บทความดีๆ เจาะเวลาหาไทยลีก1-2

(1/7) > >>

พูดดีเป็นศรีแก่ปาก:
หากจะย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่ ยี่สิบกว่าปีแล้วถ้าหากเราจะพูดถึงฟุตบอลบ้านเราในยุคนั้น สมัยนั้น หลายๆคนก็คงจะนึกถึงแต่ฟุตบอลรายการที่มีการแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอื่นๆเช่น ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์  ใกล้ตัวมาหน่อยก็เป็นคิงส์คัพอะไรประมาณนี้ แต่ถ้าจะพูดถึงฟุตบอลอาชีพแล้วก็คงเป็นเรื่องยากที่จะมีใครพูดถึงเพราะยุคนั้น สมัยนั้นก็จะมีแต่ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทหารที่ดูจะเป็นหน้าเป็นตาและดูเป็นเหมือนฟุตบอลอาชีพของบ้านเราก็เริ่มกันตั้งแต่ถ้วย ก ข ค ง อีกรายการหนึ่งก็เห็นจะเป็นฟุตบอลควีนส์คัพพอมาอีกยุคก็จะมีฟุตบอลกึ่งอาชีพอย่างรายการเซมิโปรลีกเข้ามาสโมสรฟุตบอลในสมัยนั้นก็จะเป็นทีมองค์กรเสียส่วนใหญ่ที่พอจะมีชื่อเสียงก็ไม่พ้นบรรดาทีมสี่เหล่าทัพอย่าง ทหารอากาศ ทหารบก ราชนาวี ตำรวจ หรือบรรดานายแบงค์ต่างๆ อย่าง ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย หรือทีมฟุตบอลจัดตั้งอย่าง ราชประชา ราชวิถี  หากถามแฟนฟุตบอลรไทยรุ่นเก่าๆ แล้วก็คงจะพอมีความรู้กันอยู่บ้างหากว่ายังจดจำความประทับใจที่เกิดขึ้นกับสโมสรอันเป็นที่รักของตัวเอง

           ด้วยกระแสความนิยมของฟุตบอลอาชีพบ้านเราในอดีตที่ยังไม่ค่อยจะเปรี้ยงปร้างเหมือนยุคนี้ สมัยนี้ทำให้มีนักเตะหลาย ๆ คนของไทยเราต้องเดินทางไปขุดสมบัติกันที่ต่างประเทศเนื่องจากว่าได้เดินทางสายนี้แล้วตัดสินใจที่จะหากินในเส้นทางอาชีพค้าแข้งก็ต้องแสวงหารายได้มาจุนเจือปากท้องของตัวเองและครอบครัวเพราะรายได้นักเตะบ้านเราในอดีตก็ไม่ต่างจากนักเตะเดินสายในปัจจุบันได้รางวัลทีก็จะมีรายได้ที นอกเสียจากบางรายที่ได้มีโอกาสค้าแข้งกับสโมสรที่จัดตั้งโดยองค์กรหรือส่วราชการที่กล่าวมาในข้างต้นก็จะมีรายได้จากการรับราชการและการเป็นพนักงานก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตามนักเตะเหล่านั้นก็ยังเสาะแสวงหาที่จะออกไปค้าแข้งตามประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือ ญี่ปุ่น นักเตะแต่ละคนที่ไปค้าแข้งก็ล้วนแต่เป็นนักเตะระดับแนวหน้าในยุคนั้นสมัยนั้น อย่าง ปิยะพงษ์  ผิวอ่อน ที่ไปค้าแข้งถึงเกาหลีใต้กับสโมสรลักกี้ โกลด์สตาร์ และยุคกลางๆก็ยังไปค้าแข้งกับสโมสรปาหังในมาเลเซีย ร่วมกับนักเตะฝีเท้าดีอย่าง วิฑูรย์  กิจมงคลศักดิ์  และ อรรถพล  บุษปาคม ที่เก๋ากว่านั้นก็เห็นจะเป็นวิทยา  เลาหกุล ที่เคยไปค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นกับสโสมรยันมาร์ ดีเซล และประเทศ เยอรมันกับสโมสร แฮร์ธาเบอร์ลิน และก็กลับมารับหน้าที่ผู้ฝึกสออญี่ปุ่นให้กับสโมสรมัตสิชิตะ หรือสโมสร พานาโซนิค กัมบะ ในปัจจุบัน พร้อมกับได้ดึงเอา นที  ทองสุขแก้ว และ รณชัย  สยมชัย ดาวรุ่งในสมัยนั้นดินทางไปร่วมค้าแข้งด้วย

           แต่หลังจากนั้นมากระแสฟุตบอลที่เริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลในประเทศไทยเริ่มเห็นความสำคัญของฟุตบอลอาชีพว่าควรจะถือกำเนิดได้แล้วในประทเศไทยจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือและได้มีความเห็นร่วมกันว่าต้องจัดอย่างแน่นอนและก็ได้มีการนำร่องขึ้นมาในปี พ.ศ.2539 โดยให้ชื่อเสียงเรียงนามในการจัดการแข่งขันครั้งนั้นตามผู้สนับสนุนหลักเป็นยี่ห้อสุราฝรั่งยี่ห้อดังว่า ฟุตบอล จอนห์นนี่ วอร์คเกอร์  ไทยแลนด์ลีก  ครั้งที่ 1 โดยมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันโดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 18 ทีม แล้วจะเอาทีมที่ 1-4 มาชิงความเป็นที่หนึ่งอีกครั้งตอนนั้นยังเรียกว่าเป็นฟุตบอลอาชีพเต็มปากไม่ได้จึงใช้คำว่าฟุตบอลกึ่งอาชีพ โดยทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในทั้ง 18 ทีมประกอบไปด้วย

           1. ธนาคารกสิกรไทย ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้เนื่องจากผลงานในอดีตที่ผ่านมาค่อนข้างมากโดยเฉพาะแชมป์เอเชี่ยน คลับ เป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถของเหล่าบรรดานักเตะและผู้ฝึกสอนทั้งหลายซึ่งในยุคนั้น มี อ.หรั่ง ชาญวิทย์  ผลชีวิน เป็นกุนซือใหญ่ และมีนักเตะทีมชาติไทยในยุคนั้นร่วมทัพอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น เนติพงษ์  ศรีทองอินทร์ ภานุวัฒน์   ยินผัน นิพนธ์   มาลานนท์   เสนาะ   โล่งสว่าง   โชคทวี  พรหมรัตน์  หรือนักเตะจอมเก๋าอดีตทีมชาติ อย่าง สัจจา   ศิริเขต  สะสม  พบประเสริฐ  สิงห์   โตทวี ซึ่งดูจากขุมกำลังแล้วสื่อทุกแขนงต่างก็ต้องยกให้เป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้อย่างไม่มีใครคัดค้าน

           2.สโมสรทหารอากาศ เป็นทีมที่จัดว่าครบเครื่องอีกทีมหนึ่งแม้จะไม่มีนักเตะในทีมติดทีมชาติในยุคนั้นแต่ผลกงานของนักเตะแต่ละคนในอดีตก็ถือว่าดูไม่จืดเลยทีเดียวประกอบกับ เพชฌฆาตหน้าหยก ปิยะพงษ์  ผิผิวอ่อน  ที่ยังไม่ยอมแขวนสตั๊ดทำหน้าที่ทั้งผู้เล่นและผู้ฝึกสอน มีดาวเตะอดีตทีมชาติรุ่นเก๋าตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันศูนย์หน้า อย่าง กัมปนาท  อั้งสูงเนิน และ สามกองหลังจอมโหดอย่าง ไพโรจน์  พ่วงจันทร์  สมศักดิ์   คำมณี ชลทิศ   กรุดเที่ยง แนวรกุก็มีทั้ง ส่งเสริม  มาเพิ่ม และอดีตนักเตะชุดดรีมทีมอย่าง สุนัย  ใจดี ซึ่งถือว่าค่อนข้างจะครบเครื่องครบรสเลยทีเดียว

           3.ธนาคารกรุงเทพ ถือเป็นอีกทีมที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลไทยมายาวนานและเป็นอีกทีมหนึ่งที่มีนักเตะฝีเท้าดีร่วมทีมมากมายซึ่งยุคนั้นถือเป็นยุคทองของนักเตะจอมเก๋าในทีมอย่าง อมฤต เอกวงศ์ ประพันธ์  ขันโคกกรวด สุเมธ  อัครพงษ์  สมเกียรติ  ปัสสาจันทร์ ปิยกุล  แก้วน้ำค้าง ซึ่งถือว่าเป็นกำลังหลักของแบงค์บัวหลวงในยุคนั้นเลยทีเดียว

           4.ยูคอมราชประชา ทีมเก่าทีมแก่อีกทีมหนึ่งที่ถือว่าเป็นเจ้าบุญทุ่มในสมัยนั้นที่คว้าเอาศูนย์หน้าจอมตีลังกาอย่าง ซิโก้  เกียรติศักดิ์   เสนาเมือง มาร่วมทัพพร้อมกับเหล่าบรรดานักเตะชุดดรีมทีมอย่าง สมาน  ดีสันเที๊ยะ  สุชิน  พันธ์ประภาส รุ่งเพชร  เจริญวงศ์ เหรือนักเตะลูกครึ่งไทย สหรัฐ อย่าง อีริค  วรมนต์   ไชยสงคราม  ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์รวมดาวรุ่งในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

           5.สินธนา เป็นทีมที่ก่อตั้งขึ้นมาไม่นานในอดีตใช้ชื่อว่า บางเตย – สุวรรณน้อย ตามชื่อของผู้จัดการทีม คุณ มนตรี สุวรรณน้อย แม้จะมาใหม่แต่ไฟแรงไม่น้อยเพราะนักเตะในทีมยุคนั้นถือว่าคุณภาพคับแก้วเพราะมีนักเตะทีมชาติชุดใหญ่ร่วมทัพอยู่อย่าง สุรชัย จิระศิริโชติ และนักเตะเยาวชนทีมชาติอย่าง กิตติศักดิ์  ระวังป่า ยุทธพงษ์  บุญอำพร ภาณุพงษ์  ฉิมผูก ( พลพีร์  รุ่งระวีธนพนต์ ) และอดีตทีมชาติอย่าง อนันต์   พันแสน ประจักษ์  เวียงสงค์ ที่คอยประคับประคองน้องๆในทีมเรียกได้ว่าเป็นทีมที่มีการผสมผสานอย่างลงตัว

           6.ธนาคารกรุงไทย ก่อนการแข่งขันรายการนี้จะเริ่มขึ้นทางทีมก็ต้องพบกับข่าวร้ายเมื่อนักเตะฝีเท้าดีอย่าง ซิโก้ เกียรติศักดิ์  เสนาเมือง ได้ย้ายรังไปซบอกทีมตราชฎา ยูคอมราชประชาแต่ก็ยังมีนักเตะที่พอจะเป็นความหวังของทีมอยู่ไม่น้อยอย่าง อภิสิทธิ์   อิ่มอำไพ สัมพันธ์   เอี่ยมวิไล หรือจะเป็น สราวุธ  คำบัว  กับ ธงชัย  สุขโกกี สองผู้รักษาประตูอดีตทีมชาติไทยชุดดรีมทีม ผลงานแม้จะไม่โด่งดังนักแต่ก็ยังพออาศัยชื่อเสียงในอดีตเป็นเครื่องการันตีไว้บ้าง

          7.ทหารบก เป็นอีกทีมหนึ่งที่บอกได้ว่าพร้อมเล่นในทุกรายการถือว่าเป็นทีมเก่าทีมแก่คู่กับวงการฟุตบอลไทยเลยก็ว่าได้นักเตะยุคนั้นใช้นักเตะเก๋าเป็นส่วนใหญ่ทั้ง อดุลย์  มะลิพันธ์ พิสิฐ  ฟูเผ่า แมน จันทนาม และนักเตะยอดเยี่ยมยามาฮ่า ไทยแลนด์ คัพ ครั้งล่าสุด อย่าง จิระวุธ   มีสูงเนิน และนักเตะดาวรุ่งเยาวชน 16 ปีทีมชาติไทยชุดประวัติศาสตร์ อย่าง มนตรี  มาตรง ร่วมทัพอีกคนและมี ดิดิลโญ่ กุญซือชาวบราซิลเลียน คุมทัพอยู่ แม้จะไม่น่ากลัวแต่ก็ถือว่าน่าเกรงขาม

ลูกหนังลายพราง
http://www.ballmenu.com/index.php?option=com_content&view=article&id=293:2010-07-20-08-22-22&catid=40:article&Itemid=41

พูดดีเป็นศรีแก่ปาก:
8. สโมสรตำรวจถือว่าเป็นสโมสรชั้นนำอีกทีมหนึ่งที่อยู่คู่วงการฟุตบอลไทยมาช้านานตอนนั้นมีนักเตะนายร้อยลูกหนังเกิดขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเป็น วีระศักดิ์   เดชประมวลพล ภูเมศร์ อั้งสุวรรณกุล หรือจะเป็นนักเตะจอมเก๋าอีกค่อนทีมทั้ง วิฑูรย์   กิจมงคลศักดิ์ ที่ตอนนั้นทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยรวมถึง นที   ทองสุขแก้ว ที่เป็นนักเตะทีมชาติชุดปัจจุบันรวมถึง ชัยยง  ขำเปี่ยม ขจร  ปุณเวส  นักเตะจอมเก๋าที่ยังอยู่ประคับประคองน้องๆอีกมากมายก็ถือว่าเป็นทีมที่น่ากลัวอีกทีมหนึ่ง

9.สโมสรองค์การโทรศัพท์เป็นสโมสรที่ถือว่ากลางเก่ากลางใหม่แต่ก็มีนักเตะทีมชาติยุคนั้นร่วมทีมอยู่ด้วยอย่าง กฤษดา   เพี้ยนดิษฐ์ หรือจะเป็นอดีตทีมชาติอย่าง พงษ์ธร  เทียบทอง อำพร  อำพันธ์สุวรรณนักเตะชุดเยาวชน 19 ปี อย่าง อนุรักษ์   ศรีเกิด  ถือว่าเป็นการผสมผสานที่ค่อนข้างจะลงตัวประกอบกับได้คนเล็กสมองโตอย่างโค้ชก๊อก พงษ์พันธ์  วงศ์สุวรรณ เป็นกุนซือใหญ่อีกต่างหาก

10. สโมสรตลาดหลักทรัพย์ เป็นอีกสดมสรหนึ่งที่แม้จะไม่เก่าแก่มากนักแต่ก็มีนักเตะทีมชาติไทยร่วมทีมอยู่อย่าง สุรชัย  จตุรภัทรพงษ์ หรือเยาวชน 19 ปี อย่าง เทิดศักดิ์  ใจมั่น สมเด็จ  หิตเทศ แลนักเตะจอมเก๋าอย่าง ธนิศร์   อารีย์สง่ากุล พิทยา  สันตะวงศ์ พัทยา  เปี่ยมคุ้ม ถือว่าเป็นอีกทีมหนึ่งที่น่าจับตามองโดยมี

โค้ชขงเบ้ง อาจหาญ  ทรงงามทรัพย์ เป็นผู้ฝึกสอน

11.สโมสรโอสถสภาทีมเก่าทีมแก่อีกทีมหนึ่งสำหรับนายห้างขายยาแม้ผลงานจะไม่ค่อยเด่นดังอะไรมากมายแต่ก็มีนักเตะฝีเท้าดีมร่วมทีมอยู่ไม่น้อยทั้ง ธวัชชัย  ดำรงอ่องตระกูล หรือ โทนี่ อดัม เมืองไทย จักรราช  โทนหงษา รวมถึงนักเตะจอมเก๋าอย่าง ศิริศักดิ์   ยอดญาติไทย  ไพโรจน์บวรรัตนดิลก พร้อมทั้งโค้ชจอมฟิตอย่าง น้าชัช ชัชชัย  พหลแพทย์ โค้ชทีมชาติไทยผู้มากด้วยประสบการณ์และความสามารถเป็นผู้ควบคุมทีม

12.สโมสรราชวิถี ทีมเก่าแก่อีกทีมที่ยุคนั้นหันมาใช้นักเตะจากรั้วจามจุรีเป็นส่วนใหญ่ตอนนั้นก็มีนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมายร่วมทีมอยู่อย่าง สุรชัย   คูงามมาก กับ จตุพงษ์  ทองสุข นักเตะเยาวชน 19 ปี ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสโมสรรวมถึง ทรงยศ  กลิ่นศรีสุข ธวัชชัย   มาติวงศ์ อิศราวิทย์   เชาวน์พาณิชย์ นักเตะนิสิตจุฬาที่แจ้งเกิดจากเวทีกีฬามหาวิทยาลัยในสมัยนั้น โดยตินนั้นมีโค้ชเหลือง จุฑา  ติงศภัทย์เป็นกุนซือใหญ่

13.สโมสรธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ  แบงค์สตางค์รู ก็เป็นอีกทีมหนึ่งที่มีนักเตะทีมชาติไทยที่มีชื่อเสียงร่วมทัพอยู่อย่าง ตะวัน  ศรีปาน พร้อมทั้งนักเตะมากประสบการณ์ อย่าง อดุลย์ ลือกิจนา อดุลย์ มหาเรือนลาภ นิพนธ์   ชาญอาวุธ เชี่ยว ลาภไธสงค์ และมีการสร้างสีสันด้วยการนำเอาดารานักแสดงเข้ามาร่วมทีมอย่าง ศักดิ์สิทธิ์   แท่งทอง ถือว่าเป็นอีกทีมหนึ่งที่พร้อมมาสร้างสีสันให้วงการฟุตบอลบ้านเราไม่น้อยเลยทีเดียว

14.ราชนาวีสโมสร ตะหานน้ำที่มีโค้ชหมี สุรศักดิ์   ตังสุรัตน์ อดีตปราการกลังทีมชาติไทยที่เป็นทั้งผู้เล่นและผู้ฝึกสอนพร้อมทั้งศูนย์ดาวรุ่งชุดเยาวชน 19 ปีอย่าง ชายชาญ   เขียวเสน  รวมถึง สะอาด  วงศ์สันเที๊ยะ สงคราม  ไชยมงคล อภิเดช  ทองสุข อภินันท์  น้อมระวี และนักเตะจอมเก๋าอย่าง พงษ์นรินทร์  มีมินทร์ สุขสันต์  คุณสุทธิ์ สายันต์  สุวรรณจิระ  ถือว่าเป็นอีกทีมหนึ่งของกองทัพไทยที่ส่งเข้าประกวดในรายการนี้ด้วย

15. สโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นอีกทีมหนึ่งที่ถือว่าเก่าแก่และมีชื่อเสียงมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันตอนนั้นมีรนักเตะจอมเก๋าร่วมทัพอยู่อย่าง รณชัย  สยมชัย  ประภาส  ฉ่ำรัศมี  คำรณ  สำราญพันธ์ วิลาศ  น้อมเจริญ นำโชค  ชัยเจริญ รวมถึงนักเตะอดีตเยาวชนทีมชาติอย่าง อภิสิทธิ์  ไข่แก้ว นักเตะอดีตทีมชาติไทยชุดดรีมทีมและเอเชี่ยนเกมส์อย่าง คณิต( จักรเทวัญ )  อัจฉราโยธิน และนักเตะดาวรุ่งเยาวชน 16 ปีอย่าง  วิโรจน์  เพชรดอน สุธีร์   หนูเลี่ยมร่วมทีมอยู่ โดยมีโค้ชหมอผี เชิดศักดิ์  ชัยบุตร เป็นผู้กุมบังเหียนอยู่ ถือว่าเป็นทีมอีกทีมหนึ่งที่น่ากลัวและน่าจับตามอง

16. สโมสรพนักงานยาสูบ ทีมน้องใหม่อีกทีมหนึ่งที่เป็นศูนย์รวมอดีตนักเตะจอมเก๋าที่ทำหน้าที่ทั้งผู้ฝึกสอนและผู้เล่นอยู่อย่างมากมายโดยส่วนใหญ่จะเป็นอดีตนักเตะจากธนาคารกรุงเทพอย่าง เฉลิมวุฒิ   สง่าพล พิชัย   คงศรี และอดีตนักเตะการท่าเรืออย่าง ทวีรักษ์   สิทธิพูลทอง และนักเตะฝีเท้าดีอดีตทีมชาติไทยอย่าง เพชรกันย์   ชัยภูมิ และนักเตะฝีเท่าดีอย่าง กฤษณ์  เพชรคง บุญกล้า  จันทร์แปลง ร่วมทัพ

17. สิงห์เทโรศาสน หรือทีมโรงเรียนศาสนวิทยาเป็นทีมน้องใหม่อีกทีมที่ส่งทีมเข้าแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งแรกแต่ก็สามารถคว้าผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติไทยในขณะนั้นอย่าง วัชระพงษ์  สมจิตร  จากธนาคารกรุงเทพไปร่วมทีมและส่วนใหญ่นักเตะในทีมก็จะเป็นนักเตะศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชาอย่าง มาโนช   ปัญญาคง และนักเตะเยาวชน 16 ปีทีมชาติไทยอย่าง คเณ   จันทร์อิ่ม พร้อมนักเตะต่างชาติอีกส่วนหนึ่งถือเป็นการสร้างสีสันไม่น้อยสำหรับทีมน้องใหม่

18.ทีมสิงห์ธำรงไทยสโมสร เป็นอีกทีมหนึ่งที่เคยไปสร้างชื่อเสียงข้ามประเทศมาแล้วโดยการนำทีมของ คุณสุเมธ  แก้วทิพเนตร แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ส่งแข่งขันในระดับประชาชนทั่วไปและในฟุตบอลอาชีพของไทยนักเตะส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กสร้างมาแต่ชุดเยาวชนอย่าง อาจพล  ระดมเล็ก เจนรบ  แก้วทิพย์เนตร จิงโจ้  สีทอง และนักเตะจากพม่าอย่าง เมียว ฮเลง วิน ตัน โต อ่อง ตัน เว ถือว่าเป็นการชิมลางฟุตบอลอาชีพของสโมสรแห่งนี้หลังจากที่สร้างชื่อเสียงมานาน

ทั้งหมดคือ  18 ทีมไทยลีกยุคบุกเบิกที่ได้ส่งนักกีฬาพ่อค้าแข้งเข้าร่วมประชันเพลงแข้งในการแข่งขันฟุตบอล จอห์นนี่ วอร์คเกอร์ ไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 1 ถือว่าเป็นการเปิดปฐมฤกษ์ของวงการฟุตบอลบ้านเราที่กำลังเข้าสู่ความเป็นอาชีพ หากเราไม่มีการเริ่มต้นแล้ว ย่อมไม่มีการพัฒนาเกิดขึ้นแม้จะเป็นการลองผิดลองถูกแต่ก็ต้องทำเพราะถ้าหากไม่เกิดปัญหา ปัญญาย่อมไม่เกิด แต่ขึ้นอยู่กับว่าการพัฒนานั้นจะเป็นการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงแค่นั้นเอง


http://www.ballmenu.com/index.php?option=com_content&view=article&id=337:2&catid=40:article&Itemid=41

ฆวนเด ราบอส:
ขอบคุณครับ

Enter  Rider:
..

Sem2857:
ขอบคุณครับ

ชอบจัง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป