กระทู้บอลไทย
สิงหาคม 30, 2014, 09:07:52 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อีีกมุมหนึ่งของอเมริกา: สวัสดิการของประชากร...  (อ่าน 9266 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 07:08:24 AM »

สวัสดิการของประชากรของสหรัฐฯที่หลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้

ผู้มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 350,000 บาท หรือเดือนละ 29,166บาท
จะถือว่ามีรายได้อยู่ในระดับยากจน(Poverty Level) และจะได้รับ
ความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ประการแรก: อาหารที่มีคุณภาพมาก่อน...
ในกรณีข้างบนนี้ ประชากรคนนั้นๆก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
เป็นเครดิตคาร์ดสำหรับซื้ออาหารที่เรียกว่าโดยโปรแกรมนี้เรียกว่า...
โปรแกรมช่วยเหลือทางด้านอาหารเสริม(Supplemental_Nutrition_Assistance_Program)
เป็นเงินประมาณเดือนละ 7,000บาท

ต่อมาก็คือ: (สำหรับผู้ตกงานเท่านั้น)การรับเงินชดเชยจากบริษัทประกันแรงงาน...
ในกรณีที่ประชากรตกงาน สำนักงานของกรมแรงงานจะเป็นผู้ประสานงาน
ให้ประชากรคนนั้นๆได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันแรงงานซึ่งมากน้อย
ขึ้นอยู่กับอัตราเงินเดือนของบุคคลนั้นๆ งดชดเชยจากบริษัทประกันแรงงานนี้
อาจจะไม่สูงเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับจาการทำงานปกติ แต่ก็สูงพอที่จะทำให้
เป็นค่าใช้จ่ายในขณะที่กำลังวิ่งเต้นหางานใหม่

และต่อมาคือที่อยู่อาศัย: ค่าผ่อนบ้านหรือค่าเช่าบ้าน...
หากประชากรตำงานและไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าบ้านได้ เขาก็จะได้รับ
เงินช่วยเหลือเป็นประมาณเดือนละ 15,470บาท

อีกทางเลือกหนึ่ง: รัฐบาลก็จะจัดหาที่พักชั่วคราวให้เอง
ในกรณีนี้ เงินประมาณเดือนละ 13,020บาท จะถูกจ่าย
ให้กับสถานที่พักรับรองชั่วคราว และจะปันเงินส่วนหนึ่ง
ประมาณ2,450บาทเป็นเงินติดกระเป๋าให้กับบุคคลนั้นๆ
แต่ละเดือน สถานที่พักจะจัดอาหารเช้าและอาหารค่ำ
ให้กับผู้ที่เข้ามาพักอาศัยตามหลักโภชนาการ


สุดท้าย: จะได้รับมอบบัตรขึ้นรถฟรีมูลค่า2,635บาทในแต่ละเดือน(จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น)
พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวสำหรับ'ว๊อยซ์เมล'ตลอดชีพ


สวัสดิการที่ว่าข้างต้นนี้ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นๆจะต้องเป็น
ประชากรที่ถือสัญชาติอเมริกันเท่านั้น... ใครก็แล้วแต่ที่เข้าไปพำนัก
และทำงานมีหลักฐานของการเสียภาษีรายได้ก็จะได้รับสวัสดิการอันนี้



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2010, 07:24:21 AM โดย วสันต์_SR04 » บันทึกการเข้า
Joice
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1267/-92
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,296



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 07:14:36 AM »

อยากได้สวัสดิการแบบนี้มั่งจัง.....รัฐบาลไทยช่วยทำให้หน่อย
บันทึกการเข้า

Sem2857
แฟนบอลไร้สังกัด
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +918/-421
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,699


ชีวิตไม่สิ้น ก้อต้องดิ้นต่อไป,,,


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 11:39:25 AM »

ป๊าดดดด....


เงินสวัสดิการคนตกงาน เยอะกว่าเงินเดือน เราอีก


เฮ้อออออออ....ชีวิต...
บันทึกการเข้า

เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...
ซ้าย_SR
เรือกอและพิฆาต!
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1173/-174
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,301


อย่างหนาตราช้าง ต้องวีวี่ & ลิ่วล้อ


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 11:55:37 AM »

อืมมม!!! ซานฟรานฯ  ผมว่าคนผิวสีคงไม่เยอะเท่าไหร่ (เทียบเป็น%)
(ถ้าพวกเกย์หน่ะ เยอะแน่ ๆ)   ยิงฟันยิ้ม

ไม่ได้เหยียดผิวนะครับอา
แต่ว่า.. ทำไมหนังฮอลลีวู้ดทุกเรื่องเลย ถ้ามีนิโกร
ไม่เห็นพวกนี้จะทำงานอะไร   รับแต่ความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเดียว

และทุกเรื่อง ถ้าเป็นเยาวชน มักจะออกจากโรงเรียนกลางคันทุกที
   เศร้า
บันทึกการเข้า

สถานะทางตำแหน่ง(เมิง)ยังมั่นคง     แต่สถานะทางสังคม(เมิง)ล้มละลาย
Braveheart (พี่เบียร์)กองแช่ง_xi
เรารักท่านประธาน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +926/-462
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,150


อนาคตผมต้องเป็น เภสัชกร !


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 12:05:43 PM »

ก่อนอื่นต้องขอ ชี้แจงก่อนนะครับ ในถานะที่ บุคลในครอบครัวของผม ได้ทํางานและอาศัยใน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2531

สวัสดิการข้างต้นนี้ ถ้าเทียบกับประเทศไทยถือว่าสูง แต่ถ้าเทียบกับ สถานะและคุณภาพชีวิตประชากรอเมริกัน ถือว่าตํ่านะครับ

สวัสดิการเหล่านี้ ต้องแลกมาด้วยภาษีที่แพง และค่าครองชีพ กับค่าใช้จ่ายในประจําวันที่ค่อนข้างโหดกับผู้ที่มา ประเทศนี้ใหม่ ๆ
และการที่จะไปทํางาน หรือได้สัญชาติอมเริกัน นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมกันนี้ ปัจจุบัน ชาวอเมริกัน ได้มีนโยบายกัดกันชาวต่างด่าวที่หนีเข้าเมือง และผู้ที่มาแสวงโชคในประเทศเขา
คือง่าย ๆ เขากลัวว่า คนต่างชาติจะมาแย่งงานคนอเมริกัน  เพราะขนาดคนประเทศเขา ยังมีงานทําไม่ถึง 75% แล้วเขาจะเอางานดีๆ มาให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า จากต่างประเทศเพื่ออะไร

เดี่ยวมีต่อครับ

 ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2010, 12:07:47 PM โดย Braveheart กองแช่ง_xi » บันทึกการเข้า

www.tratfc.in        www.tratfc.in/webboard          www.facebook.com/Tratfc.in

เกิดเป็นลูกชาวตราด ต้องเชียร์ ตราด เอฟซี
มหาชัย _SR02
อันนี้เรื่องจริง
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +842/-59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,423


Not So Fast !!!!! My Friend


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 12:10:29 PM »

ก่อนอื่นต้องขอ ชี้แจงก่อนนะครับ ในถานะที่ บุคลในครอบครัวของผม ได้ทํางานและอาศัยใน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2531

สวัสดิการข้างต้นนี้ ถ้าเทียบกับประเทศไทยถือว่าสูง แต่ถ้าเทียบกับ สถานะและคุณภาพชีวิตประชากรอเมริกัน ถือว่าตํ่านะครับ

สวัสดิการเหล่านี้ ต้องแลกมาด้วยภาษีที่แพง และค่าครองชีพ กับค่าใช้จ่ายในประจําวันที่ค่อนข้างโหดกับผู้ที่มา ประเทศนี้ใหม่ ๆ
และการที่จะไปทํางาน หรือได้สัญชาติอมเริกัน นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมกันนี้ ปัจจุบัน ชาวอเมริกัน ได้มีนโยบายกัดกันชาวต่างด่าวที่หนีเข้าเมือง และผู้ที่มาแสวงโชคในประเทศเขา
คือง่าย ๆ เขากลัวว่า คนต่างชาติจะมาแย่งงานคนอเมริกัน  เพราะขนาดคนประเทศเขา ยังมีงานทําไม่ถึง 75% แล้วเขาจะเอางานดีๆ มาให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า จากต่างประเทศเพื่ออะไร

เดี่ยวมีต่อครับ

 ยิ้ม



มันถึงมารีไทร์  อยู่บ้านเรากันไง 

กินที่โน้นไม่พอ  มาอยู่นี่อย่างกัยราชา

อยากได้สวัสดิการแบบนี้มั่งจัง.....รัฐบาลไทยช่วยทำให้หน่อย


เจ้เสียภาษี ร้อยละ 33 -40  เหมือนเขาไหมหล่ะ
บันทึกการเข้า
เดี๋ยวค่อยว่ากัน_SR70
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +138/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,612


น่ารักเหมือนลิง


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 01:04:11 PM »

ท่องไว้ให้ขึ้นใจครับ....เกิดเป็นคนไทยโชคดีที่สุดแล้ว... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 11:58:39 PM »

อืมมม!!! ซานฟรานฯ  ผมว่าคนผิวสีคงไม่เยอะเท่าไหร่ (เทียบเป็น%)
(ถ้าพวกเกย์หน่ะ เยอะแน่ ๆ)   ยิงฟันยิ้ม

ไม่ได้เหยียดผิวนะครับอา
แต่ว่า.. ทำไมหนังฮอลลีวู้ดทุกเรื่องเลย ถ้ามีนิโกร
ไม่เห็นพวกนี้จะทำงานอะไร   รับแต่ความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเดียว

และทุกเรื่อง ถ้าเป็นเยาวชน มักจะออกจากโรงเรียนกลางคันทุกที
  เศร้า


อันนี้เป็นสิ่งที่่น่าสนใจที่หลายๆคนอาจไม่รู้อีกนั่นแหละ เช่น
คนผิวดำที่เขาคิดว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศเต็มตัวแล้วรังเกียจ
คนเชื้อสายเม็กซิกันคนเอเซียและคนจากส่วนต่างๆของโลกว่า
มาแย่งโอกาสการทำกินของเขา แต่ความจริงก็คือส่วนใหญ่แล้ว
พวกเขาจะอยู่ในแวดวงที่ไม่ส่งเสริมให้มีการศึกษาและมีวิชาในการ
ที่จะทำไปประกอบอาชีพ แต่ในส่วนที่พวกเขาถูกกีดกันหรือยอมรับ
มันก็มีอยู่

คนผิวดำก็เหมือนกับชนเชื้อชาติอื่นๆในอเมริกาซึ่งมีอยู่หลายระดับชั้น
แต่ส่วนที่่มีการศึกษาน้อยและมีผลผลิตออกมาแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะ
ได้รับการศึกษาก็ต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถที่จะยกระดับของตนเองขึ่นมาได้
เมื่อผู้ปกครองไร้การศึกษามันเป็นที่น่าเสียดายที่ลูกหลานก็จะด้อยโอกาส
ไปโดยปริยาย และอาจจะทำให้ดูเผินๆคล้ายกับถูกเหยียดและกีดกันซึ่ง
โดยทั่วไปมาจากความไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของพวกเขามากกว่า
ยิ่งได้รับการสอนให้ยึดมั่นในสิทธิด้วยแล้วทำให้บางส่วนหยุดที่จะพัฒนาตนเอง
และไม่สามารถที่่จะแข่งขันกับชนกลุ่มอื่นในตลาดงานได้...


สำหรับชนกลุ่มน้อยแถวๆซาน ฟรานซิสโก ในขณะที่คนผิวดำโดยทั่วไป
มีความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้วในย่านอ่าว
ซาน ฟรานซิสโกซึี่งไม่ได้หมายความว่าเพียงในเมืองซาน ฟรานซิสโกเท่านั้น
ชนกลุ่มน้อย(minority) ที่ใหญ่ที่สุดแน่นอนคือชนเชื้อสายเม็กซิกันเพราะคาลิฟอร์เนียเดิมทีเป็นของเม็กซิโก

แต่ชาวเอเซียก็เป็นกลุ่มที่รองลงมาโดยมีชนเชื้อสายเอเซียประมาณ
1.4ล้านคน คนผิวดำเพียงประมาณ5แสนคนเท่านั้น... ชนเชื้อสายฟิลิปปีนส์
เป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุด ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากในระหว่างที่สหรัฐฯได้
ทำการขยายประเทศไปทางตะวันตก เขามีความต้องการวิศวกรโยธาที่
ขาดแคลนและได้นำเอาวิศกรฯจากฟิลิปปีนส์เข้าไปพัฒนาประเทศในส่วนนี้
ชาวฟิลิปปีนส์ซึ่งเป็นชนที่นับถือศาสนาโรมัน คาธอลิกซึ่งไม่เชื่อในเรื่องของ
การคุมกำเนิดจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรของชาวฟิลิปปีนส์ขยายไป
อย่างรวดเร็ว และอีกส่วนหนึ่งจากความเชื่อเดียวกันนี้ทำให้ทางบ้านก็มีลูก
หลานและญาติพี่น้องอยู่มากมายที่ต่อมาได้ทำการสปอนเซอร์กันเข้าไปอยู่
ในอเมริกา โดยเฉพาะชาวฟิลิปปีนส์ที่โดยทั่วไปจะด้อยโอกาสอย่างพวกที่
มาจากตอนเหนือหุบเขาและอากาศเย็นแถบบาเกียว ทำให้มีคนฟิลีปปีนส์ได้
นิยมที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่ติดกันกับซาน ฟรานซิสโกที่ชื่อว่าเมืองเดลี่ ซิตี้
เพราะมีอากาศเย็นคล้ายคลึงกันกับบาเกียวจนทำให้เมืองเดลี่ ซิตี้ ถูกเรียกว่า
ลิเติ้ล บาเกียว...

การพัฒนาของสาธารณะรัฐคาลิฟอร์เนียด้านการสร้างถนนเป็นฝีมือของ
คนฟิลิปปีนส์ในขณะนี่ทางรถไฟและเหมืองทองเป็นของกรรมกรจากจีน
สังเกตไหมว่าผมใช้คำว่า'สาธารณะรัฐคาลิฟอร์เนีย' เพราะในความเป็นจริงแล้ว
การปกครองของสหรัฐฯเป็นการปกครองแบบสาธารณะรัฐที่แต่ละรัฐเปรียบ
เสมือนประเทศเอกราชที่มีกฏหมายของตนเองที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรัฐ
หากแต่การรวมรัฐหรือประเทศเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นการกระทำเพื่อสร้างความ
แข็งแกร่งให้กับกลุ่มประเทศของเขา

เนื่องจากซาน ฟรานซิสโกเต็มไปด้วยชนจากเชื้อชาติต่างๆ ทำให้การให้ความ
ช่วยเหลือต่อชนเชื้อชาติต่างๆที่หน้าตาไม่เหมือนพูดภาษาและสำเนียงไม่เหมือน
ไม่ใช่สิ่งที่แปลก เพราะมันประกอบไปด้วยผู้คนตั้งแต่ระดับบริหารและประชากร
ทั่วไปที่มีใจที่เปิดและยอมรับชนชาติศาสนาและวัฒนะธรรมอื่นได้ ทำให้ระบบการ
ให้ความช่วยเหลือต่อผู้เดือนร้อนเรียกได้ว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และเป็น
เหตุให้ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ว่างงานที่เข้าไปรับความช่วยเหลือกว่า80-90% ไม่ใช่
คนจากในเมืองซาน ฟรานซิสโก แต่มาจากรัฐหรือเมืองอื่น รวมทั้งเมืองโอ๊กแลนด์ซึ่งอยู่กันคนละฟากอ่าวเพียวข้ามสะพานที่การบริหารแย่มากไม่สามารถที่จะดูและ
ประชากรของตนเองได้...

ที่น่าสนใจอีกประเด็นก็คือ พวกที่เข้าไปขอความช่วยเหลือเหล่านั้น
มันจะประนามนโยบายของซาน ฟรานซินโกซึ่งเป็นแบบค่อนข้างเปิด
อาทิ กรณีของสิทธิของเกย์และชาวต่างชาติ ทำให้คนจากที่อื่นๆกล่าวหา
ซาน ฟรานซิสโกต่างๆนาๆ พวกเขาจะเกลียดทุกอย่างที่เป็นซาน ฟรานซินโก
ยกเว้นอาหารและที่ซุกหัวนอน คนเราอ่ะนะ...


สำหรับเรื่องของคนผิวดำ หนังฮอลลี่วูด ไม่ใช่ตำราของการเรียน
ประวัติศาสตร์และระบบสังคมของสหรัฐฯที่ดี... เพราะในความเป็นจริงแล้ว
คนผิวดำหรือชนเชื้อสายอาฟริกาในอเมริกานั้น มีทั้งคนจน คนชั้นกลาง
เศรษฐี และ อภิมหาเศรษฐี แต่เขาก็มีการเหยียดกันในหมู่ของพวกเขา
ประมาณว่าอาฟริกาเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ก๊ก หมู่ และ เหล่า
แต่การแสดงของหนังหรือ ดราม่า มันเป็นการสร้างเรื่องให้ถูกใจของลูกค้า
บางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่จะซื้อตั๋วเข้าไปดูส่วนใหญ่ที่มีระดับความเข้าในของ
สังคมของเขาเองน้อยมาก

ทุกวันนี้คนที่เกิดหลังจากสงครามเวียตนามจบสิ้นไปแล้วเป็นจำนวนมาก
ยังมีความเชื่อว่าสหรัฐฯเข้าไปทำสงครามเวียตนามเพื่อปกป้องเอกราชของตนเอง
ก็ยังมีอยู่มากมาย คนจน คนไร้การศึกษา คนที่งมงายกับความเชื่อ หรือ
คำว่ารักชาติโดยไร้เหตุผลที่ตกเป็นเครืองมือของนักธุระกิจและนัการเมือง
ที่ฉลาดและฉลาดแกมโกงมีอยู่ทุกมุมโลกครับ...


ภาษี... การใช้อัตราภาษีที่สูงเป็นคำขู่เป็นการกระทำของพวกที่กุมอำนาจ
และผลประโยชน์ทางสังคมที่ได้เปรียบอยู่แล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าพวกที่ต่อต้าน
การขึ้นอัตราภาษีจะเป็นพวกที่มีรายได้เป็นล้านๆ เช่นนักกีฬาอาชีพที่มี
อุดมการณ์มาจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัยแล้วกลายเป็นเศรษฐีเขาจะเปลี่ยน
ไปเพื่อปกป้องเงินที่่มาจากรายได้ของพวกเขาเอง...

หากการเก็บภาษีที่สูงมันหมายถึงการประกับสวัสดิภาพสังคมและความเป็น
อยู่ของประชากรได้ มันก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ แต่คำว่าภาษีมันทำให้คนรู้สึกว่า
จะถูกรัฐบาลแย่งเงินไปจากการทำงาน หากมองเพียงกระเป๋าของเราเท่านั้น
แล้วรักชาติซึ่งชาติหมายถึงประชากรทั้งหมดของประเทศที่ควรจะมีความเป็น
อยู่ที่ดีรวมทั้งผู้ที่ด้อยโอกาสจากสาเหตุต่างๆด้วยไม่ใช่เหรอ...





บันทึกการเข้า
ผู้พันหิ่งห้อย
คบพี่เสือไว้ ไม่ผิดหวัง ฮี่ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +754/-488
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,873


จับหอยสองมือ


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 12:05:54 AM »

อเมริกา เก็บภาษี กี่เปอร์เซนต์คับน้าวสันต์
บันทึกการเข้า

ไม่หล่อแถมจนพร้อมพาทุกคนลำบาก
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 02:23:09 AM »

อเมริกา เก็บภาษี กี่เปอร์เซนต์คับน้าวสันต์

มันไม่มีเปอร์เซ็นตายตัวอย่างที่หลายๆคนเชื่อกันหรอกครับ
มันขึ้นอยู่กับระดับรายได้และรายจ่ายของแต่ละบุคคล
เขามีสูตรที่ในการคิดที่ยุ่งเหยิงพอสมควร พวกนักการเมือง
เขาชอบเอามาเป็นเครื่องมือในการขู่ผู้ลงคะแนนออกเสียง
คนที่มีความรู้จริงๆเท่านั้นที่ได้เปรียบ

หากรายได้ของคุณต่ำ ส่วนที่ทางที่ทำงานหักเอาไว้แล้วส่ง
เข้าไปให้สรรพากรณ์จะถูกส่งคืนให้คุณ
ระบบของเขาให้สิทธิในการหักภาษีมากมาย เช่น ซื้อรถยนต์
ราค่าแพงหรือ คอมพิวเตอร์เพื่อมาประกอบธุระกิจ ค่าเรียน
ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทำงานและธุระกิจของคุณสามารถ
ที่จะหักภาษีได้ ดอกเบี้ยจากการซื้อบ้านหักภาษีได้และอะไรๆอีกหลายอย่าง
ที่จะหัก


สำหรับคนที่ทำงานที่หน้าบานเวลาที่รัฐบาลส่งเงินคืนให้เพราะถือว่าจ่ายเกิน นั่นก็ผิด
เขาดีใจคิดว่าได้เงินคืนจากรัฐบาล แต่สำหรับคนที่มีการศึกษาและเข้าใจระบบแล้ว
เขามีวิธีการที่จะให้เงินที่ถูกหักล่วงหน้านั้นน้อย และต้องจ่ายในตอนสิ้นปีแทนการได้รับคืน

เหตุผล... หากคุณได้รับคืนมันหมายความว่ารัฐบาลเอาเงินของคุณไปเก็บไว้
แทนที่คุณจะเอามันไปใช้ไปหมุน แต่หากคุณต้องจ่ายที่หลัง มันก็หมายความว่า
คุณได้นำเอาเงินของคุณมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย


เรื่องที่เขาไม่ควรที่จะบ่นเกี่ยวกับการเสียภาษีก็เพราะบริการต่างๆ
เช่น ไปทำใบขับขี่เสียค่าบริการเพียงน้อยนิดหรือสถานที่ราชการต่างๆ
ที่ปฏิบัติต่อผู้ที่เข้าไปติดต่อเยี่ยงลูกค้าที่เข้าไปรับบริการ ตลอดจนถนน
หนทางที่สร้างให้ใช้ฟรีโดยไม่มีการตั้งด่านเก็บเงินหรือด่านรีดไถ

มันเป็นระบบเพื่อคุณภาพของชีวิตของสมาชิกสังคม ที่มาจากการทำงานของ
ผู้ที่เข้าไปบริหารโดยปราศจากความต้องการกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว


บันทึกการเข้า
Koupreyshark_SR 36
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +877/-60
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,877


KouprEy Dangerous


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 05:43:08 AM »

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆ

+1
บันทึกการเข้า

~* สามัคคีรวมใจ เชียร์บอลไทย ไปกับเอสอาร์ *~
Koupreyshark_SR 36
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +877/-60
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,877


KouprEy Dangerous


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 05:44:06 AM »

อยากรู้เกี่ยวกับการศึกษาในอเมริกาครับ
เขาจัดให้กับประชาชนเขายังไง ถ้าเทียบกับประเทศของเรา
บันทึกการเข้า

~* สามัคคีรวมใจ เชียร์บอลไทย ไปกับเอสอาร์ *~
พันโท Masaru
เคยถูกแบนมาแล้ว
Sr. Member
*

คะแนนความรัก: +49/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,609



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 06:00:44 AM »

ถ้าอยากให้ สวัสดิการณ์ ประเทศเราดี ก็เสียภาษี กันเยอะ ๆ นะคร๊าบบ

บันทึกการเข้า
Marco bb
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1036/-966
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,790


แฟนบอลไทยพันธุ์ทาง


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 06:30:14 AM »


ประชากรอเมริกามีอยู่2อย่างที่หนีไม่พ้นคือความตายกับ สรรพากร 55

ประเทศไทยมีคนเสียภาษีแค่13เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ขณะประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ 40เปอร์เซ็น+
ดังนั้นการจะเอาระบบรัฐสวัสดิการแบบสมบูรณ์เหมือนยุโรป เลิกคิดได้เลย
บันทึกการเข้า
~ MuntaZid ~ TS_61
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +132/-12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก !!!!!!!


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 06:33:15 AM »

หนังฮอลีวู้ด คือสื่อที่สร้างไว้ล้างสมอง  

สังเกตเถอะ - อเมริกาจะดีถูกทุกอย่างและเป็นผู้ช่วยเหลือโลก จากอันตรายต่างๆ ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม อุกกาบาต ก่อการร้าย
           - หนังบู๊อเมริกาปฏิบัติต่อฝ่ายตรงข้าม แบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แทบทุกเรื่อง  แต่คนดูกลับชอบ เพราะสะใจดี มันส์ดี บู๊ดี  
            ประมาณว่า ฆ่ามันไม่เป็นไร มันทำเลวไว้เยอะ   (ที่เยอะใครตัดสินละ)      
            ทั้งที่ความจริงควรว่าไปตามกฏหมาย
           - สร้างความไร้ศีลธรรม อันนี้ไม่ต้องบอก มีเกือบทุกเรื่อง 55  ไม่ฆ่ากันเป็นผักปลา ก็สอยกันนัว
             (ถึงจะมีภาพเบลอๆ มืดๆ หรือตัดช๊อตเด็ดออกไป) 
           
บันทึกการเข้า


โฆษณาแฝง : ได้เงินง่ายๆ แค่เล่นไฟล์ฟ๊อกซ์ http://munmygpt.blogspot.com/2011/01
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 10:57:20 AM »

ก่อนอื่นต้องขอ ชี้แจงก่อนนะครับ ในถานะที่ บุคลในครอบครัวของผม ได้ทํางานและอาศัยใน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2531

สวัสดิการข้างต้นนี้ ถ้าเทียบกับประเทศไทยถือว่าสูง แต่ถ้าเทียบกับ สถานะและคุณภาพชีวิตประชากรอเมริกัน ถือว่าตํ่านะครับ

สวัสดิการเหล่านี้ ต้องแลกมาด้วยภาษีที่แพง และค่าครองชีพ กับค่าใช้จ่ายในประจําวันที่ค่อนข้างโหดกับผู้ที่มา ประเทศนี้ใหม่ ๆ
และการที่จะไปทํางาน หรือได้สัญชาติอมเริกัน นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมกันนี้ ปัจจุบัน ชาวอเมริกัน ได้มีนโยบายกัดกันชาวต่างด่าวที่หนีเข้าเมือง และผู้ที่มาแสวงโชคในประเทศเขา
คือง่าย ๆ เขากลัวว่า คนต่างชาติจะมาแย่งงานคนอเมริกัน  เพราะขนาดคนประเทศเขา ยังมีงานทําไม่ถึง 75% แล้วเขาจะเอางานดีๆ มาให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า จากต่างประเทศเพื่ออะไร

เดี่ยวมีต่อครับ

 ยิ้ม



หากคุณรู้จักประเทศนี้ทะละเหมือนกับได้ไปสัมผัสมาเอง
ผมอยู่มาแค่สามสิบปีคงไม่มีอะไรจะเสริมให้ เชิญเข้ามาต่อได้ตามสบายครับ



บันทึกการเข้า
กล้วยเน่า
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +29/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 11:05:07 AM »


ผู้มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 350,000 บาท หรือเดือนละ 29,166บาท
จะถือว่ามีรายได้อยู่ในระดับยากจน


แสดงว่าผมอยู่ในข่าย ระดับ ยาจก

เงินเดือน สองเดือน หมื่น  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 11:20:36 AM »

อยากรู้เกี่ยวกับการศึกษาในอเมริกาครับ
เขาจัดให้กับประชาชนเขายังไง ถ้าเทียบกับประเทศของเรา

เด็กทั้งห้องและท้องโรงเรียน
1. ไม่มีการร้องเพลงชาติ
2. ไม่มีการสวดมนต์
3. ไม่มีการท่องอาขยาน
4. ไม่มีการท่องสูตรคูณ (ให้ทำการบ้านบ่อยๆเขาจำกันได้เอง)
5. เขาใจหลักการ และ สามารถหา ครน. และ หรม. ได้ทุกคน
ุ6. ทำการบ้านไม่เกิน90-120นาที
ึ7. ไม่เพียงแต่ส่งเสริม แต่สร้างบรรยากาศและทำให้การแสดงออกทางความคิด
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อชีวิตประจำวัน

เด็กตั้งแต่ชั้นป.6 ป.7 ขึ้นไปจะเริ่มทำงาน และมีเวลาว่างน้อย
ชมรมที่โรงเรียน กีฬา ดนตรี กวดวิชาบางสาขาที่จำเป็น
เรื่องออกไปเดินเพล่นพล่านหน้าปากตรอก หรือตามมอล
น้อยมากที่หากมีจะถูกจับตาดูหรือถูกสอบสวนเพราะมันเป็นสิ่งผิดปกติ
นักศึกษาแม้แต่ลูกคนมีเงินส่วนใหญ่ก็จะทำงานเพราะมันเป็นบทเรียน
ของชีวิต




บันทึกการเข้า
SuperJunior_AV002
Thailand National Football Team We are going to play for AFC Asian Cup 2015
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +100/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,684


อาชีพต่อไปจะทำให้ได้=อัยการแห่งราชอาณาจักรไทย


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 11:31:07 AM »

ผม เมล์ไปหา อาจารย์ที่ปรึกษา ที่คาร์เนกีเมลลอน

ได้ดูข้อมูล ประชากร รัฐทางเหนือ แถวๆ แพนซิวาเนีย โอไฮโอ ไอโอวา

ส่วนใหญ่ คนที่ไม่ใช่เชื้อสายอเมริกัน จริงๆ จะมีพวกมาจาก อังกฤษ เยอรมัน ฮอลแลนด์ มาตั้งถิ่นฐานเยอะ

อเมริกันผิวดำ ก็ เยอะใช่เล่น นะ
บันทึกการเข้า




ฉลองครบ 5 เดือนระลึกความหลังแก๊งค์ AV โดยพี่เต้ Chonsea
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=85516.0
คอบอล_SR09
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1150/-27
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,925


ชีวิตนี้แสนสั้น รักกันไว้ดีกว่า


| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 02:25:47 PM »

+1 ครับน้า ขอบคุณมากจริงๆผมได้รู้หลายสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนมากมาย เพราะน้านี่แหละครับขอบอก  ยิงฟันยิ้ม

แต่พักหลังผมไม่ค่อยว่าง เข้ามาประจำแต่จะแอบแวะเข้ามาเป็นคราวๆ...


 

บันทึกการเข้า


ฝากรูป
 
   นกและไก่ดูดีที่สีขน เกิดเป็นคนงดงามที่น้ำใจ
dreamkub
Newbie
*

คะแนนความรัก: +16/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


If you can't say something nice,don't say anything


| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 03:08:20 PM »

+1 ครับ
ความรู้ดีๆ ชอบ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตที่มีทั้งมูลค่า (มีเงินพอจับจ่ายใช้สอย) และมีคุณค่า (มีความดีที่ทำให้ภาคภูมิใจ)
dreamkub
Newbie
*

คะแนนความรัก: +16/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


If you can't say something nice,don't say anything


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 03:15:11 PM »

คุณพี่วสันต์ครับ
ช่วยวิเคราะ ความแตกต่าง นักเรียน us กะนักเรียนไทยให้ฟังหน่อยได้มั้ย ตั้งแต่วิธีการเรียนคับ
ว่าทำไมตอนเด็กฝรั่งเค้าสอนกันยังไง ให้สุดท้ายแล้วผลผลิตของเค้า(อนาคตของชาติ)ดีกว่าเรา
ทั้งๆที่เด็กของเรา IQ ก็ไม่ได้แย่กว่ามิหนำซ้ำเด็กของเรายังเก่งคณิตกว่าเค้าเป็นหลายเท่า(ฟังคนอื่นมา)
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตที่มีทั้งมูลค่า (มีเงินพอจับจ่ายใช้สอย) และมีคุณค่า (มีความดีที่ทำให้ภาคภูมิใจ)
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 08:59:25 PM »

ผม เมล์ไปหา อาจารย์ที่ปรึกษา ที่คาร์เนกีเมลลอน

ได้ดูข้อมูล ประชากร รัฐทางเหนือ แถวๆ แพนซิวาเนีย โอไฮโอ ไอโอวา

ส่วนใหญ่ คนที่ไม่ใช่เชื้อสายอเมริกัน จริงๆ จะมีพวกมาจาก อังกฤษ เยอรมัน ฮอลแลนด์ มาตั้งถิ่นฐานเยอะ

อเมริกันผิวดำ ก็ เยอะใช่เล่น นะ

เข้าใจผิดแล้วครับ... มันไม่มีหรอกคนเชื้อสายอเมริกันน่ะ

อเมริกันเป็นเพียงนามธรรม และคนสัญชาติอเมริกันมาจาทั่วทุกมุมโลก
คนเอเซียชอบเรียกชนผิวชาวว่าอเมริกันทั้งๆที่พวกเขามากันจากอิตาลี
ไอร์แลนด์ สก๊อตแลนด์ อังกฤษ ฮอลแลนด์ เยอร์มัน อังการี เดนมาร์ก สวีเดน
สิ่งที่ทำให้วัฒนะธรรมบางส่วนของชนผิวขาวเหมือนว่าเป็นอเมริกันนั้น
คือศาสนาคริสต์ที่ทำให้พวกเขามีความคิดและความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน

มันไม่มีชนเชื้อชาติใดที่จะเป็นอเมริกันกว่ากันหรอก คุณไม่เห็นหรอกเหรอ
ที่รัฐมนตรีแรงงานเป็นคนจีน รัฐมนตรีสาธารณะสุขเป็นคนจึน นักพัฒนาการศึกษาในวิชิงตัน ดี.ซี. เป็นผู้หญิงเกาหลี ผู้ว่าราชการหลุยเซียน่ามาจากอินเดีย ผู้ว่ารัฐคาลิฟอร์เนียมาจากออสเตรีย

หากเรามองผ่านกางเกงยีนส์ ทหาร ปืน ระเบิด มันยังมีอะไรที่เราจะเรียนรู้ได้อีก
มากมาย จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ



บันทึกการเข้า
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3142/-1404
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28,915


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 09:27:34 AM »

+1 เป็น 100 ครับ ลุงวสันต์

ผมสังเกตหนังฮอลลี่วู๊ด หลายเรื่อง เค้าพยามสื่อว่า อเมริกันให้ความสำคัญกับคนผิวสี และคนเชื้อสายเอเชีย มีอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

เราจะเห็นคนผิวสี รับบทเป็นนักสืบ,เป็นตำรวจ,เป็นแพทย์ แต่ไม่ค่อยเจออาชีพทนายความ

เค้าพยามจะสร้างภาพรึป่าวครับ
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 10:26:51 AM »

คุณพี่วสันต์ครับ
ช่วยวิเคราะ ความแตกต่าง นักเรียน us กะนักเรียนไทยให้ฟังหน่อยได้มั้ย ตั้งแต่วิธีการเรียนคับ
ว่าทำไมตอนเด็กฝรั่งเค้าสอนกันยังไง ให้สุดท้ายแล้วผลผลิตของเค้า(อนาคตของชาติ)ดีกว่าเรา
ทั้งๆที่เด็กของเรา IQ ก็ไม่ได้แย่กว่ามิหนำซ้ำเด็กของเรายังเก่งคณิตกว่าเค้าเป็นหลายเท่า(ฟังคนอื่นมา)
ขอบคุณมากครับ

อย่าเรียกว่าวิเคราะห์เลยนะ เอาประมาณว่าคนเดินดินพอจะเข้าใจดีกว่า...
ความอัฉริยะของคนไม่ว่าจะเชื้อชาติพันธ์ชาติไหนมันไม่ต่างกันนักหรอกครับ
วัฒนะธรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นทั้งสิ่งส่งเสริมและเบียดบัง เรามาจากวัฒนะธรรม
ที่ใช้อำนาจข่มขู่วางกฏระเบียบจนเด็กกระดิกตัวยาก ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของ
ฐานะทางสังคมที่น่าทุเรศ ที่ทำให้เด็กที่ไม่มีทางเลือกต้องเสียเปรียบเกินความจำเป็น

ค่านิยมบางอย่างก็คล้ายกันเช่นเรื่องของสถาบันที่มีชื่อเสียง
ความแตกต่างก็คือเขาเข้าไปเรียนเพื่อเอามาใช้แต่เราส่ง
เด็กของเราซึ่งฉลาดไม่แพ้เข้าไปเรียนเพื่อประดับบารมี

คุณสมบัติในการเป็นผู้นำในบางส่วนจากการเรียนการสอนเบื้ิองต้น...
เด็กบ้านเรา(สมัยผมเรียน) ให้เด็กไปยืนอ่านหนังสืออยู่หน้าห้อง
พวกที่อ่านไม่ออกก็ยืนบิดไปบิดมาอายเพื่อน ที่น่าจะอายก็คือครู
เพราะการทำงานที่ขาดคุณภาพ เด็กของเขานอกจากมีปัญหาเรื่อง
สมองจริงเขาจะอ่านได้ และการไปยืนหน้าห้องเขาจะให้เตรียมเรื่อง
ที่ถนัดมาเล่าเพราะมีความมั่นในในการนำเสนอและเป็นธรรมชาติ
เด็กของเขาตั้งแต่ชั้นประถมขึ้นไปจะยืนขึ้นในฝูงชนแล้วสามารถลุกขี้น
กล่าวปราศัยได้เกือบทุกคนโดยเป็นธรรมชาติไม่สั่นเหมือนเจ้าเข้า...
(นักกีฬาก็เช่นเดียวกันเขามีความกระหายที่จะแข่งขัน ไม่ใช่ขวัญหาย)


วินัยของการเข้าสังคม และการเคารพสิทธิของเขาสูง
บ้านเราลูกเจ้านายมาวิิ่งไปรับกันหน้าสลอน บ้านเขา
คนมีอำนาจเอาลูกไปยืดโดนจับย่างเป็นกุมารทอง...
อาจจับผู้ปกครองมาตบล้างน้ำอีกต่างหาก

เขาสอนและจัดกิจกรรมส่งเสริมว่าคุณค่าของความเป็นคน
คือการที่สามารถลงมือทำเองได้ไม่ใช่หลีกเลี่ยงให้มากที่สุด
มันเป็นค่านิยมที่แตกต่างกัน พูดได้อธิบายได้จะให้เชื่อกันคง
ไม่ง่าย...


เรื่องIQ...
อย่างที่บอกมาแล้วข้างต้นว่าIQของมนุษย์เราโดยทั่วไปมันไม่ต่างกัน
แต่คณิตมันเตรียมคนไปทำงานเป็นลูกน้องของคนที่เรียนด้านจิตวิทยา
และการบริหาร ที่ผ่านมาจนกระทั่งเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ในโลก
ตะวันตกเขาจะไม่เลือกผู้ที่มีเบื้องหลังทางด้าน เคมีฟิสิก หรือ วิศวกรรมศาสตร์
เข้าเป็นผู้บริหารระดับสูงเพราะการปฏิบัติการตามสูตรขาดความยืดหยุ่น
ที่การบริหารต้องการ แต่บ้านเราเก่งเลขบริหารเลย(มั๊ง?)


บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 11:01:37 AM »

+1 เป็น 100 ครับ ลุงวสันต์

ผมสังเกตหนังฮอลลี่วู๊ด หลายเรื่อง เค้าพยามสื่อว่า อเมริกันให้ความสำคัญกับคนผิวสี และคนเชื้อสายเอเชีย มีอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

เราจะเห็นคนผิวสี รับบทเป็นนักสืบ,เป็นตำรวจ,เป็นแพทย์ แต่ไม่ค่อยเจออาชีพทนายความ

เค้าพยามจะสร้างภาพรึป่าวครับ

วงการหนังฮอลลี่วู๊ด มีประวัติอันยืดยาวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ว่าด้วยชนกลุ่มน้อยแล้ว ในอดีตจะมีบทบาทเพียงเป็นตัวประกอบตลก
ร้าย หรือ ต่ำค่าเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะผู้สร้างต้องการที่จะให้ผู้ชม
ซึ่งในสมัยก่อนโน้นก็คือชนผิวขาว

ต่อมาฮอลลี่วูดได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชนกลุ่มน้อยมากขึ้นและ
ฝ่ายที่มีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างไปจากรัฐบาล หนังฮอลลี่วูดจึง
ได้กลายเป็นเครื่องมือของการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่าย
หัวก้าวหน้า...

ในช่วงหนึ่งที่อเมริกันมีนโยบายที่จะสร้างความประทับใจให้กับชาวโลก
เขาก็ได้ใช้หนังฮอลลี่วูดเป็นเครื่องมือที่ได้ผลมาก เช่น ในกรณีของ
จอนห์ เวย์น ที่ใช้การวางมาตรแอ็คท่า และการวางตัวที่เรียกกันว่าเป็น
สุภาพบุรุษซึ่งทำให้ผู้หญิงทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงเอเซียคลั่งไคล้
ไหลหลงว่าผู้ชายอเมริกันเป็นสุภาพบุรุษเหมือนในหนังกันทุกคน

กางเกงยีนส์ เสื้อยืด ทับด้วยเสื้อเชิร์ต รองเท้าหนัง เป็นแฟชั่นที่รัฐบาล
อเมริกันจงใจที่่จะเผยแพร่ไปทั่วโลกซึ่งก็ประสพความสำเร็จดังที่เขาได้
ปฏิญาณเอาไว้

ในช่วง1950s มีผู้ที่อยู่ในวงการฮอลลี่วูดเป็นจำนวนมากที่ถูกกล่าวหาว่า
เป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์(ซึ่งมีทั้งจริงและที่ถูกใส่ร้าย)มีหนังดีๆ
หลายเรื่องที่ถูกห้ามออกมาฉายเพราะแฉเบื้องหลังพฤติกรรมบางอย่างของ
รัฐบาลหรือคนผิวขาว เช่นการที่พวกเขาได้เข้าไปขับไล่ชาวเม็กซิกันออกไป
จากคาลิฟอร์เนียและเท็กซัสเป็นต้น

เหตุการณ์ข้างบนนี้ทำให้เกิดมีการให้การซัดทอดและปรักปรำเพื่อนร่วมงาน
กันแบบคาดไม่ถึง และหนึ่งในดาราที่ให้การซัดทอดปรักปรำเพื่อร่วมงานก็คือ
ดาราชายที่ชื่อโรนัลด์ รีแกน ที่ต่อมาได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทยี.อี.ซึ่งเป็น
บริษัทที่ก่อตั้งโดยนักวิทยาศาสตร์ที่เราได้เคยเรียนประวัติของเขามันตั้งแต่เด็กๆ
คือนายโธมาส เอ็ลวา เอดิสัน ผู้ที่ผลิตหลอดไปฟ้านั่นเอง... มันหมายความว่า
บริษัทยี.อี.เป็นบริษัทที่สนับสนุนนโยบายหรือฝ่ายอนุรักษ์นิยมของรัฐบาล
นอกจากนี้แล้วบริษัทเอดิสัน ก่อนที่จะกลายมสาเป็นย.อี.เพราะมีผลิตภัณท์ไฟฟ้า
อื่นๆเพิ่มขึ้น เดิมทีก็เป็นเจ้าของกล้องถ่ายภาพยนต์ที่ในระยะเริ่มแรกโรงถ่ายจะอยู่ในแถบฝั่งตะวันออกแถวนิวยอร์ค แต่เนื่องจากบริษัทกล้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ผู้
สร้างหนังจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการใช้แต่ละครั้งหรือสร้างหนังแต่ละเรื่อง
ผู้สร้างหนึงจึงใช้กล้องแบบแจ้งบ้างไม่แจ้งบ้างหรือไม่แจ้งเลย...

สาเหตุที่ย้ายการสร้างหนังไปที่ฮอลลี่วูดก็เพราะมันอยู่ใกล้เม็กซิโก หากโธมาส
เอ็ลวา เอดิสันส่งคนเข้าไปเก็บเงิน ผู้ที่สร้างหนังก็จะเก็บเข้าเก็บของหลฃหนีเข้าเม็กซิโกทางตอนใต้ของฮอลลี่วูดคือแถวๆซานดิเอโก้


ส่วนในปัจจุบัน คนอเมริกันที่มีการศึกมีการยอมรับความสามารถ
ของชนจากเชื่อชาติและวัฒนะธรรมอื่นมากขึ้นจากข่าวสารและหนัง
ที่มีคุณภาพจากประเทศต่่าง (แต่หนังAVญี่ปุ่นไม่ได้ช่วยผู้หญิงทั้งเอเซีย
เพราะทำให้่คนที่มีการศึกษาน้อยคิดว่าผู้หญิงเอเซียเป็นอย่างนั้นเหมือนกันหมด)


อีกสาเหตุหนึ่งซึ่งเป็นเหตุผลหลักก็คือการที่ฮอลลี่วูดต้องการขายหนังของเขา
ให้กับคนผิวดำ คนเอเซียและชนเชื้อชาติอื่นๆ



ข้อสุดท้่าย...
Q:เราจะเห็นคนผิวสี รับบทเป็นนักสืบ,เป็นตำรวจ,เป็นแพทย์ แต่ไม่ค่อยเจออาชีพ
ทนายความเค้าพยามจะสร้างภาพรึป่าวครับ
A:ในความเป็นจริงเขามีประชากรผิวสีต่างอยู่ในทุกวงการระดับสูงแต่เขาเพียงต้องการ
เอาใจตลาดของคนดูส่วนใหญ่น่ะครับ อย่าไปซีเรียสมันไม่ใช่หนังสารคดี


แค่นี้ก่อนนะ.....




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2010, 11:08:07 AM โดย วสันต์_SR04 » บันทึกการเข้า
Mr Sexman
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +353/-40
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,148



| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:06:51 PM »

+101 คุณ วสันต์ ครับ

ผมเคยเป็นเด็ก Work and travel มา ได้ทำงานร่วมกับ เด็กม.ปลาย ที่นั่น

เห็นอย่างนึงเลยว่า เค้าขาดแรงงาน ชั้นล่างจริง ๆ เช่นพวกที่ทำงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำสุดของแต่ละรัฐ (ผมทำงานในร้านเบอร์เกอร์ ทั้งทำเบอร์เกอร์ ล้างห้องน้ำ เก็บขยะนอกร้าน ขี้หมา ช่วงหิมะตก รวมทั้งงานเช็ดล้างต่าง ๆ ) ซึ่งตอนผมไปทำ ก็สตาร์ท ชั่วโมงละ 7.5 ของรัฐนิวยอร์ก  เด้กที่นี่ที่มาทำงานด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กม.ปลาย ที่หลังเลิกเรียนตอน ประมาณเที่ยง หรือบางวัน บ่ายสอง ก็จะมาทำงาน วันละ สองถึงสี่ ชั่วโมง เคยถามว่า เงินที่ได้เอาไปทำอะไร ส่วนใหญ่ตอบว่าเอาไปจ่ายค่าน้ำมันรถ หรือผ่อนรถ ที่ที่บ้านซื้อให้  เรื่องเรียน ขอบอกว่าเด็กที่นั่นความรู้รอบตัวน้อยมาก เพราะแต่ละคน ไม่รู้เรื่องนอกประเทศตัวเองเลย ประเทศอะไรอยู่ตรงไหนของโลก ที่ทำงานไม่มีใครรู้เลย (แม้แต่ ว่าญี่ปุ่นเป็นเกาะก็ยังไม่รู้)  แต่เด็กที่นี่ เวลาทำงานจะเอาการเอางานมาก มืออาชีพสุด ๆ และก็ดูดบุหรี่เกือบทุกคน แม้ว่าบางคนยังไม่สามารถไปซื้อมาสูบเองได้...  แต่ละคนจะมีเป้าหมายในการเรียนต่อมหาลัย ครับ  ค่านิยมเรื่องสถาบันผมสัมผัสได้เหมือนที่คุณ วสันต์ บอก
ผมว่านี่ทำให้คนประเทศเค้ามีคุณภาพ นะ เด็กรับผิดชอบตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม  แตกต่างจากบ้านเราอย่างมาก
บันทึกการเข้า
Sem2857
แฟนบอลไร้สังกัด
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +918/-421
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,699


ชีวิตไม่สิ้น ก้อต้องดิ้นต่อไป,,,


| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:29:12 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...
Monx_AV063
R.D manager AVgroup
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1373/-21
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,082



| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 02:11:25 PM »

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

Love Them All ( TEAM THAI )
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 08:58:10 PM »

+101 คุณ วสันต์ ครับ

ผมเคยเป็นเด็ก Work and travel มา ได้ทำงานร่วมกับ เด็กม.ปลาย ที่นั่น

เห็นอย่างนึงเลยว่า เค้าขาดแรงงาน ชั้นล่างจริง ๆ เช่นพวกที่ทำงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำสุดของแต่ละรัฐ (ผมทำงานในร้านเบอร์เกอร์ ทั้งทำเบอร์เกอร์ ล้างห้องน้ำ เก็บขยะนอกร้าน ขี้หมา ช่วงหิมะตก รวมทั้งงานเช็ดล้างต่าง ๆ ) ซึ่งตอนผมไปทำ ก็สตาร์ท ชั่วโมงละ 7.5 ของรัฐนิวยอร์ก  เด้กที่นี่ที่มาทำงานด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กม.ปลาย ที่หลังเลิกเรียนตอน ประมาณเที่ยง หรือบางวัน บ่ายสอง ก็จะมาทำงาน วันละ สองถึงสี่ ชั่วโมง เคยถามว่า เงินที่ได้เอาไปทำอะไร ส่วนใหญ่ตอบว่าเอาไปจ่ายค่าน้ำมันรถ หรือผ่อนรถ ที่ที่บ้านซื้อให้  เรื่องเรียน ขอบอกว่าเด็กที่นั่นความรู้รอบตัวน้อยมาก เพราะแต่ละคน ไม่รู้เรื่องนอกประเทศตัวเองเลย ประเทศอะไรอยู่ตรงไหนของโลก ที่ทำงานไม่มีใครรู้เลย (แม้แต่ ว่าญี่ปุ่นเป็นเกาะก็ยังไม่รู้)  แต่เด็กที่นี่ เวลาทำงานจะเอาการเอางานมาก มืออาชีพสุด ๆ และก็ดูดบุหรี่เกือบทุกคน แม้ว่าบางคนยังไม่สามารถไปซื้อมาสูบเองได้...  แต่ละคนจะมีเป้าหมายในการเรียนต่อมหาลัย ครับ  ค่านิยมเรื่องสถาบันผมสัมผัสได้เหมือนที่คุณ วสันต์ บอก
ผมว่านี่ทำให้คนประเทศเค้ามีคุณภาพ นะ เด็กรับผิดชอบตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม  แตกต่างจากบ้านเราอย่างมาก

ขอบคุณนะครับที่ได้นำเอาประสพการณ์ของคุณมาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจอื่นได้รู้กัน

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าสหรัฐอเมริกานั้น มันก็อย่างที่ชื่อบอกหรือมันเป็นรัฐหรือประเทศ50ประเทศมารวมกัน แค่เรียนรู้กลุ่มรัฐหรือประเทศของเขาเองก็มากมาย
พออยู่แล้ว บ่อยครั้งที่คนอเมริกันถูกกล่าวหาว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของต่างประเทศเพราะการที่ผู้กล่าวหามองสหรัฐฯว่าเป็นเพียงประเทศเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากชุมชนของของเราที่ความคิดมาจากมองประเทศเวียตนาม กัมพูชา เมียนมาร์ ฟิลิปปีนส์ และลาวเป็นต้น สหรัฐอเมริกาเป็นประที่มีหลายประเทศอยู่ภายในและมีการปกครองในระบอบสาธาระรัฐ

สำหรับการส่งเสริมให้เด็กรับผิดชอบ เขาจะเริ่มเปิดบัญธนาคารให้เด็กหัดใช้
เขาจะซื้อรถให้แต่เด็กจะต้องรับผิดชอบในส่วนอื่นๆ หรือ บางที่ขึ้นอยู่กับสถานะ
ของครองครัว เขาอาจจะวางเดินดาวน์ให้แล้วให้เด็กไปหางานทำเพื่อผ่อนส่งเอง
เพราะเขาเลี้ยงเด็กให้รู้จักมีความรับผิดชอบและเขาใจและเคารพคนที่ทำงานในระดับอื่นๆ

สำหรับเรื่องการซื้อรถ...
รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นและการทำงานเพียงวันเดียว
หรือครึ่งวันก็สามารถซื้อรถได้แล้ว ในขณะที่่เด็กของเรา
บางคนต้องทำงานครึี่งชีวิตถึงจะซื้อรถได้ ครึ่งวันกับครึ่งชีวิต
มันเป็นการเสียเปรียบที่เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ใช่เหรอ



บันทึกการเข้า
Marco bb
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1036/-966
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,790


แฟนบอลไทยพันธุ์ทาง


| | |
« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 09:29:13 PM »

นอกเรื่องนิดนึงครับ
วันก่อนนั่งดูรายการของคุณศิริบูรณ์ตอนเช้า แขกรับเชิญ(ดร.อะไรซักอย่างอายุมากแล้วหละ) วิจารณ์พวกชาติตะวันตกหลายประเทศ ที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ นั้นเป็นผลกรรมจากคนในชาติมีค่านิยมที่ว่าต้องทำงานน้อยๆ แต่ต้องได้เงินมากๆ ซึ่งมันดูขัดแย้งจัง ประเภททำงานเดือนนึงไปเที่ยวเดือนนึง ทำให้คนไม่ต้องขยันทำงาน และก็ไม่ค่อยเก็บออม ใด้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นเพราะเงินมันหาง่ายๆ ทำงานไม่กี่วันก็อยู่ได้หลายเดือน สวนทางกับคนในประเทศกำลังพัฒนาทำงานแทบตายก็ไม่พอกิน5555

แต่ที่ยกเว้นคือเยอรมันที่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากเศรษฐกิจตกต่ำเพราะคนเยอรมันขึ้นชื่อว่างกอันดับต้นๆ ในยุโรป รู้จักใช้เงิน คนในชาติมีการอดออมที่ค่อนข้างสูง

บันทึกการเข้า
dreamkub
Newbie
*

คะแนนความรัก: +16/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


If you can't say something nice,don't say anything


| | |
« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 09:43:23 PM »

ค่านิยมบางอย่างก็คล้ายกันเช่นเรื่องของสถาบันที่มีชื่อเสียง
ความแตกต่างก็คือเขาเข้าไปเรียนเพื่อเอามาใช้แต่เราส่ง
เด็กของเราซึ่งฉลาดไม่แพ้เข้าไปเรียนเพื่อประดับบารมี
 
โดนมาก ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตที่มีทั้งมูลค่า (มีเงินพอจับจ่ายใช้สอย) และมีคุณค่า (มีความดีที่ทำให้ภาคภูมิใจ)
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #32 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 06:47:52 AM »

นอกเรื่องนิดนึงครับ
วันก่อนนั่งดูรายการของคุณศิริบูรณ์ตอนเช้า แขกรับเชิญ(ดร.อะไรซักอย่างอายุมากแล้วหละ) วิจารณ์พวกชาติตะวันตกหลายประเทศ ที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ นั้นเป็นผลกรรมจากคนในชาติมีค่านิยมที่ว่าต้องทำงานน้อยๆ แต่ต้องได้เงินมากๆ ซึ่งมันดูขัดแย้งจัง ประเภททำงานเดือนนึงไปเที่ยวเดือนนึง ทำให้คนไม่ต้องขยันทำงาน และก็ไม่ค่อยเก็บออม ใด้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นเพราะเงินมันหาง่ายๆ ทำงานไม่กี่วันก็อยู่ได้หลายเดือน สวนทางกับคนในประเทศกำลังพัฒนาทำงานแทบตายก็ไม่พอกิน5555

แต่ที่ยกเว้นคือเยอรมันที่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากเศรษฐกิจตกต่ำเพราะคนเยอรมันขึ้นชื่อว่างกอันดับต้นๆ ในยุโรป รู้จักใช้เงิน คนในชาติมีการอดออมที่ค่อนข้างสูง




การจะพิจาณาเรื่องราวต่างๆเราจะต้องนำเอาข้อมูลจากหลายๆด้านเข้ามาช่วย
ครับ
หากว่าเรามีใจเอนเอียงทางใดาทางหนึ่ง หรือ คิดว่าผู้ที่สื่อเอนไปทางใดทางหนึ่ง
เราก็จะปิดตัวของเราเองในการที่จะรับข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์
ด้วยเหตุผล

ตัวอย่าง...
หากมองกันแบบผิวเผินแล้วตัดสินใจกันด้วยเหตุที่ผมอยู่ในอเมริกา ผมคงจะต้องโปรอเมริกัน ผิด!
ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายของอเมริกันว่าด้วยเกาหลี เวียตนาม และ อาฟริกา
แต่เหตุผลกับความเป็นจริงมันต่างกัน ความเป็นจริงก็คือเขาแข็งแรงเกินกว่าที่
ใครจะไปทัดทานได้และไม่ใช่ว่ามันเพ่ิงจะเกิดขึ้้น หากเขาไม่เข้าไปช่วยอังกฤษ
เอาไว้ ประเทศจีนอาจจะไม่ตกอยู่ในสภาพนี้

ในกรณีของเยอรมันก็เช่นกัน เราไม่ควรที่่จะมองโดยผิวเผินเพราะ
การที่ประเทศต่างๆตัดสินใจร่วมมือกันแบ่งเยอรมันออกเป็นสองส่วน
ก็เพราะเขาไม่ต้องการที่จะเห็นเยอรมันแข็งแกร่งและไปเที่ยวระราน
ชาวบ้านอีก(เพราะเขามีคุณสมบัติและประวัติ) เยอรมันหลังสงคราม
โลกอยู่ภายใต้การดูแลของอเมริกันและนโยบายต่างประเทศควบคุม
โดยอเมริกันตามข้อตกลงลับๆ (เช่นเดียวกันกับที่อังกฤษยืนกรานว่าเรา
เป็นฝ่ายญี่ปุ่นในสงครามโลกแต่อเมริกันยืนยันว่าเราเป็นฝ่ายพันธมิตร
อังกฤษจึงยื่นเงื่อนไขว่า รับเราเป็นฝ่ายพันธมิตรก็ได้แต่อังกฤษจะต้องเป็น
ผู้ควบคุมนโยบายต่างประเทศของเรา- อะไรๆหลายๆอย่างในโลกมันถูก
ควบคุมด้วยกฏที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ให้คนทั่วไปรับรู้และเข้าใจครับ)

ในช่วงที่มีเยอรมันตะวันตกกับเยอรมันตะวันออก เยอรมันตะวันตกประกาศว่า
เยอรมัน(จากตะวันออก)ทุกคนมีเงินรออยู่ในธนาคารคนละ500มาร์ค ทันทีที่
หนีข้ารั่วมาได้คนนั้นๆเขาก็จะได้รับเงินที่รออยู่ทันที... เขาเอาเงินมาจากไหน
เหรอครับในเมื่อประเทศของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกาและอังกฤษ

ส่วนอเมริกา ที่เขาเจริญและมีเงินมากมายและมีความเป็นอยู่สะดวกสบาย
ตามที่นักวิเคราะห์ที่คุณว่ามาได้พูดนั้น มันมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ในความเป็นจริง
พวกที่ทำงานบ้างหยุดบ้างคือพวกยุโรปเยอรมัน ดัทช์ และอีกหลายๆประเทศ
ในขณะที่ยุโรปรณรงค์เพื่อการทำงานสัปดาห์ละสี่วันๆละหกชั่วโมงนั้น อเมรกัน
ทำงานกันสัปดาห์ละหกวันและยังพยายามที่จะยืดเวลาอีกต่างหาก...

ที่อเมริกาเขาเจริญส่วนหนึ่งมันมาจากสงครามที่เขาต้องส่งผู้ชายไปทำสงคราม
ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานในส่วนที่ผู้ชายเคยทำ พอสงครามสงบเขามีกำลัง
ทำงานเพิ่มขึ้นมาเกือบสองเท่า... หากบ้านคุณมีสมาชิกอยู่ห้าคนแต่ปกติทำงาน
หาเลี้ยงครอบครัวเพียงสองคน แต่จู่เกิดทำกันสี่คนเศรษฐกิจมันก็ต้องดีขึ้นและ
การพัฒนามันก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...

ผู้ปกครองอเมริกันที่เคยตรากตรำลำบากไม่ต้องการให้ลูกๆต้องลำบากเหมือนตน
จึงไม่พยายามที่จะกดดัน รวมทั้งเด็กๆรุ่นหลังไม่ต้องการที่จะมีชีวิตดังที่เคยเห็น
ผู้ปกครองต้องทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำเขาจึงชลอ มันเป็นกฏเกรณ์ทางธรรมชาติ
มันจึงทำให้เขาดูเหมือนว่าเขาขี้เกียจและกำลังใช้หนี้กรรมอะไรที่ว่านั่่น

ระหว่ายุคสงครามเย็น อเมริกันได้ใช้ความเป็นอยู่ที่ฟุ่มเฟือยเป็นเคร่ื่องมือเกทับ
กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ หลอกให้โซเวียตทุ่มเททรัพย์สินและทรัพยาการณ์ธรรมชาติ
ไปแข่งขันด้านอวกาศเสียและอาวุธเสียจนไม่มีเงินเลี้ยงดูประชากร
แล้วโซเวียตยูเนี่ยนก็พัง มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่อธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่ได้
เกิดขึ้น กำลังเป็นอยู่ และจะเกิดขึ้้นต่อไปที่มีสายโยงที่ซับซ้อนครับ...


แต่เราต้องไม่ลืมว่าทั้งเยอรมัน เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ สเปน ปอร์ตุเกส ฝรั่งเศส
อังกฤษ และ ญี่ปุ่นในอดีตส่งคนของเขาออกไปรบไปยึดครองดินแดนต่างๆ
ก็เพืื่อที่จะนำเอาสิ่งที่ได้จากการออกไปแสวงหานั้นไปเลี้ยงดูประชากรของเขา
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับที่อเมริกันเขากำลังทำอยู่ในขณะนี้ และจีนก็กำลังที่จะทำ
ที่จริงทำมานานแล้วแต่เขาโดนกั๊กเอาไว้จนกระดิกตัวไม่ได้





บันทึกการเข้า
คอบอล_SR09
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1150/-27
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,925


ชีวิตนี้แสนสั้น รักกันไว้ดีกว่า


| | |
« ตอบ #33 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 03:10:14 PM »

+1 ครับน้า เข้ามารับความรู้ต่อครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า


ฝากรูป
 
   นกและไก่ดูดีที่สีขน เกิดเป็นคนงดงามที่น้ำใจ
เดี๋ยวค่อยว่ากัน_SR70
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +138/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,612


น่ารักเหมือนลิง


| | |
« ตอบ #34 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 03:29:34 PM »

ที่อเมริกาเขาเจริญส่วนหนึ่งมันมาจากสงครามที่เขาต้องส่งผู้ชายไปทำสงคราม
ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานในส่วนที่ผู้ชายเคยทำ พอสงครามสงบเขามีกำลัง
ทำงานเพิ่มขึ้นมาเกือบสองเท่า... หากบ้านคุณมีสมาชิกอยู่ห้าคนแต่ปกติทำงาน
หาเลี้ยงครอบครัวเพียงสองคน แต่จู่เกิดทำกันสี่คนเศรษฐกิจมันก็ต้องดีขึ้นและ
การพัฒนามันก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...


อยากอยู่ดีมีสุขต้องไม่สนับสนุนการทำสงคราม... ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #35 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 01:53:27 AM »

ที่อเมริกาเขาเจริญส่วนหนึ่งมันมาจากสงครามที่เขาต้องส่งผู้ชายไปทำสงคราม
ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานในส่วนที่ผู้ชายเคยทำ พอสงครามสงบเขามีกำลัง
ทำงานเพิ่มขึ้นมาเกือบสองเท่า... หากบ้านคุณมีสมาชิกอยู่ห้าคนแต่ปกติทำงาน
หาเลี้ยงครอบครัวเพียงสองคน แต่จู่เกิดทำกันสี่คนเศรษฐกิจมันก็ต้องดีขึ้นและ
การพัฒนามันก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...


อยากอยู่ดีมีสุขต้องไม่สนับสนุนการทำสงคราม... ยิงฟันยิ้ม

ถูกต้อง...
ดังนั้น จะต้องสะสมพวกพ้อง ต้องขู่เข็นและบังคับคู่แข่ง 
หรือจู่โจมเข้าปล้้นยื้อแย่งแบบไม่ให้มีทางสู้ เพื่อที่สงครามจะได้ไม่เกิดขึ้น!!!


บันทึกการเข้า
หอวัง
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +40/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 696


ชลบุรีสู้ๆ!!!


| | |
« ตอบ #36 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 03:35:33 AM »

เค้าเป็นรัฐสวัสดิการ ถ้าอยากให้ไทยเป็นต้องเก็บภาษีอย่างหนัก เรามันประเทศโลกที่3 สินค้าตัวเองมีน้อยเป็นแค่ประเทศปลายทางผลิต แล้วก็ยึดส่งออกเป็นหลัก คนผลิตก็ผลิตไป เราเลือกที่จะเป็นอย่างนี้เอง ยกย่องต่างชาติการไปช่วยไม่ได้
บันทึกการเข้า
มาร์ท โลโซ TS10
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2325/-1767
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,468


" หลานชายน้าบ่าว "


| | |
« ตอบ #37 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 03:49:17 AM »

ดี
บันทึกการเข้า



ข้อมูลผู้ขาย :
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=269136.0

แจ้งส่งของ / 28 ก.ค. - 3 ส.ค. 2557 / :
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=336675.new#ne
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #38 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:46:59 PM »

เรื่องภาษีนี้ได้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
และของกลุ่มที่่ควบคุมเศรษฐกิจมากกว่าความเป็นจริง

สมมุติว่าภาษี25%... มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะเก็บภาษี25%
แล้วทุกบาททีี่คนงานทำได้1บาทจะต้องเสียให้รัฐ25สตางค์
ผู้ที่่่มีรายได้พอกินพอใช้ไถๆถูเขาจะยกเว้น เขาจะเก็บจากประชากร
ส่วนที่สามารถจ่ายได้เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
เขาจะให้ความช่วยเหลืออีกต่างหาก

มันไม่ใช่ว่าเราไม่มีเงิน เพียงแต่เงินของเราไปอยู่ในมือของชนกลุ่มน้อย
ที่ได้รับอภิสิทธิ์ต่างๆรวมทั้งไม่เสียภาษีอีกตามที่ควรแม้ว่าจะเป็นอัตราที่ต่ำ
อยู่ในขณะนี้อีกด้วย

ตัวเลขที่หลอกลวง...
มีอยู่คห.หนี่งข้างบนที่บอกว่า สหรัฐฯมีอัตราคนว่างงาน25% ซึ่งในความเป็นจริง
เขาไม่เคยมี แม้แม่ยุคข้าวยากหมากแพงเพื่อปี พ.ศ.2475 เขามีคนว่างงาน23.6%
ในขณะที่ของเราปัจจุบันบอกว่ามีคนว่างานไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์เพราะประชากร
ถูกเรียกว่าเป็นชาวนาชาวไร่มีงานมีรายได้หรือไม่ก็บอกว่ามี ตำงานของเราของ
ประชากรในส่วนนั้นจึงไม่มี ซึ่งมันไม่ใช่ ส่วนของเขาคนว่างงานหมายถึงไม่มีเงิน
เข้ามาในบัญชีแต่ละเดือนไม่มีการทำงานได้ค่าตอบแทนเล็กน้อยเขาไม่นับ...

ในบางส่วนเราทำงานหนักกว่าเขามากมายแต่ค่าตอบแทนน้อย
ทำให้ไม่สามารที่จะนำไปยกระดับความเป็นอยู่ได้ นอกจากนี้แล้ว
การขาดทั้งความรู้อันแท้จริงในการปฏิบัติหน้าที่และจรรยาของผู้ที่
มีส่วนที่จะนำไปสู่การพัฒนาและการยอมรับพฤติกรรมของพวกเขา
จากสังคมเป็นส่วนที่ทำให้เราเป็นอยู่อย่างนี้

เราเป็นสังคมที่มีคุณธรรมในบางส่วน เช่น หากเกิดอุทกภัยเราร่วมแรงร่วมใจ
กันไปช่วย แต่เราไม่ช่วยกันป้องกันไม่ให้อุทกภัยมันเกิดหรือแม้แต่การเตรียม
การที่จะรับมือในภาวะฉุกเฉินจนการมันจะฉุกเฉินเราถึงทำ... เราไม่ประชากร
ที่อัฉริยะไม่ต่างกันกับเขาและเราเป็นรองเรื่องการวางแผนและลงมือทำ



บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-751
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #39 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:56:02 PM »

อยากได้สวัสดิการแบบนี้มั่งจัง.....รัฐบาลไทยช่วยทำให้หน่อย

เป็นผู้หญิงโสดต้องเสียภาษีสูง จะแนะนำให้แต่งานหรือก็เดี๋ยวจะเป็นการทำปาบ
หากปัญหาที่จะตามมาให้เกินความจำเป็น เชื่อดิ สามีเรื่องมากแค่เป็นกิ๊กก้อพอ

เอาเป็นว่า หากรัฐบาลให้แท็กซ์เครดิตกับคนมีลูก ควรไปขอแฟนบอลขี้อ้อนมาเลี้ยง
เป็นลูกบุญธรรม

บันทึกการเข้า
ซูรัต ชูคฮา
MS.Where are you?
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +580/-242
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,969



| | |
« ตอบ #40 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 12:33:16 PM »

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ บางอย่างผมไม่รู้มาก่อน
แต่อย่างไรก็ดีผมยังอยากให้ไทยยังเป็นแบบเมื่อกอน ที่สังคมนอบน้อม เคารพผู้ใหญ่ ทุกวันนี้ปัญหามันเยอะเพราะต่างคนต่างคิดว่ารู้เยอะ
บันทึกการเข้า

Thailand
Green Coal
รักษ์บอลล์ไทย
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +546/-137
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,150


THAILAND ONLY


| | |
« ตอบ #41 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 01:18:56 PM »

ขอบคุณมากครับ +116
เปิดโลกทัศน์ได้มากขึ้น
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!