Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 19, 2017, 07:33:21 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธวิธีเตรียมตัวก่อนตาย”โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์  (อ่าน 10149 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sportman
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +554/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,167



| | |
« เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 09:30:00 AM »

http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp-charun/lp-charun-12.htm

เตรียมตัวก่อนตายด้วยการฝึกเจริญพระกรรมฐาน

คนใกล้จะตายจะมี นิมิตกรรม ขึ้นมาบอกให้เราทราบ เรียกว่า กรรมนิมิต คตินิมิต  บางคนก็ชักดิ้นชักงอ บางคนก็ชกโน่นชกนี่ตลอดรายการ บางคนตาเหลือก บางคนยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะฝึกสติปัฏฐาน ๔ เขาเตรียมตัวก่อนตายด้วยการฝึกเจริญพระกรรมฐาน  ถ้าใครไม่เจริญพระกรรมฐานจะไม่มีทางแน่นอน พูดอย่างไรก็ไม่ได้ผล

อาตมาเคยประสบมาหลายครั้ง เวรกรรมตามสนอง ถ้าใครมีปาณาติบาตติดมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ รับรองว่าเป็นอัมพาตแน่นอน  อาตมาเคยหักคอนกเมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยม ๓ สติบอกว่า วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๑ เวลา ๑๒.๔๕ น.  ท่านจะถูกรถชนคอหักตาย ด้วยเดชะที่เป็นพระ  อาตมาคอหักแต่ไม่ตาย หายใจทางสะดือได้ ไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้เห็นทันตาแล้ว

ท่านอย่าเข้าใจผิดว่า สร้างความดีแล้วเวรกรรมไม่ตามสนอง ยิ่งสร้างความดียิ่งกรรมมาซัด มารไม่มี บารมีไม่เกิด สร้างความดีต้องมีอุปสรรค  เพราะเหตุใด ต้องมีอุปสรรคแน่นอน คือ กรรมมาทวงหนี้ สร้างความดีต้องลงทุนความลำบากได้

ท่านสาธุชนทั้งหลาย อาตมาโดนคอหัก แขนหัก ฟ้าผ่าที่กุฏิ รับกรรมไปในชาตินี้  สร้างความดีกรรมมาทวงเลย  ถ้าไม่สร้างกรรมดีสร้างแต่กรรมชั่ว จะไปทวงก่อนท่านตาย จะเห็นผลทันตา ตายอย่างกรรมนิมิต นิมิตที่แปลงมาบอกชัดด้วย  ท่านที่ไม่ได้เจริญพระกรรมฐานจะไม่ทราบเลยนะว่ากรรมนิมิตมาแล้วจะต้องตาย

ยกตัวอย่าง โยมสุ่ม ทองยิ่ง อาตมารู้ว่าจะต้องตายภายใน ๓ ชั่วโมง เลยเทศน์ให้ฟัง เทศน์จบเขาเดินกลับกุฏิ  อาเจียนออกมาเป็นเลือดแล้วก็ตาย เขาเข้าผลสมาบัติไปทันที  เพราะเตรียมไว้แล้ว  อาตมาเคยสอนพระกรรมฐานแก่โยมคนนี้เมื่อสมัยยังเป็นสาวอายุ ๓๘ ปี  ตอนตายอายุ ๘๔ ปี ๖ เดือน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖

โยมสุ่มเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย จะต้องตาย นายแพทย์บอกว่าหลวงพ่อ ปอดหมดแล้ว อาตมาจึงรับมาอยู่ที่วัด  บอกให้เจริญพระกรรมฐานต่อไปก็หายวันหายคืน  เขาช่วยตัวเอง อาตมาไม่ได้ไปเสกเป่าแต่ประการใดอยู่มาได้ ๑๕ ปี  หมดเวลาแล้วจะต้องเดินทางต่อไป เขาก็รู้ตัว อาตมาก็เทศน์ให้ฟังเรื่องปฐมวัย มัชฌิมวัย ปัจฉิมวัย พอ ๓ ชั่วโมง เขาก็ตายจากโลกไป

ถ้ามีกรรมติดมา เราจะรู้ได้จากการเจริญพระกรรมฐานอทินนาทานติดมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์  จะต้องถูกปล้น ถูกไฟไหม้บ้าน โดนจี้ โดนโกง กาเมสุมิจฉาจารติดมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีสามีเป็นของเขาหมด มีภรรยามีชู้หมด มีลูกเอาดีไม่ได้  จะเสียหายทั้งครอบครัว  ถ้าท่านไม่แก้

แต่ถ้าท่านมาเจริญพระกรรมฐานจะแก้กรรมนี้ได้ มุสาวาท หลอกลวงโลกหวังเอาลาภติดมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์  ท่านจะโดนหลอกโดนโกงตลอด  สุราเมรัยติดมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์  คนนั้นจะประสาทไม่ดี จะเป็นโรคประสาท ท่านเตรียมตัวแก้กรรมก่อนตายหรือยัง  ถ้าท่านไม่แก้กรรมนั้นก็ติดค้างสนองท่านไปเรื่อย ๆ ท่านจะต้องรับกรรมต่อไป

เตรียมตัวตาย

อาตมามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ นิกร อยู่ที่ภาคใต้ แม่เกลียดมากให้ไปอยู่กับพี่ชาย  พี่ชายก็ให้ไปเป็นลูกจ้างฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เคยทำบุญ แต่ตัวเองพอจะเป็นช่างอยู่บ้าง จึงหนีพี่ชายไปรับจ้างเป็นช่างไม้  ที่หนีพี่ชายไปเพราะไม่อยากฆ่าสัตว์ ตอนหลังกลับมาบ้านแม่ก็ทารุณอีก บอกให้ไปอยู่กับพี่ชายเลยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ต้องฆ่าตัวตายแน่

จึงไปหาหลวงตาที่วัด ถามว่าคนจะตายต้องทำอย่างไรบ้าง  หลวงตาก็บอกให้ทำบุญ เขาก็ไม่เข้าใจ เขาบอกว่ามีเงินอยู่ ๒๐ บาท  จะทำอย่างไร หลวงตาก็บอกว่าให้ถวายผ้าป่า ไปซื้อผ้า กล้วย อ้อย มะพร้าว ขนมจันอับ และไปตัดผม แต่งตัวสวย ๆ

คนเราเข้าใจผิดคิดว่าก่อนตายให้แต่งตัวสวย ๆ จะได้ติดตัวไป ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แต่มีประวัติมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าว่า มีพระองค์หนึ่งเป็นฝีดาษ นอนจมน้ำเลือดน้ำเหลือง พระพุทธเจ้าไปเห็นเข้าก็บอกให้พระภิกษุช่วยกันซักผ้า ลวกน้ำร้อน เช็ดน้ำเลือดน้ำเหลืองให้สะอาดเอาผ้าใหม่มาให้ห่ม  แล้วสอนพระกรรมฐานให้พระภิกษุรูปนั้นก็สำเร็จมรรคผล  ถ้านอนจมเลือดจมเหงื่อ จิตใจไม่สบายจะสอนอะไรก็ไม่ได้ผลก็เท่านั้นเอง โปรดจำเสียใหม่ อย่าคิดว่าเอาไปได้

เขาก็ไปจัดการแต่งตัว ใส่กางเกงที่ชอบและไปซื้อยามากิน  เขาถามหลวงตาว่าคนจะตายเขาท่องอะไรกัน  หลวงตาบอกให้ว่าพุทโธ  เขากินยาแล้วก็ท่องพุทโธ ๆๆ  จนกระทั่งขาดใจตาย  พนมมือว่าพุทโธ ติดปากไป ไปพบยักษ์ ปากก็ว่าพุทโธ ยักษ์หนีเลย

สิ่งนี้เป็นคติเตือนใจว่าเราจะต้องมีพระนำหน้า เวลาแห่ศพทำไมต้องมีพระนำหน้า  ไม่ใช่นำไปสวรรค์นะ แต่เป็นปริศนาธรรมที่ว่าทำอะไรให้เอาพระออกหน้า ดีแน่ ๆ เท่านั้นเอง

นิกรเมื่อออกจากร่างแล้ว ยืนดูร่างตัวเอง แล้วก็เดินทางต่อไป รู้สึกหิวข้าว จะข้ามถนนยักษ์ก็ขวาง ปากก็ว่า พุทโธ ยักษ์ก็หนี แต่ถ้าใครมีพระกรรมฐานไม่ต้องว่าพุทโธหรอกเพราะว่าพุทโธอยู่ที่จิตแล้ว จะไปไหนก็ไปได้ ไปเห็นกับข้าวที่เขาวางไว้ ก็เข้าไปนั่งยอง ๆ ขอรับประทาน  เขาบอกว่า ไม่ใช่ของเธอ ของเธออยู่นี่ ก็มีกล้วย มะพร้าว ขนมจันอับที่ถวายผ้าป่าไว้ก้มดูตัวเองก็เห็นตัวเปล่า กางเกงก็ไม่มี สร้อยก็ไม่มี เขาบอกว่า นี่ครับผ้าผืนเดียว  ผ้าผืนเดียวที่เธอถวายผ้าป่าไว้ นิกรก็บอกว่า ก่อนตายผมก็เตรียมใส่มาพร้อมแล้ว  เขาก็บอกว่า ก็อยู่ที่ศพของเธอ ของเธอมีผืนนี้ที่ถวายผ้าป่ามา

เขาก็เดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็พบยมบาล  ท่านยมบาลบอกว่า ยังไม่ถึงที่ตายให้กลับไปก่อน  นิกรบอกว่า ถ้าให้กลับท่านต้องไปบอกแม่ผมก่อน  ว่าผมเสียใจที่ถูกแม่ด่า เลยกินยาตาย ยมบาลก็พาไป ยมบาลก็เข้าร่างนิกรก่อน  ลุกขึ้นเล่าเหตุการณ์ว่าอย่าไปทำนิกร เดี๋ยวนิกรจะฟื้นขึ้นมา พอเล่าเสร็จก็ล้มวิญญาณนิกรก็เข้าร่าง  จะลุกขึ้นก็ลุกไม่ได้ต้องรักษาอีก ๓ เดือน  เลยขอบวช เวลากาลต่อมาเขาก็มาที่วัดอัมพวันก็มาเล่าให้อาตมาฟัง

ขอสรุปว่า  ความสำคัญของชีวิตนั้นเริ่มตั้งแต่ต้น เริ่มทำให้ชีวิตมีค่า เวลาของท่านจะมีประโยชน์ต่อไป ใครหนอจะทำเวลาแค่วินาทีเดียวให้มีค่าได้  ต้องมีความดีมาแล้วต้องเตรียมการมาก่อน ไม่ใช่มาเตรียมก่อนจะตาย
บันทึกการเข้า

sportman
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +554/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,167



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 09:35:59 AM »

ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เรียกว่าตายจริง  ส่วนที่หมดลมหายใจนั้นเป็นการตายสมมติ จิตเคลื่อนย้ายออกจากร่าง มีบาป บุญติดตัวไป  จิตเกิด ดับ ตลอดซับซ้อนเป็นกฎแห่งกรรม  การเตรียมตัวก่อนตายต้องเตรียมตั้งแต่เดี๋ยวนี้  เตรียมสอนลูกหลานให้เรียนหนังสือหาวิชาความรู้ใส่ตัว สอนลูกหลานให้มีคุณธรรมประจำจิต  หมั่นเจริญกุศลภาวนา ฝึกสติปัฏฐาน ๔ สามารถรู้กฎแห่งกรรมของตนเอง  จะได้แก้ไขปัญหาของชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ มองย้อนหลังไปดูพ่อแม่ และสนองคุณแก่ผู้มีพระคุณ เป็นการเตรียมตัวก่อนตายอย่างดีที่สุด

อนุโมทนา

สวดมนต์ไหว้พระเป็นธรรมประจำชีวิต  เป็นข้อคิดประจำชีวิต เกิดผลผลิเพื่องอกงาม สร้างความดีให้แก่ตน  ผลกำไรเป็นความดีเพื่อมอบให้แก่เพื่อนร่วมชาติร่วมโลกได้อยู่ด้วยความ มีโชคดีทุก ๆ ท่าน

ขอให้ท่านพร้อมสมาชิกในครอบครัวได้สวดมนต์กันทุกคนทุกครอบครัว  เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะได้มีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในชีวิต

ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุก ๆ คนสวดมนต์ก่อนนอน  ถ้าท่านทั้งหลายตั้งใจ ศรัทธา เชื่อมั่น ลูกหลานได้สวดมนต์ตามหนังสือนี้แล้ว  ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์นั้น

๑. ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี

๒. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อ-แม่ เขาจะรู้ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะวางตัวได้เหมาะสม

๓. เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว ก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อ-แม่ เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ

๔. ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดีมีปัญญา จะสมประสงค์ในสิ่งที่ดีงาม ตลอดไปทุกประการ
บันทึกการเข้า

ปaวกน้oย_SR 119
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +255/-106
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,505


ล ำ ป า ง บ า ง ห น า


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2011, 04:09:23 PM »

สาธุ 
บันทึกการเข้า

คนบางบอล_SR77
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +258/-117
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,774


little wing


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2011, 10:39:43 PM »

สิ่งใดมีเกิด สิ่งนั้นย่อมมีดับเป็นธรรมดา
บันทึกการเข้า

tanavich
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +108/-66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,075


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 03:14:46 PM »

ขอบคุณครับ สำหรับกระทู้ดีๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!