีฬาพัฒนาตนเองให้เขาเก่งขึ้น ระยะกลางก็พัฒนาตัวสำรองให้ขึ้นมามีความสามารถเพื่อนำมาแทนในตัวจริงในบางแมตช์การแข่งขัน ส่วนระยะยาวนั้น วางเอาไว้ 4 ปี เราคาดหวังเอาไว้ว่า ทีมชาติไทยจะมีนักกีฬาที่มีความสูง ให้ถึง 2 เมตรให้ได้”

                    สิ่งหนึ่งที่โค้ชอ๊อดอยากจะให้รัฐบาลทำให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ ก็คือ การที่รัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การใส่ใจเรื่องโภชนาการให้มากขึ้น
      
                    “เรื่องส่งเสริมให้เด็กบริโภคนมโรงเรียนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องให้ทั้งกรมสุขภาพ กระทรวงศึกษา ต้องมาร่วมกันออกแคมเปญให้ผู้ปกครองเห็นถึงความสำคัญของการบริโภชนาการ ให้ความสำคัญกับวิชาพลศึกษาให้มากขึ้น เพราะการที่เด็กได้รับโภชนาการที่ดี พร้อมกับออกกำลังกาย ก็ช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และส่งผลดีต่อสุขภาพของคนไทยที่จะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บกันมากอย่างในปัจจุบัน
      
                    หลายประเทศในยุโรป หรือญี่ปุ่นเอง เขามีโภชนาการให้เด็กได้ดื่มนม ออกกำลังกาย ประชากรในบ้านเขาที่เป็นนักกีฬา จากคนที่เคยตัวเล็ก เดี๋ยวนี้สูงถึง 2 เมตรก็มีแล้ว แต่เมืองไทย สูงกันแค่ 180 เซนติเมตร ก็อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพให้มากขึ้น” โค้ชอ๊อดทิ้งท้าย



สาวหล่อสุดฮอต ปลื้มจิตร์ ถินขาว
      
ปลื้มจิตร์...มือตบสุดฮอตฉายาพี่โดมของสาวๆ
      
                    สาวหล่อ สุดฮอต สวมเสื้อหมายเลข 5 “ปลื้มจิตร์ ถินขาว” หรือ “หน่อง” ฉายา “พี่โดม” ตำแหน่งมือตบของทีมมือวอลเลย์บอลหญิง นอกจาก ฝีมือลูกตบสะท้านของเธอจะดีมากคนนึงของเมืองไทยแล้ว หน้าตาเธอยังน่ารักมากทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
      
       ปลื้มจิตต์” FC
      
       “ปลื้มจิตร์ ปลื้มใจ ปลื้มพี่นิ้งหน่องมากมายเลยค่ะ”
      
       “เชียร์พี่ปลื้มและทุกคนนะค่ะ..เป็นกำลังจัยให้ สู้ๆๆๆ ค่ะ”
      
       “พี่หน่องน่ารักมากค่ะ ขอให้พี่สู้ๆนะคะ”
      
       “love ( ปลื้มจิตร์ ) มากค่ะ เท่มาก”
      
       พักผ่อนให้เต็มที่นะพี่ หน่อง แล้วมาสู้เพื่อแชมป์อีกครั้ง เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ สู้ๆๆ
        ...ฯลฯ

      
                    ข้อความข้างต้นอาจจะเป็นเพียงบางส่วนที่ทำให้เราได้เห็นว่า สาวหล่อ สุดฮอตแห่งวงการนักตบลูกยางทีมชาติไทยมีบรรดาแฟนคลับมาคอยให้กำลังเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือแฟนคลับที่ตามเชียร์ติดขอบสนาม นอกจากจะไปเป็นกำลังใจให้กับทีมชาติไทยในการแข่งขันทุกแมตช์แล้ว ยังมีป้ายไฟที่มาคอยเชียร์บรรดาสาวนักตบลูกยาง และเห็นแววว่าในตอนสาวหล่อสุดฮอตคนนี้จะมีแฟนคลับจำนวนมาที่สุดคนหนึ่งของทีมชาติไทย
      
                    จำนวนกว่า 30,000 คนที่กดถูกใจบนหน้าแฟนเพจ ที่มีถึงสองแฟนเพจ และอีกหนึ่งหน้าเว็บแฟนคลับ http://www.pleumjitfanclub.com ที่คอยส่งกำลังใจให้นักตบสาวเบอร์ 5 ของทีมชาติอย่างไม่ขาดสาย
      
                    กลายเป็นอีกหนึ่งสาวหล่อสุดฮอตในวงการกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ที่ไม่ว่าจะไปแข่งขันที่ไหนมักจะมีบรรดาแฟนคลับถือป้ายไฟคอยเป็นกำลังใจอยู่ขอบสนาม รวมถึงในเฟซบุ๊กการแข่งขันครั้งนี้ทำให้ได้กำลังใจอย่างล้นหลามกับบรรดาคนไทยที่แฟนคลับ
      
                    นอกจากแฟนคลับแล้ว สาวหล่อของเรายังมีคนข้างกายที่คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างตลอดเวลา แม้ว่าหลายคนจะคิดว่าเธอเป็นสาวหล่อ และคนรู้ใจอาจจะต้องเป็นสาวสวยผู้โชคดี แต่ในทางตรงกันข้าม ปลื้มจิตต์ไม่ได้เป็นสาวหล่อห้าวมากนัก เพียงแต่ด้วยบุคลิก ความสูงที่อาจจะทำให้ผู้ชายเข้ามาหายาก และบวกกับในช่วงนั้นมีแต่เพื่อนผู้หญิงเข้ามาคุยด้วย จึงทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ในใจลึกๆ สาวหล่อคนนี้อาจจะกำลังรอชายหนุ่มที่เฝ้าฝันถึงผู้หญิงเก่งแบบเธอให้เข้ามาคุยด้วยก็ได้

บันทึกการเข้า




ชัยชนะในสนามน่าภาคภูมิใจ แต่สปิริตที่ยอมรับความปราชัย น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่า
หลุมศพสำหรับเธอ_AV131+TS28
MTUTD Fanclub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1100/-111
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,256


แถวนี้(ท่าน)เถื่อน!!


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 11:07:11 AM »

จากเด็กอ่างทองสู่นักกีฬาทีมชาติ
      
                    ก่อนหน้าที่“ปลื้มจิตต์ ถินขาว” หรือ “หน่อง” จะได้กลายมาเป็นสาวมือตบทรงพลังนั้นเธอเริ่มต้นการเล่นกีฬาปิงปองมาก่อน จนกระทั่งอายุ 14 ปี จึงผันตัวมาเล่นกีฬาวอลเลย์บอล เนื่องเพราะคุณพ่อได้บอกเอาไว้ว่า “กีฬาปิงปองไม่ได้สนุกหรอก เล่นแล้วไม่ดัง” จึงทำให้เธอหันมาจับลูกยางทั้งที่ไม่มีพื้นฐานทางวอลเลย์บอลมาก่อน แต่โชคดีที่ทางครอบครัวชอบการออกกำลังกายจึงทำให้เธอได้นิสัยการรักกีฬามาจากครอบครัว
      
                    หลังจากที่หันมาเล่นวอลเลย์บอลแล้วถูกใจ ด้วยความตั้งใจจึงทำให้เธอได้ก้าวเป็นนักกีฬาของโรงเรียนในระดับมัธยมฯ ต้น จังหวัดอ่างทอง เมื่อในการแข่งขันครั้งหนึ่งเธอโชว์ฟอร์มดีจึงทำให้โค้ช จากโรงเรียนบดินทรเดชาดึงตัวให้มาเล่นกีฬาและเรียนอยู่ที่โรงเรียนบดินทรเดชาในช่วงมัธยมฯ ปลาย ซึ่งในช่วงนั้นเองทำให้เธอได้มีโอกาสติดเป็นหนึ่งในทีมนักตบลูกยางเยาวชนทีมชาติ
      
                    “ช่วงที่ติดทีมเยาวชน เราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะติด เพราะแค่ใฝ่ฝันเอาไว้ว่าอยากจะเล่นให้ดี ซึ่งช่วงติดทีมชาติเราเองก็ต้องบอกกับตัวเองว่าเราต้องเรียนไปด้วยและเล่นกีฬาไปพร้อมๆ กันให้ได้ดี”
      
                    “มันเป็นช่วงหักเหของชีวิต คุณพ่อกับคุณแม่ให้ความสำคัญกับการเรียนมาก ถึงเราจะเล่นกีฬาแต่ก็อย่าทิ้งการเรียน ช่วงปี 1 เป็นช่วงที่ติดทีมชาติครั้งแรก เราต้องไปแข่งขันเยอะ เรียนเราก็ต้องเรียน ต้องซ้อมทุกเช้าก่อนไปเรียน กลับมาตอนสี่โมงเย็นก็ต้องซ้อมจนถึงสองทุม ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนเหมือนเพื่อนๆ”
      
                    ช่วงติดทีมชาติของหน่องถือว่าเป็นยุคที่กีฬาวอลเลย์บอลเข้าสู่ยุคกำลังไปได้สวยในการแข่งขัน จนกระทั่งเธอเรียนจบในระดับปริญญาตรี กีฬาวอลเลย์บอลเรียกได้ว่ากำลังเข้าเส้น ได้มีโอกาสไปแข่งขันต่างประเทศ ยิ่งรู้สึกสนุก และยังรักกีฬาวอลเลย์บอล เธอจึงตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาโททางด้าน MBA ควบคู่ไปกับการเป็นนักตบลูกยางทีมชาติไทยไปพร้อมๆ กัน

      
นักตบสายอาชีพ
      
                    การถูกเรียกตัวให้ติดเป็นหนึ่งในนักตบลูกยางทีมชาติไทยอยู่สองปี การแข่งขันทุกทัวร์นาเมนต์ มักจะมีเอเยนซี่มาคอยดูแววการเล่นของนักกีฬาแต่ละคน และฝีมือของนักตบทีมชาติไทยคนนี้ก็เริ่มทำให้แมวมองจากประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่กีฬานี้มีชื่อเสียงมาก ถูกคว้าตัวไปร่วมกับสโมสรหงเหอ ประเทศจีน เพื่อเซ็นสัญญาไปเล่นวอลเลย์บอลอาชีพในต่างประเทศ
      
                    “ตอนไปประเทศจีนคราวนั้นอายุ 20 ปีเองค่ะ ยังเด็กมาก โค้ชมาบอกเราว่ามีคนสนใจ เราเป็นคนไม่ค่อยกล้า เวลาไปก็ไม่รู้จะไปยังไง ไม่ได้มองว่าค่าตอบแทนมันจะมากหรือน้อยแค่ไหน เรามองแค่ว่าถ้าเราไปจะทำได้ไหม อยู่ที่เมืองไทยเรามีผู้เล่นที่รู้ใจกัน แต่ว่าถ้าเราไปนู้นภาษาไม่ได้เราจะสื่อสารกันยังไง แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจไป เพราะถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งที่เปิดประตูให้เรา”
      
                    “ถือว่าตอนนั้นเราเป็นรุ่นบุกเบิกที่สามารถไปเล่นในระดับอาชีพได้ เราคิดแค่ว่าเราต้องปูทางให้ดี ให้ต่างชาติได้รู้ว่าคนไทยมีลักษณะแบบไหน มีการเล่นไหนแบบไหน”
      
                    หน่องขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมือตบลูกยาง อันดับต้นๆ ของเอเชีย การเข้าไปเล่นในทีมสโมสรอาอูรูม ซึ่งการไปรัสเซียครั้งนั้นก็ไม่ได้ง่าย บรรยากาศการซ้อมเต็มไปด้วยความเครียด แต่โชคดีที่ยังมีเพื่อนชาวไทยไปเล่นด้วยกัน
      
                    “เรามีโอกาสได้ไปค้าอาชีพในต่างประเทศ ความคาดหวังที่ทำให้ทีมต่างชาติคาดหวังเอาไว้ที่เรามีสูงมาก เพราะเขามองเห็นแววที่มีอยู่ตัวในเรา เราก็ต้องสามารถทำให้เขามองเห็นให้ได้ อยู่เมืองไทยไม่ค่อยกดดัน แต่เมื่อไหร่ที่ไปต่างประเทศจะกดดันมากเขาเอาความหวังของทั้งทีมมาฝากเอาไว้ที่เราเหมือนกันคะ”
      
                    “ความฝันสักครั้งหนึ่งในชีวิตอยากเดินเข้าไปในสนามเป็นทีมหนึ่งที่เดินโบกธงชาติแล้วเดินเข้าไปอยู่ในนั้น เราต้องทำให้ได้และทำให้ดีที่สุดค่ะ ช่วยเป็นกำลังแรงใจให้กีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยให้ก้าวไปถึงโอลิมปิกด้วยนะค่ะ”



กัปตัน กิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์
      
วิลาวัณย์...กัปตันเบอร์หนึ่ง
      
                    “การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราก็จะอยู่ร่วมกันเป็นทีมได้ แล้วเรื่องของความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็จะตามมา” คำบอกเล่าของกัปตันคนเก่ง “กิ๊ฟ-วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์” เมื่อพูดถึงทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่สามารถคว้าอันดับ 6 ของโลก ในการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์ครั้งที่ผ่านมา และได้รับเสียงชมเชยในเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในทีมทั้งจากคนเชียร์ และจากทีมคู่แข่งขัน
      
                    “สิ่งสำคัญของการเป็นกัปตันก็คือเรื่องของความรับผิดชอบ เพราะต้องรับมอบหมายงานจากโค้ช อย่างที่สองก็เป็นเรื่องของความเป็นผู้นำ หัวหน้าทีมเป็นเหมือนแม่ทัพ เราเป็นผู้นำที่ดี ทีมก็จะไปในทางที่ดี เราต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างก่อน เวลาซ้อมเราก็ตั้งใจทำ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างโค้ชจะสั่งผ่านเราหมด คือถ้าโค้ชเข้ามาคุยเอง มันจะเป็นเหมือนการกดดันนักกีฬา เราก็ต้องใจเย็นที่คอยกระตุ้นให้เขากลับมา ไม่ใช่มาซ้ำเติมเขาว่าเขาทำเสีย โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนขี้เล่น แต่จะเล่นแต่กับเพื่อน กับน้องเราก็ต้องมีการวางตัวด้วย ส่วนใหญ่น้องๆ จะกลัว ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน โชคดีที่น้องๆ ชุดนี้ ค่อนข้างเป็นคนมีระเบียบวินัย ไม่มีใครบอกยาก มีอะไรเราก็จะคุยกัน เพราะเราสนิทกันค่อนข้างมาก อยู่ด้วยกันตลอด”
      
                    ในทีมเราจะมีระบบซีเนียร์-จูเนียร์ ซีเนียร์ ก็จะมีพี่วรรณา บัวแก้ว รองลงก็เป็นเรากับหน่อง (ปลื้มจิตร์ ถินขาว) น้องๆ จะต้องเคารพรุ่นพี่ การแบ่งหน้าที่กันทำงาน ที่ต้องระวังก็เป็นเรื่องสุขภาพ ทีมเราบาดเจ็บเยอะ เกินครึ่งทีม ก็จะมีนักโภชนาการมาคอยให้คำปรึกษา มีเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลในเรื่องของการเล่นเวท การสร้างกล้ามเนื้อ โค้ชก็จะช่วยดูแลตรงนี้ มีนักกายภาพ หมอนวดประจำทีม”

      
เล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก
      
                    ช่วงเข้ามหา'ลัย เธอเคยมีความคิดที่จะไม่เล่นกีฬาวอลเลย์บอลต่อ แต่ด้วยความเชื่อมั่นจากคนรอบข้าง พ่อแม่ และเพื่อนสนิทอย่างปลื้มจิตร์ จึงทำให้เธอกลับมาเล่นและติดทีมชาติในที่สุด “สมัยเด็กเรียนโรงเรียนต่างจังหวัดก็มีกีฬาวอลเลย์ที่ผู้หญิงจะต้องเล่น ฟุตบอลผู้ชายเล่น ก็โดนเรียกให้เล่นเยาวชนตอน ม.3 หลังจากนั้นก็เล่นมาเรื่อยๆ ที่บ้านส่งเสริมมาก พาเราไปสมัครกีฬาว่ายน้ำ แต่เราไม่ชอบ คุณพ่อเป็นคนฝึกซ้อมให้ พาไปวิ่งทุกเช้า เพื่อให้เราคัดเข้าเป็นนักกีฬาของโรงเรียนให้ได้”
      
                    นอกจากจะเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยแล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่ได้เซ็นต์สัญญา ไปเล่นวอลเลย์บอลอาชีพในต่างประเทศ กับสโมสร Konya Eregli ในลีก ตุรกี “การไปเล่นต่างประเทศก็มีส่วนช่วยเยอะเลย เราได้รู้ วิธีที่จะเล่นกับคนสูงได้ยังไง เรารู้เหลี่ยม ว่าจะต้องตียังไง รู้จุดอ่อนของเขามากขึ้น แต่ก่อนทีมไทยเวลาเจอยุโรป ก็จะรู้สึกว่าเราสู้เขาไม่ได้ ก้จะกลัวไปก่อน แต่ตอนนี้ พอได้เล่นกับเขาจริงๆ ก็รู้ว่าเขาก็ไม่ได้เก่งไปกว่าเรา เพียงแต่เขาได้เปรียบเราเรื่องรูปร่าง ตอนนี้สภาพจิตใจของเราไม่กลัวอะไรแล้ว อยู่ที่สภาพจิตใจของทีมเรามากกว่า”



นุศรา "สาวเซต มือทอง"
      
สาวสุดฮอต ซาร่า และพี่โดม
      
                    “คนที่ฮอตๆ ในทีมจะมีนุศรากับปลื้มจิตร์ แฟนคลับเยอะ นุศรามีปีนี้ที่บูมขึ้นมา มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง แต่ปลื้มจิตร์นี่ผู้หญิงจะเยอะหน่อย ผู้ชายจะไม่ค่อยกล้าเข้าหา อาจจะเป็นเพราะบุคลิกเขาเป็นอย่างนั้น บางคนคิดว่าเขาจะหยิ่ง เขาจะเป็นคนไม่ค่อยพูด คนก็จะไม่ค่อยกล้าคุย แต่ละคนจะมีฉายา อย่างนุศรา ทุกคนจะเรียกว่าซาร่า น้องแป้ง-วณิชยา หล่วงทองหลาง เพื่อนในทีมเรียกกันว่าเขียว มาจากเวลาซ้อมแล้วปากเขาจะเขียว อย่างหน่องในทีมจะเรียกกันว่าพี่โดม เพราะเขาหน้าตาดี เหมือนโดม อย่างเราเขาจะเรียกว่าพลอย เพราะชอบไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย แต่ปลื้มจิตร์เขาก็ไม่ได้เป็นทอมนะคะ เพียงแต่ไม่มีผู้ชายเข้ามาจีบเขามากกว่า ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ผู้หญิงเข้ามาคุย แต่เขาก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองนะ ถ้ามีผู้ชายเข้ามาคุยเขาก็คุย เรื่องความรักส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีเวลา เวลาส่วนใหญ่อยู่กับวอลเลย์ฯ และเราเล่นอยู่ต่างประเทศด้วย



      
“ซาร่า”....มือเซตระดับโลก
      
                    สาวสวยของทีมวอลเลย์บอลหญิง นุช-นุศรา ต้อมคำ หรือที่เพื่อนเรียกเธอว่า “ซาร่า” นักเซตมือทองทีมชาติไทย ด้วยไหวพริบปฏิภาณที่เหนือชั้น เธอจึงได้รับความไว้วางใจจากโค้ชวางเธอในตำแหน่งมือเซต เบอร์ 13

      
เส้นทางวอลเลย์บอลอาชีพ
      
                    จากพรสวรรค์และพรแสวงที่มีอยู่ในตัวมาตั้งแต่เด็ก เส้นทางนักกีฬาวอลเลย์บอลมืออาชีพจึงไม่ไกลเกินฝัน วันนี้ทุกคนต่างยอมรับในฝีมือเธอ ถือว่าเป็นตัวเซตที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมชาติไทย ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้
      
                    “เริ่มเล่นกีฬาวอลเลย์บอลตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถม จ.ราชบุรี (อายุ 10ขวบ) เราเห็นพี่สาวเล่นก็เลยเล่นตาม จริงๆ แล้วที่บ้านเขาอยากให้ลูกทุกคนเล่นกีฬาก็เลยเลือกเล่นกีฬาวอลเลย์บอล พอทางทีมชาติเขาเห็นจึงชวนมาเข้าทีมชาติ เพราะถ้าเราไม่เล่นทีมชาติก็มีโอกาสน้อยที่จะเข้าไปเป็นนักวอลเลย์บอลอาชีพ”
      
                    “ได้เข้ามาเป็นนักวอลเลย์บอลอาชีพ เมื่ออายุ 21 ปี ตอนที่ซ้อมในไทยหนักกว่าซ้อมในต่างประเทศ และได้เก็บตัวอยู่ที่ประเทศสเปน” พอเธอไปอยู่ต่างประเทศ จึงนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาใช้ที่ไทย เพราะเธอบอกว่าบางอย่างที่ไทยเราไม่มี อย่างพวกทักษะของคนตัวสูงใช้กัน ถ้าเราเป็นคนเอเชีย ตัวเล็ก ไม่สูงมาก เราจึงต้องฝึกความว่องไวและความแข็งแรง
      

ตัวเซตมือทอง
      
                    นักเซตมือทองเริ่มต้นจากอาจารย์ที่สอนในวัยเด็กบอกว่า “ใครอันเดอร์บอลได้เยอะที่สุดจะได้เป็นตัวเซต” และความสามารถของเธอก็ฉายแววเมื่ออันเดอร์บอลได้กว่า 100 ครั้ง ในขณะที่คนอื่นไม่มีใครถึงร้อยเลย
      
                    “ตำแหน่งตัวเซตนี้เล่นยาก อาจเห็นว่าแค่เซตให้เพื่อนตี แต่จริงๆ มันต้องใช้ไหวพริบหลายด้าน ต้องดูมุม ดูจังหวะ ดังนั้นคนไม่มีพรสวรรค์เล่นไม่ได้ ถ้าเราอยากเซตบอลเร็วต้องมีการฝึกเซตบอลกับกำแพง อย่างแรกเราต้องดูบล็อก สองเราต้องดูบอลแรกมาแบบไหน และดูผู้เล่นแต่ละคนว่าสถานการณ์ตอนนั้นเขาเป็นอย่างไร เพราะในทุกครั้งคนรับเสิร์ฟมาไม่เหมือนกัน บ้างรับเสิร์ฟเตี้ย บ้างรับสูงต่างกัน เราจึงต้องมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา”
      
                    จากการสร้างผลงานอันดับ 6 วอลเลย์บอลเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2011 ที่ผ่านมา ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ วอลเลย์บอลอย่างมากมาย “ล่าสุดพอใจกับการแข่งครั้งนี้มาก ระหว่างการแข่งขันเราชนะมาตลอด ทำให้มีความหวังว่าถ้าได้เข้า 8 ทีมสุดท้ายก็ยังดี และจนได้เข้า 8ทีมจริงๆ พอเข้ามาก็ไม่ขอที่บ๊วยแล้วกันได้ที่ 7 ก็ยังดี แต่พอชนะจีนมาแล้วคะแนนเราดีด้วย วันแรกที่เราไปนั่งดูเขาแข่งกับเซอร์เบียแล้วเขาเล่นดี เราก็คิดว่าน่าจะสู้เขายาก แต่เราชนะได้มันเกินความคาดหมาย”

      
แฟนคลับหนุ่มๆ
      
                    จนถึงตอนนี้เธออยู่ในวงการวอลเลย์บอลมา 8 ปีแล้ว เธอจึงขอเปรียบวอลเลย์บอลเป็นเหมือนบ้าน เพราะเป็นสิ่งที่อยู่กับเธอมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะนั่ง นอน เดิน อยู่ในที่พักก็จะซ้อมวอลเลย์บอลอยู่ตลอดเวลา วันนี้แฟนคลับของเธอเป็นตัวการันตีได้เลยว่า ผู้หญิงมือเซตทีมชาติคนนี้เป็นทั้งความฝันและความหวังของทุกคน
      
                    “เราติดตามทางเว็บไซด์ก็พอจะรู้บ้างว่ามีคนชอบเรามากขนาดนี้เลยเหรอ เราก็ดีใจ ของขวัญที่ทุกคนให้มาเราก็รู้สึกประทับใจหมด บางคนเขาสังเกตว่าเราชอบอะไร เขาก็ซื้อมาให้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือพระ ได้มาเมื่อปีที่แล้ว มีคุณลุงผู้ชายเขาให้มา อายุน่าจะประมาณสัก 40 ปีได้แล้ว เขาเดินดิ่งเข้ามาหา เราก็ตกใจว่ามีอะไรรึเปล่า เขาก็ส่งพระให้ แล้วบอกว่า “เก็บพระไว้ พระจะคุ้มครองคุณนะ ให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต” แล้วมีคาถามาให้ด้วย พอเขาพูดจบก็เดินไปเลย เราก็อึ้งยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย”
      
                    “เห็นหนุ่มๆมาคอมเม้นต์เต็มเฟชบุ๊ก (หัวเราะ) จึงไม่รู้จะตอบใครดีก็เลยไม่ตอบใครเลยดีกว่า คือในเฟซบุ๊กแฟนคลับค่อนข้างที่จะเยอะมีเป็น 1,000 คนแล้ว เราก็เปิดดูเรื่อยๆใครมาให้กำลังใจบ้างก็จะเห็นคนที่เข้ามาคอมเมนต์อยู่ทุกวัน เราก็ยิ่งปลื้มใจ”

      
มุมหวานของซาร่า
      
                    พอถามเรื่องความรัก น้ำเสียงเธอเขินทันที พร้อมกับหัวเราะเล็กๆ “สำหรับแฟนก็มีคนที่ดูๆกันอยู่ เราไม่ได้รีบร้อนอะไร เรารู้อยู่แล้วว่าเราไม่มีเวลา คู่ของเรา เราก็อยากให้เขาเข้าใจมากๆว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ ใช้เวลาส่วนมากไปอยู่กับวอลเลย์บอล จึงไม่มีเวลาให้เขามากขนาดนั้น ก็อยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำเพื่ออนาคต ทำในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ”
      
                    มีหลายคนบอกว่าเธอยิ้มสวย อวัยวะส่วนนี้บนใบหน้าจึงดูโดดเด่นกว่าส่วนอื่น และเธอก็ยอมรับว่ารอยยิ้มนี่แหละ สามารถเพิ่มเสน่ห์ให้เธอได้ ในทีมวอลเลย์บอลชุดนี้จะว่าไปก็มีอีกคนที่ฮอตสุดไม่แพ้กันก็คือ ปลื้มจิตต์ ซึ่งทั้งสวยและหล่อในคนเดียวกัน
      
                    นอกจากชื่อนุชที่เป็นชื่อเล่นของเธอแล้ว เพื่อนๆจะเรียกเธอว่า “ซ่าร่า” ที่มาจาก 2 คำท้ายชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งฟังดูแล้วก็น่ารักดี และอดสงสัยไม่ได้ที่ต้องถาม
      
                    “เพื่อนเรียก นุศรา มันยาวก็เลยเรียกซ่าร่าแทน และโดยส่วนตัวเราแล้วก็เป็นคนเฮฮา ร่าเริง ไม่คิดมาก ไม่ซีเรียสกับเรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ อยู่แล้ว พอว่างๆ เพื่อนก็ชอบชวนกันไปกินส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว แต่เราจะชอบพวกขนมหวาน อย่างเค้ก เราชอบมาก กินได้ทุกวันแต่จะอ้วนง่าย ก็จะเป็นเค้กมอคค่า อัลมอนด์หรืออะไรที่เป็นเค้กก็กินได้หมดล่ะค่ะ แต่ถ้าจะไปเที่ยวชอบไปทะเลหัวหินมากกว่า หรือไม่ก็เดินห้างชอปปิ้ง”
      
                    “อนาคตของการเล่นวอลเลย์บอลก็อยากไปโอลิมปิกให้ได้ก่อน นี่คือเป้าหมายของตัวเองและของเพื่อนๆ เพราะเราไปแข่งกันมาหมดแล้ว เหลือแต่โอลิมปิกที่เรายังไม่เคยไป เพราะจะมีอีกก็ 4 ปี ไม่รู้ว่าผู้เล่นชุดนี้ยังอยู่ด้วยกันรึเปล่า ปีนี้จึงมุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้ได้ ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าปีนี้ได้ไปโอลิมปิกก็อาจเลิกเล่นเหมือนกัน แต่ก่อนเขาบอกว่าถ้าใครได้แชมป์เอเชียจะได้ไปโอลิมปิกเลย แต่ตอนนี้มีกติกาใหม่แล้วว่าถ้าใครได้ที่ 1 2 3 World Cup ก็จะได้ไปโอลิมปิก มันก็เลยยากขึ้น เพราะมันเป็นระดับโลก”


โค๊ชอ๊อด เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

       *****************************************
       ข่าวโดย Manager Lite/ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์
       ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต  
       และขอขอบคุณ คุณ Nancy Chan เอื้อเฟื้อภาพประกอบจากข้างสนาม


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000110713
บันทึกการเข้า




ชัยชนะในสนามน่าภาคภูมิใจ แต่สปิริตที่ยอมรับความปราชัย น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่า
Green Coal
รักษ์บอลล์ไทย
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +550/-141
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,211


THAILAND ONLY


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 11:17:29 AM »

ยอดเยี่ยมครับ โจทย์ของผู้รับผิดชอบคือ ทำอย่างไร ให้ เด็กไทย สุขภาพดี มีส่วนสูงเพิ่มขึ้น
บันทึกการเข้า

Mr Sexman
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +354/-40
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,156



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 12:43:53 PM »

โคชตั้งเป้า สี่ปี ทีคนสูง สองเมตรเลยเหรอเนี่ย
บันทึกการเข้า
CIVIL
V 10 TURBO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +441/-195
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,794



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 12:46:57 PM »

ไม่ได้เปลี่ยนระบบ แต่ทำต่อเนื่อง ชอบๆๆๆ 5555+
บันทึกการเข้า
Spitz
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1173/-133
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,313



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 12:54:30 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

          
ข้อมูลผู้ขาย http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=302882.0
KARIN
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1647/-1476
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,105


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 04:50:11 PM »

ชาบูๆๆ
บันทึกการเข้า
papanice
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +686/-63
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6,107



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 04:55:26 PM »

หลายๆสมาคมควรเอาแบบอย่างการบริหารนะ
บันทึกการเข้า
Glock-19
Buriramsusu
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +6118/-3338
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,842


กมฺมุนา วตฺตี โลโก


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 04:57:19 PM »

สุดยอด ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า


BURIRAM UNITED
nunud_กสบท90
พวกเรา กองเชียร์เกรด C
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1110/-145
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,511



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 09:10:54 PM »

วอลเล่ย์บอล เทควันโด้ ยกน้ำหนัก บริหารงานกันดีมากๆครับ
บันทึกการเข้า

ตามหาแมทวอน บุรีรัมย์ 2013 สีขาว และ เทาดำ เมืองทอง 2013 และ ชลบุรี 2013 PM มาคุยกันนะครับ
siamronaldo
Newbie
*

คะแนนความรัก: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


siamer


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 02:58:11 PM »

ดีดี
บันทึกการเข้า

ท่าเรือF.C สาขา_ประเวศ
รักท่าเรือเอฟซี-รักการท่าเรือไทย
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1365/-291
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,363


เจ๋งเหรอนาย หรือจะไฝว้ กล้าป่ะ


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 03:01:21 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

CIVIL
V 10 TURBO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +441/-195
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,794



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 03:03:07 PM »

เดี๋ยวฟุตบอลจะตามพวกท่านๆไปนะครับ 555+
บันทึกการเข้า
Hnoo_SR102+AV161
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +639/-402
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,228



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 03:17:40 PM »

เตี้ยที่สุดนี่ นึกว่าญี่ปุ่นซะอีก
บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ใหญ่เกินไป
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!