Thailandsusu Webboard
เมษายน 24, 2017, 02:04:15 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติศาสตร์จากวงเหล้า...(ตอนที่๒)  (อ่าน 6806 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 12:40:31 AM »


กำลังคิดว่าจะมาเล่าเรื่องสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น(Russo-Japan War)ต่อ
แต่บังเอิญมีเหตุการณ์ใหม่จากสาเหตุเก่าๆระหว่างจีนกับญี่ปุ่นได้เกิดขึ้น
คือเรื่องของการที่เรือประมงของจีนกับเรือลาดตระเวณของญี่ปุ่นได้เกิดชนกันขี้น
ในทะเลจีนใต้บริเวณหมู่เกาะที่เชื่อกันว่าเป็นแหล่งทรัพยากรณ์ธรรมชาติมหาศาล
ที่ต่างฝ่ายต่างก็ถือว่าเป็นของตน...

แผนที่บริเวณหมู่เกาะเซงกากุหรือเตียวหยูไถ่



เบื้องหลัง:
หมู่เกาะเซงกากุอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ระหว่างไต้หวันและโอกินาว่า
หมู่เกาะเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งต่างกับโอกินาว่าที่ในอดีต
ได้เคยส่งเครื่องบรรณาการไปให้ทั้งญี่ปุ่นและจีนขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ทีี่
ครองครองอำนาจในภาคพื้นของเอเซียใต้

เกล็ดความรู้: คนไทย+ชาวโอกินาว่า+อะวาโมริ
สิ่งหนึ่งที่ชาวโอกินาว่าได้ส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการในอดีตคืออะวาโมริ(Awamori) หรือ
เหล้าขาวที่ทำจากข้าวไทย โดยที่ชาวไทยได้เป็นผู้สอนวิธีทำให้กับชาวโอกินาว่าในราวปีศตวรรษที่15

อะวาโมริที่ถือกำเนิดมาจากโอกินาที่ได้รับการสอนวิธีทำจากชาวไทย



ญี่ปุ่นกับการก้าวเข้าไปสู่การใช้อำนาจทางการทหาร:
ในขณะที่เกาหลีได้ทำการปิดประเทศและเรียกตนเองว่าจักรวรรดิ์เกาหลีอยู่นั้น
ในความเป็นจริงแล้วเกาหลีอยู่ภายใต้การคุ้มครองของจีนแต่จีนไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการ
ญี่ปุ่นได้ปฏิรูปการปกครองภายในส่วนต่างๆของประเทศทำให้กำลังทางการทหาร
ของญี่ปุ่นได้แข็งแกร่งขึ้น ในปีพ.ศ.๒๔๑๑ ญี่ปุ่นได้ส่งสารน์ไปยังเกาหลีเพื่อที่จะ
ผูกไมตรีด้วยแต่เกาหลีซึ่งได้รับข่าวสารทางการเมืองจากจีนได้รับแจ้งว่านั่นเป็น
นโยบายรุกรานของญี่ปุ่นเชื่อจีนและปฏิเสธความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นได้พยามอีกครั้งในปีพ.ศ.๒๔๑๕ซึ่งก็ไม่ประสพกับความสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น
เกาหลีภายใต้การส่งเสริมของจีนได้ทำป้ายดูถูกถากถางญี่ปุ่นว่าเป็นตัวตลกโง่เง่า
ที่ไปหลงเดินตามชาวตะวันตกอย่างไร้ยางอายและสิ้นคิดแถมยังจะมาชวนเกาหลีไปด้วยอีก
โดยนำป้ายดังกล่าวไปปิดไว้หน้าประตูเข้าที่พักของเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นในฟูซาน

ในปีถัดไปหรือในปีพ.ศ.๒๔๑๖ ญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้จีนอธิบายการกระทำของเกาหลี
ในทำนองดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้อเล่า จีนได้โต้ว่าจีนไม่สามารถที่จะตอบได้
เพราะเกาหลีได้ทำไปในฐานะประเทศเอกราชไม่ใช่เมืองขึ้นของจีน(เหมือนกับโดนญี่ปุ่นหลอกให้พูด)
คำตอบของจีนยังผลให้เกิดการเรียกร้องภายในประเทศของญี่ปุ่นให้ใช้กำลังบังคับ
ให้เกาหลีเปิดประเทศ แต่การเย้ยเยาะและท้าทายจากเกาหลีที่หนักไปกว่าที่เคยเป็น
มาก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเรือเดินทะเลของญี่ปุ่นที่เข้าจอดพักเทียบท่าที่เกาะกังหว่าของเกาหลีได้
ถูกชาวเกาะยิงทำให้ลูกเรือญี่ปุ่น๒คนเสียชีวิต ซึ่งนำไปสู่การลงนามในสนธิสัญญา
ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ที่เกาหลีต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับญี่ปุ่นและทำการเปิดเมืองท่า
อีกสองแห่งเพื่อการค้าขายกับต่างประเทศ

การลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวเท่ากับการประกาศตนเองของเกาหลีว่าเป็นประเทศเอกราชโดยปริยาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการ



ในปัจจุบัน:
ในขณะนี้ เศรษฐกิจและอำนาจทางการทหารของจีนแข็งแกร่งขึ้น
ในขณะที่ว่าด้วยทางการทหารแล้วญี่ปุ่นอ่อนแอลง

เรือประมงของจีนที่ถูกญี่ปุ่นยึดและควบคุมตัวลูกเรื่อพร้อมกับกัปตัน


สิ่งที่เรียกว่าการละเมิดน่านน้ำในย่านหมู่เกาะเซงกากุของเรือประมงจีนนี้
ปกติแล้วได้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำเพราะชาวจีนได้ถูกสอนให้เชื่อว่าน่านน้ำ
ในแถบนี้เป็นของตนและที่ผ่านมาญี่ปุ่นเพียงแต่ใช้เรือลาดตระเวนขับไล่
เรือประมงของจีนออกไปจากน่านน้ำเท่านั้น แต่ในเมื่อชาวจีนมีความเชื่อว่า
น่านน้ำเป็นของตน ซึ่งการที่ถูกขับไล่ออกจากน่านน้ำนั้นย่อมเป็นสาเหตุ
ที่นำไปสู่ความไม่พอใจของชาวจีนทั้งต่อญี่ปุ่นและรัฐบาลของจีนเองที่ไม่มี
มาตราการที่แข็งพอที่จะต่อกรกับญี่ปุ่นให้เด็ดขาดได้ในกรณีนี้่

ในส่วนของรัฐบาลจีนนั้นแน่นอนต้องหวานอมขมกลืนในภาวะที่การพัฒนาการ
ทางเศรษฐกิจจำต้องพึ่งญี่ปุ่นแม้ว่าเหตุการณ์ในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่อาจลืมเลือนได้

ในด้านของการที่เรือประมงของจีนกับเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่่นนั้น
ในครั้งนี้ได้เกิดมีการชนกันเกิดขึ้น ซึ่งคนภายนอกไม่อาจที่จะรู้รายละเอียด
ได้ว่าญี่ปุ่นตั้งใจชนเรือประมงของจีน หรือเรือประมงของจีนเจตนาให้
เรือตรวจการณ์ของญี่ปุ่นชนเพื่อที่จะหยั่งท่าทีของญี่ปุ่น(และผู้ที่อยู่เบืองหลัง)

อย่างไรก็ตาม หมู่เกาเซงกากุหรือที่ทางฝ่ายจีนเรียกว่าเตียวหยูไถ่นี้
เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นแหล่งทรัพยากรณ์ธรรมชาตินี้ ญี่ปุ่นได้ยึดครองอยู่
จนกระทั่งญี่ปุ่นพ่ายสงครามทำให้หมู่เกาะดังกล่าวได้ตกอยู่ภายใตั
การปกครองชั่วคราวของสหรัฐฯ

ต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๑๓ สหรัฐฯได้ยกหมู่เกาะเหล่านี้ให้กับญี่ปุ่นซึ่งอาจเป็น
การแลกเปลี่ยนกับการตั้งฐานทัพของสหรัฐฯอยู่ในโอกินาว่าซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน
เพื่อการควบคุมอำนาจในคาบสมุทรแปซิฟิค

ส่วนกรณีพิพาทเรื่องเรือประมงจีนที่ญี่ปุ่นได้ทำการจับกุมกัปตันในครั้งนี้
น่าจะมีอะไรที่ลึกๆอยู่เบื้องหลัง เพราะหากมองกันอย่างผิวเผินคล้ายกับว่า
จีนต้องการที่จะแสดงความแข็งแกร่งของตนเองตามที่สำนักข่าวตะวันตกได้
ทำการตีข่าวอยู่เป็นระยะๆ

การที่ผู้นำจีนได้ออกมาแสดงความเห็นตลอดจนมาตราการต่างๆ
ที่ทางรัฐบาลของจีนได้ประกาศใช้เช่นการระงับการเจรจาติดต่อระดับสูง
ระหว่างสองประเทศและการร่วมมือทั่วๆไปที่รวมไปถึงการสั่งระงับการ
แสดงคอนเสิร์ตของนักร้องญี่ปุ่นในเซียงไฮ้ ตลอดจนการกล่าวในทำนองที่ว่า
ญี่ปุ่นอาจจะได้รับผลจากการกระทำอย่างรุ่นแรงที่่สาสม เสมือนเป็นคำขู่อันแข็งกร้าว
ของฝ่ายที่สามารถใช้กำลังที่ยากต่อการต้านทานได้นั้น ก็อาจเป็นสิ่งที่จีนจำต้องทำ
เพราะความกดดันจากประชาชนจีนที่ได้มีการเดินขบวนต่อต้านและประณาม
การกระทำของญี่ปุ่นและเรียกร้องให้รัฐบาลจีนให้มาตราการที่เด็ดขาดและเข้มแข็ง
อันสืบเนื่องมาจากความคั่งแค้นจากเหตุการณ์ในอดีต เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวจีน
ได้รับอนุญาติให้ประท้วงได้ในกรณีนี้ ซึ่งการจับกลุ่มประท้วงนั้น นับว่าเป็นปรากฏการ
ที่ค่อนข้างใหม่ของสังคมจีน

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การประท้วงของชาวจีนที่ไม่เพียงแต่แสดงความไม่พอใจ
ต่อการกระทำของญี่ปุ่นเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงความไม่พอใจในการขาดความเด็ดขาด
ของรัฐบาลจีนเองอีกด้วยนั้น ย่อมที่จะเป็นสิ่งที่ทางฝ่ายตะวันตกให้ความสนใจ
เพราะมันอาจเป็นดาบสองคมที่สามารถนำไปใช้ทำร้ายรัฐบาลของจีนเองได้
หรืออย่างน้อยก็สามารถปลุกให้สร้างความไม่สงบภายในได้เพื่อการต่อรอง
ทางการเมืองระหว่างประเทศ เช่นเดียวกันกับการที่จีนได้ใช้เกาหลีเหนือเป็น
เครื่องมือต่อการสร้างปัญหาภายในให้กับรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อยับยั้งกิจกรรมต่างประเทศ
บางประการที่ฝ่ายจีนเสียเปรียบ


เมื่อเรามองไปถึงเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศในขณะนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกาหลีเหนือกำลังจะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำ
ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ค่อยจะอยู่ในโอวาทของจีนอยู่ด้วยแล้ว ทำให้อาจมองได้ว่า
เรื่องเล็กๆจากเรือประมงลำเล็กๆระเมิดน่านน้ำนี้อาจมาจากสาเหตุใหญ่ๆ
ที่มีอะไรลึกๆอยู่เบื้องหลัง



บันทึกการเข้า
Bird_นารีสะท้านตอม่อ_AV071
ถ้าเอายางลบ ลบศาสนาออกจากโลกนี้ มนุษย์เราเป็นพี่น้องกันทั้งโลก
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3273/-9868
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29,922


วันนี้คุณกดลบ - ผมแล้วหรือยัง


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 12:57:31 AM »

โอ้ววว เข้ามาตักตวงความรู้
บันทึกการเข้า

ผมมีตัวตนสัมผัสได้ ข้องใจแชทมาคุย
https://www.facebook.com/amonpon.eark
21.2 การโพสโฆษณาในลายเซ็นต์  ห้ามสมาชิกโพสรูปภาพเพื่อโฆษณาในลายเซ็นต์ สมาชิกที่ต้องการโฆษณาในลายเซ็นต์สามารถโพส link หรือข้อความเป็นตัวอักษรขนาดมาตรฐานเท่านั้น และจะต้องไม่เกิน 2บรรทัด  สมาชิกที่ผ่าฝืนจะถูกแบนจากเวบชั่วคราว 6
คอบอล_SR09
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1151/-28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,925


ชีวิตนี้แสนสั้น รักกันไว้ดีกว่า


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 10:56:13 AM »

 + 1 ชอบจังครับน้าวสันต์ ผมหายไปหลายวันครับ...

เพิ่งกลับมา รอเข้ามาเก็บความรู้  ของคุณมากครับ

ช่วงนี้วงการกำลังเกิด ราหูเคลื่นทับ อังคาร ศุกร์ ลงลัคนา

เลยล่อกันเละ   
บันทึกการเข้า


ฝากรูป
 
   นกและไก่ดูดีที่สีขน เกิดเป็นคนงดงามที่น้ำใจ
เดี๋ยวค่อยว่ากัน_SR70
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +138/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,612


น่ารักเหมือนลิง


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 07:00:46 PM »

...ตามมาฟังครับ...
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 10:42:29 PM »

+ 1 ชอบจังครับน้าวสันต์ ผมหายไปหลายวันครับ...

เพิ่งกลับมา รอเข้ามาเก็บความรู้  ของคุณมากครับ

ช่วงนี้วงการกำลังเกิด ราหูเคลื่นทับ อังคาร ศุกร์ ลงลัคนา

เลยล่อกันเละ   

Welcome back ครับ!

ผมเองก็เพิ่งใจใช้มือทั้งสองข้างพิมพ์ได้เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้เอง
ระหว่างออฟ-ซีซั่น ไม่อยากจะยุ่งกับฟุตบอล ผมก็เลยขึ้นไปอยู่เงียบบน
เชิงเขาอยู่พักหนึ่ง สามวันก่อนเปิดเทรนนิ่งแคมป์ขับรถลงมาเจอวัยรุ่น
วุ่นวายขับรถปาดหน้าทำต้องหากหนีลงไปในล่องน้ำข้าวของเสียหาย
รวมทั้งlaptopที่มีข้อมูลที่เตรียมเอาไว้สำหรับฤดูกาลและการใช้งานอื่นๆ
แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากและขับลงมาคนเดียว...


ส่วนเหตุการณ์เล็กของการเมืองระหว่างประเทศที่ใช้เป็นเครื่องมือของการต่อรอง ดึงเกม หรือ ทดสอบท่าทีและความแข็งแกร่งตลอดจนฉีกหน้าฝ่ายตรงข้ามนั้น

คุณคอบอลคงจะจำได้กับเหตุการณ์นี้...

เมื่อวันที่่6 กันยายน พ.ศ.2519 เรืออากาศโทวิคเตอร์ เบเล็นโกะ
นักบินของกองทัพอากาศรสเซียได้นำเครื่องด้ขับเครื่องบิน'มิโกยาน-กูเรวิช'
หรือ มิ๊ก-25 ซึ่งเป็นเทคโนโลยี่ล้ำหน้าของรัสเซียในขณะนั้น
ไปลงที่ฮาโกดาเตะ ญี่ปุ่น และขอลี้ภัยฯ

หลังจากที่หน่วยเทคโนโลยี่ต่างประเทศของกองทัพสหรัฐฯ
ได้ทำการตรวจสอบเครื่องบินมิ๊ก-25นั้นแล้ว ทางกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ก็ได้มอบให้กับญี่ปุ่นรับไปดำเนินการเจรจาส่งเครื่องกลับไปยังรัสเซีย

แต่ญี่ปุ่นทำได้ดีกว่านั้น...
ญี่ปุ่นถอดมิ๊ก-25 ลำนั้นออกเป็นชิ้นๆใส่กล่องส่งเตรียมส่งไปให้รัสเซีย
แถมส่งบิลล์ไปเก็บค่าแรงในการถอด ซึ่งผมว่าเจ้าหน้าที่ของกองทัพญี่ปุ่นเอง
ก็คงหัวเราะกันกลิ้งไปนานกับการกระทำของตัวเอง ช่างสุดแสบบบบบ...

ใครๆก็รู้ว่าคนญี่ปุ่นแค่เข้าไปเดินดูโน่นดูนี่ถ่ายรูปไปมาพอกลับไปบ้าน
เขาก็สร้างสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาได้แล้ว แต่นี่ญี่ปุ่นได้ลงมือถอดออกเป็นชิ้นๆ
แล้วอะไรมันจะเหลือ คงจะเป็นที่มาของการทำทำของเล่นทรานซฟอร์เมอร์ที่ประมาณว่าพับสองครั้งเป็นเอฟ.16 และพับสามทบเป็นมิ๊ก-25น และพับอีกที
กลายเป็นเอ็กซ์แมนอย่างแแน่นอน

ขนาดเรื่องคอขาดบาดตายแต่เขาทำกันเหมือนเด็กเล่นให้ได้หัวเราะ
ยกเว้นในกรณีนั้นรัสเซียยิ้มยังยิ้มไม่ออก


สำหรับเหตุการณ์ในน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกนี้ จีนและญี่ปุ่นกำลังจะ
มีการประชุมหารือครั้งทีี่สองเกี่ยวกับการสำรวจก๊าชใต้ทะเลส่วนนี้ ซึ่ง
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจหาทางเตะถ่วง และการที่ผู้สำเร็จราชการของจีน
รอให้ผ่านเวลาเที่ยงคืนก่อนที่จะเรียกฑูตญี่ปุ่นเข้าพบซึ่งนับว่าเป็นการ
กระทำที่ฉีกหน้าว่าด้วยการฑูตระหว่างประเทศมันเป็นอารมย์-เหตุผล
เหตุผล-อารมย์ หรือแทคติคของการเมืองระหว่างประเทศทีี่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
ที่สนุกกว่า เจจูงวอน หรือ ทางหลวงหมายเลขหนึ่ง ของหนังซีรี่เกาหลีเสียอีก



บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 12:11:00 AM »

ก่อนที่หมอกควันของกรณีเรือประมงจีนชนกับเรือลาดตระเวณของญี่ปุ่น
ที่ทำให้การเจรจาหากรือเรื่องการสำรวจก๊าซธรรมชาติบริเวณหมู่เกาที่ยัง
คงเป็นที่ขัดแย้งเรื่องของความเป็นเจ้าของระหว่างจีนกับญี่ปุ่นต้องถูกเลื่อน
ออกไปโดยไม่มีกำหนด และจีนได้ประกาศออกมาอย่างแข็งกร้างตลอดจน
การประการใช้มาตรการต่างที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของจีน...

เกาหลีเหนือก็ได้ประกาศแต่งตั้งคิม ตอง-อุน ลูกชายของคิม จอง-อิล และ
จาง เกียว-ฮุย น้องสาวของคิม จอง-อิล ขึ้นเป็นนายพล โดยที่ก่อนหน้านี้ได้
ทำการแต่ตั้ง จาง ซุง-เต็ก สามีของ จาง เกียว-ฮุย เข้ารับตำแหน่งรองผู้นำ
และผู้นำคณะกรรมาธิการป้องกันประเทศเป็นการหลีกทางให้การแต่งตั้ง
คิม จอง-อุนขึ้นแทนพ่อเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว


บันทึกการเข้า
คอบอล_SR09
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1151/-28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,925


ชีวิตนี้แสนสั้น รักกันไว้ดีกว่า


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 02:29:34 PM »

อันนี้ก็ดีครับ ขอบคุณมากครับ ยังรอ และจะเข้ามารับความรู้อีก...
บันทึกการเข้า


ฝากรูป
 
   นกและไก่ดูดีที่สีขน เกิดเป็นคนงดงามที่น้ำใจ
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 11:23:36 AM »

อันนี้ก็ดีครับ ขอบคุณมากครับ ยังรอ และจะเข้ามารับความรู้อีก...

แต่อ่านชื่อแล้วเหมือนกับนิทานแถวๆสำนักของพระถังซัมจั๋งเลยคุณว่าไหม?

เกาหลีครับ เกาหลี.. เหนอ...
จาง ซุง-เต็ก กับ จาง เกียว-ฮุย(คิม เกียว-ฮุยน้องสาวของคิม จอง-อิล)
มีลูกสาวด้วยกันคนหนึ่งจางกึม-ซองและได้ส่งให้ไปเรียนอยู่ที่ปารีส ฝรั่งเศส
เมื่อปี2006ได้มีข่าวว่าเธอมีคนรักที่เป็นหนุ่มชาวเกาหลีเหนือที่มาจากต่างชนชั้น
(คิดว่าคอมมิวนิสต์จะไม่มีเหรอ?) ทางครอบครัวไม่ยอมรับและเรียกตัวเธอกลับ
เธอปฏิเสธที่จะกลับและกินยานอนหลับกับเหล้าฆ่าตัวตาย...


บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 09:40:14 PM »

แล้วจุดยืนของสังคมคอมมิวนิสต์เกาหลีนี่มันคืออะกัน... เหรอ?

เมื่อตอนที่คิม อิล-ซุงผู้เป็นพ่อยังมีชีวิตอยู่ คิม เกียว-ฮุยได้พบกับจาง ซุง-เต็ก
ในมหาวิทยาลัยและรักกัน คิม อิล-ซุงไม่ยอมรับเพราะจาง ซุง-เต็กมาจากชนชั้น
ที่ด้อยกว่าและคิม อิล-ซุงได้สั่งให้จาง ซุง-เต็กย้ายที่เรียน แต่มายอมจำนนต่อการ
รบเร้าของลูกสาวและอนุญาติให้ทั้งสองคนแต่งงานกันได้

และแล้วเขาทั้งสองก็พยายามจะทำในสิ่งเดียวกันกับที่ตนเองได้ประสพมา
เพียงแต่ว่าในเหตุการณ์ของพวกเขาๆชนะแต่กับลูกสาวของเขาไม่มีผู้ชนะ

ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือว่าการก้าวสู่อำนาจและการที่ฝ่ายทหารมีความนิยม
ในตัวของจาง ซุง-เต็ก ทำให้คิม จอง-อิล เกิดความหวาดหวั่นว่าอำนาจของ
เขากำลังจะถูกริดรอนจึงทำให้จาง ซุง-เต็กได้หายหน้าไปพักหนึ่ง จนกระทั่ง
หลังการเสียชีวิตของจาง กึม-ซองที่จาง ซุง-เต็กได้กลับเข้ามามีบทบาทในการ
ปกครองระดับสูงอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ตำแหน่งของเขาเปรียบเสมือนผู้ที่จะประคอง
ให้ผู้นำคนใหม่



บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1278/-781
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,847



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2010, 12:12:32 AM »

อลาสก้า...
อลาสก้า เป็นแหล่งที่เดิมทีมีประชากรอยู่น้อยมาก
เมื่อมีประชากรอยู่น้อย การที่จะดูแลส่วนต่างๆของ
ชุมชนต่างๆ ประชากรก็จะต้องร่วมกันจ่ายมากกว่า
ในชุมชนที่เขามีประชากรมากเป็นธรรมดา

ประชากรของอลาสก้าเคยเป็นประชากรที่จ่ายภาษีส่วนบุคคล
สูงที่สุดในสหรัฐฯ คือ 14.5% 

ครับที่เป็นข่าวว่าอยู่บ่อยๆว่าสหรัฐฯเป็นประเทศที่เก็บภาษีหนักนั้น
หลายๆครั้งมาจากนักเขียนที่ชอบสร้างความตระหนกตกใจเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ 14.5% ของรายได้เป็นอัตราสูงสุดเพื่อแลกกับสวัสดิการต่างๆ
เมื่อเทียบกับในบางแห่งที่เสียน้อยแต่ทุกอย่างต้องจ่ายเอง เราเอาไปคิดกันเอาเอง

แม้ว่าเขาจะเก็ีบภาษา14.5% แต่เขามีเครดิตที่คนมีลูกหรือมีภาระบางอย่าง
เขาก็จะได้รับการอนุโลมให้กันเงินส่วนนั้นออกไปโดยไม่นำมานับในการ
เสียภาษี แต่อลาสก้าเขามีสิ่งที่ได้เกิดขึ้นที่น่าสนใจ....

หลังจากวิกฤติการน้ำมันขาดแคลนอันสืบเนื่องมาจากกลุ่มองค์การค้าน้ำมัน
คว่ำบาตรสหรัฐฯในตอนกลางๆปี1970s เพื่อประท้วงการที่สหรัฐฯสนับสนุนอิสราเอล
รัฐบาลสหรัฐฯได้ประกาศใช้มาตราการเร่งด่วนในการขุดน้ำมันที่อลาสก้า
มาตราการเร่งด่วนนี้ เริ่มด้วยการสร้างทางด่วนยาว 1,287.9กิโลเมตร
แล้วเสร็จภายในเวลาสองปี และนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในอลาสก้า




จากรัฐที่มีรายได้จากการเก็บภาษีได้ปีละ$8พันล้าน ซึ่ง$5พันล้าน
กลายเป็นเก็บได้จากการที่มีคนงานของบริษัทีน้ำมันเข้าไปทำงานปีละ
$39พันล้าน และประชากรของอลาสก้าได้รับการยกเลิกภาษีรายได้

นอกจากนี้ยังได้มีการปันเงินส่วนหนึ่งเพื่อนำไปลงทุนในนามของรัฐฯ
ที่เริ่มจากเงิน$734,000 เงินลงทุนส่วนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น$40พันล้านใน
ปี2007 ทางรัฐฯได้ทำการหารือว่าจะทำอย่างไรกับเงินจำนวนนี้ และใคร
ผู้ที่จะรับเงินปันผลจากรายได้เหล่านี้... บทสรุปก็คือการแบ่งรายได้จาก
เงินปันผลของการลงทุนของแต่ละปีให้กับประชากรของอลาสก้าแต่และคน
มันน่าอิจฉาไหมล่ะ...?


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 06, 2010, 12:23:06 AM โดย วสันต์_SR04 » บันทึกการเข้า
ซูรัต ชูคฮา
MS.Where are you?
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +606/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,881



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 02:51:21 PM »

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
บันทึกการเข้า

Thailand
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!