Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 20, 2017, 04:25:55 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถึงบักอ้วน เรื่องที่เอ็งจะให้ข้าแวะไปเที่ยว เนปีดอร์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า คงยาก  (อ่าน 9498 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:17:02 PM »

เห็นว่ารัฐบาลพม่าห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเที่ยวเมืองหลวงเนปิดอร์ เท็จ-จริงประการใด
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9489706/E9489706.html




บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:17:53 PM »

เนปีดอร์เมืองหลวงใหม่ของพม่า
 
โดย เดลินิวส์ วัน เสาร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2550 02:50 น.
 
 เนปีดอว์ เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ 2 อย่างคือ Naypyitaw หรือ Naypyidaw แต่ตามหลักภาษาศาสตร์ของพม่าให้ออกเสียงว่า เนปีดอว์ มีคำแปลตรงตัวว่าราชธานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Kyatpyae ของเมืองปินมนา (Pyinmana) ในภาคมัณฑะเลย์ ปินมนาอยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ประมาณ 6 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ และห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 9 ชั่วโมง ในตอนแรก คนทั่วไปเรียกเนปีดอว์ว่าเมืองปินมนาเนื่องจากปินมนาอยู่ใกล้ที่สุดและยังไม่มีชื่อเป็นทางการ จนรัฐบาลพม่าได้ประกาศในวันกองทัพเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2549 ให้เรียกว่า เนปีดอว์

เมืองปินมนาเคยเป็นฐานที่ฝึกของกองทัพบกเอกราชพม่ามาก่อน จนเมื่อญี่ปุ่นได้ยึดครองพม่าเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง จึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น กองทัพบกแห่งชาติพม่า ต่อมากองทัพบกแห่งชาติพม่าได้แปรพักตร์หันไปช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรทำสงครามกองโจรขับไล่ญี่ปุ่น ปินมนาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพพม่าในฐานะเป็นที่ซึ่งทหารพม่าได้มีชัยเหนือผู้รุกรานซึ่งเข้มแข็งกว่ามาก สิ่งนี้เป็นข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งว่าทำไมคณะทหารผู้ปกครองจึงเลือกบริเวณเมืองนี้เป็นศูนย์บริหารราชการแห่งใหม่ของพม่า (ตามบทความของนายรัชฎา จิวาลัย ซึ่งเคยเป็นข้าราชการประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้งมาก่อน ในวารสารสราญรมย์ของกระทรวงการต่างประเทศปีที่ 63 กุมภาพันธ์ 2549 ยืนยันว่าจนบัดนี้ยังไม่มีการประกาศเป็นทางการจากรัฐบาลพม่าให้เนปีดอว์เป็นเมืองหลวง เพียงแต่แจ้งว่า เนปีดอว์เป็นศูนย์บริหารราชการแห่งใหม่เท่านั้น แต่สื่อมวลชนของพม่าซึ่งรัฐบาลพม่าควบคุมอย่างเข้มงวดนั้น ก็ได้เริ่มที่จะอ้างถึงเนปีดอว์ในฐานะเมืองหลวงแล้ว)


รัฐบาลทหารพม่าได้เริ่มโยกย้ายกระทรวงต่าง ๆ ไปยังเมืองเนปีดอว์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2548 ในเวลา 06.37 น. ตรง และอีก 5 วันต่อมาก็ได้ทำการโยกย้ายต่อด้วยการใช้รถขนส่งทหาร 1,100 คัน บรรทุกทหาร 11 กองพล และ 11 กระทรวงไปยังเมืองเนปีดอว์อีกครั้งหนึ่ง โดยกำหนดไว้ว่ากระทรวงต่าง ๆ จะเข้าที่เข้าทางปฏิบัติงานได้ตามปกติในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2549 แต่ข้าราชการเป็นจำนวนมากก็ต้องแยกกับบุตรหลานของตนเนื่องจากไม่มีโรงเรียนเพียงพอใน บริเวณเนปีดอว์ สำหรับกองบัญชาการทหารนั้นมีสัดส่วนของตนแยกไปจาก กระทรวง แต่ห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปทั้งสองบริเวณ ส่วนพวกพ่อค้าแม่ค้าให้ขายของในบริเวณที่จัดไว้ให้ใกล้ ๆ กลุ่มกระทรวง นอกจากนี้ก็ยังมีการกวดขันการใช้โทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์ดาวเทียมด้วย


ไม่มีผู้ใดทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงของการย้ายเมืองหลวงของพม่า และก็ได้คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่า เนปีดอว์มีทำเลยุทธศาสตร์ดีกว่ากรุงย่างกุ้งเพราะอยู่ในตอนกึ่งกลางของประเทศและอยู่ห่างจากฝั่งทะเล พม่าเคยใช้เนปีดอว์เอาชัยชนะเหนือผู้รุกรานที่เข้มแข็งกว่าเช่นญี่ปุ่นมาได้ และหากจะถูกโจมตีอีกครั้งหนึ่งด้วยกองกำลังที่เหนือกว่าเช่นของสหรัฐก็จะสามารถเอาชัยชนะได้อีก อย่างไรก็ตาม นายพลอาวุโสตาน ฉ่วย ก็ได้ปฏิเสธทฤษฎีนี้ไปแล้วว่าไม่มีมูลความจริง อีกกลุ่มหนึ่งก็ให้เหตุผลว่าเนปีดอว์อยู่ใกล้กับรัฐไทยใหญ่ คะฉิ่น และกะเหรี่ยง มากกว่าย่างกุ้งซึ่งมีการสู้รบกับฝ่ายทหารพม่าอยู่เนือง ๆ และจะสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้ดีกว่าถ้ากองบัญชาการทหารจะตั้งอยู่ในบริเวณนี้ อีกกลุ่มหนึ่งก็เห็นว่ารัฐบาลพม่ามีความเกรงกลัวการลุกฮือของประชาชนในเมืองใหญ่เป็นอย่างมากและเห็นว่าจะทำการปราบปรามได้สะดวกกว่าจากเนปีดอว์ กลุ่มสุดท้ายกล่าวว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากคำพยากรณ์ของหมอดูส่วนตัวของนายพลตาน ฉ่วยซึ่งทำนายว่า หากไม่มีการย้ายเมืองหลวง รัฐบาลพม่าจะต้องล่มสลายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2549 สรุปก็คือยังไม่มีผู้ใดทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว ในเรื่องนี้ คุณรัชฎา จิวาลัย ได้ให้ความเห็นไว้เช่นกัน รวมทั้งข้อมูลในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเนปีดอว์ ซึ่งผมขอนำบางตอนมาลงดังต่อไปนี้


ในประวัติศาสตร์ของพม่า การย้ายราชธานีเกิดขึ้นหลายครั้ง ในบริเวณใกล้ ๆ กับเมืองมัณฑะเลย์นั้น เคยเป็นที่ตั้งของราชธานีอาณาจักรโบราณของพม่าถึง 4 แห่ง ได้แก่ สะกาย อังวะ อมรปุระ และมัณฑะเลย์ ที่น่าสนใจก็คือการย้ายราชธานีจากอมรปุระไปยังมัณฑะเลย์ก็มีเหตุผลที่คล้าย ๆ กับการย้ายศูนย์ราชการไปที่เมืองเนปีดอว์ คือ มีทั้งเหตุผลความเชื่อทางไสยศาสตร์ และเหตุผลในทางยุทธศาสตร์ และความมั่นคง กล่าวคือในสมัยพระเจ้ามินดง เริ่มมีเรือกำปั่นไฟของอังกฤษแล่นตามแม่น้ำอิระวดีขึ้นไปถึงเมืองอังวะเมืองหลวงเก่าและกรุงอมร ปุระซึ่งเป็นราชธานีในขณะนั้น พระเจ้ามินดงเห็นว่าการมีราชธานีตั้งอยู่ริมแม่น้ำเป็นการเปิดโอกาสให้ฝรั่งเอาปืนใหญ่ใส่เรือกลไฟไปโจมตีได้โดยง่าย จึงได้สั่งให้ย้ายราชธานีไปยังเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งอยู่บนเนินเขาและอยู่ห่างจากแม่น้ำ ในชั้นนี้ คงยังไม่อาจสรุปได้ว่า พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย จะมีแนวคิดคล้าย ๆ พระเจ้า มินดงหรือไม่


หลายคนสงสัยว่ารัฐบาลพม่านำเงินงบประมาณจากที่ใดมาใช้ในการพัฒนาเนปีดอว์ ความช่วยเหลือบางส่วนอาจมาจากจีน แต่ส่วนใหญ่ทางการพม่าจะให้สัมปทานแก่เอกชนพม่าในการพัฒนาเมืองเนปีดอว์ บริษัทเอกชนชั้นนำของพม่าเกือบทุกบริษัทจะถูกทาบทาม (หรืออาจจะเรียกว่าถูกเกณฑ์) ให้ไปลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภค โดยจะได้รับผลตอบแทนจากทางการพม่าในรูปแบบ ต่าง ๆ อาทิ การให้ที่ดินและอาคารที่ทำการของสถานที่ราชการในกรุงย่างกุ้ง ผู้เขียนได้ทราบจากเพื่อนนักธุรกิจชาวพม่าคนหนึ่งว่า ทางการพม่าประสงค์จะให้มีการสร้างสนามกอล์ฟที่เนปีดอว์อย่างน้อย 2-3 แห่ง (ข่าวบางกระแสแจ้งว่าอาจมากถึง 6 แห่ง) โดยขอให้เอกชนพม่าหนึ่งบริษัทลงทุนสร้างสนามกอล์ฟหนึ่งแห่ง ทั้งนี้ รัฐบาลพม่าจะให้ใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์เป็นการตอบแทน เชื่อกันว่า เอกชนพม่ารายหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้นำพม่าได้ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟโดยแลกกับใบอนุญาตนำเข้า และขณะนี้กำลังเตรียมที่จะสั่งรถโรลสรอยซ์เข้ามาในพม่า (ส่วนที่ว่าทำไมถึงสามารถจะสั่งรถประเภทนี้เข้าไปในพม่าได้ทั้ง ๆ ที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่านั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งคงจะไม่กล่าวในที่นี้ แต่ก็คงพอชี้ให้เห็นว่าการเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ดังนั้นจึงไม่น่าจะแปลกใจหากเราจะพบเห็นสิ่งที่เรียกว่า “มือถือสากปากถือศีล” ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ)


ปัจจุบันทางการพม่ายังไม่ได้เชิญคณะทูตไปเยี่ยมชมเนปีดอว์แต่ได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารไปร่วมงานวันกองทัพพม่าที่เนปีดอว์เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2549 นอกจากนี้ยังมีเอกอัครราชทูตบางประเทศ เช่น รัสเซีย และจีน เท่านั้นที่ได้มีโอกาสไปเนปีดอว์ เนื่องจากมีคณะผู้แทนระดับสูงของทั้งสองประเทศไปเยือนพม่าและต้องเข้าเยี่ยมคารวะผู้นำระดับสูงของพม่า (พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ประธาน SPDC หรือรองพลเอกอาวุโสหม่อง เอ) ที่เนปีดอว์


หากรัฐบาลพม่าประกาศให้เนปีดอว์เป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการแล้ว คงจะส่งผลกระทบต่อสถานทูตต่าง ๆ ในกรุงย่างกุ้ง โดยเฉพาะไทย สิงคโปร์ และสหรัฐที่เพิ่งสร้างสถานทูตใหม่เสร็จไม่นาน ในชั้นนี้ ทราบมาว่า อินเดียและจีนตั้งใจที่จะไปเปิดสถานเอกอัครราชทูตที่เนปีดอว์ โดยทั้งสองประเทศจะย้ายสถานกงสุลใหญ่ของตนซึ่งอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในขณะนี้ไปรวมกับสถานเอกอัครราชทูตแห่งใหม่ที่เนปีดอว์และปรับสถานะของสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงย่างกุ้งให้เป็นสถานกงสุลใหญ่ ขณะที่ประเทศตะวันตกมีแนวโน้มที่จะคงสถานเอกอัครราชทูตไว้ที่กรุงย่างกุ้งและเปิดที่ทำการส่วนแยกที่เนปีดอว์


ทางการพม่าแจ้งคณะทูตว่า เนปีดอว์จะพร้อมให้ประเทศต่าง ๆ ไปเปิดที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตได้ในปี 2551 โดยแต่ละประเทศจะสามารถเช่าที่ดินจากรัฐบาลพม่าได้ประเทศละ 5 เอเคอร์ และหากประเทศใดประสงค์จะตั้งสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารด้วย รัฐบาลพม่าจะพิจารณาให้เช่าที่ดินเพิ่มอีก 3 เอเคอร์.

สาโรจน์ ชวนะวิรัช
 
http://news.sanook.com/world/world_76365.php


บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:20:02 PM »

เรื่องจากพม่า...เนปิดอร์ เมืองหลวงไร้ชีวิต





สนามบินมิงกาลาดง สร้างอาคารผู้ดยสารใหม่  ต่างจาก 3 ปีก่อนชัดเจน ภายนอกไม่เปลี่ยนแปลงนัก  แต่ภายในสะอาดและ ทันสมัยมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะดูสบายและผ่อนคลายมากขึ้น มีป้ายโฆษณาสวยๆให้เห็นชัดหลายหลาก



มีป้ายงานศิลปะพม่าที่อ่อนช้อยให้ชื่นใจที่แอร์พอร์ตด้วย  ต้อนรับกันด้วยเสน่ห์พม่าเข้าไปเต็มๆตั้งแต่ก้าวแรกทีเดียว

พันธกิจแรกของเรา 18 ชีวิตจะเริ่มต้นที่เริ่มต้นที่เนปิดอร์ และปิ่นมานา  เมืองที่นักท่องเที่ยวไปไม่ถึง  และน้อคนที่มีโอกาสไปเห็น  แม้จะมีเงินมาก

เนปิดอร์เป็นเมืองหลวงใหม่ของพม่า  น้อยคนที่จะเข้าใจว่าเนปิดอร์คืออะไร  ปิ่นมานาคืออะไร  ใครมีสิทธิ์ไปอยู่เนปิดอร์

ห่างจากเมืองย่างกุ้งไป 320 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ มีเมืองเล็กๆเก่าแก่มากชื่อปิ่นมานา เมืองนี้มีภูเขาอันยาวเหยียด อยู่ทางตะวันออกและทางทิศเหนือ  ตามหลักโหราศาสตร์แล้วถือว่ายอดเยี่ยม และหลักยุทธศาสตรืถือว่าห่างจากวิถิกระสุนปืนใหญ่ของข้าศึกที่อาจยิงจากอ่าวแถวย่างกุ้ง

การสร้างเมืองใหม่ขึ้นมา บนภูเขาลูกเล็กลูกน้อยจำนวนนัยพันๆลูก กว้างสุดลูกหูลูกตา  คล้ายเพชรบูรณ์หรือเขาใหญ่ของไทยเราแต่ความสูงชันของภูเขาไม่สูงเท่าไทย โดยโอบล้อมเอาเมืองปิ่นมานาไว้ภายในจึงเริ่มขึ้น  และประกาสว่าเป็นเมืองหลวงใหม่ของพม่า  ชื่อว่าเมืองเนปิดอร์ NAYPIDAW ในระดับความสูงของละติจูด เทียบกับเชียงใหม่ของไทย


ผังอย่างง่ายของเนปิดอร์  เป็นสามเหลี่ยม ประกอบไปด้วยศูนย์กลางการบริหารราชการ  กระทรวงทบวงกรม ทางตะวันตก สนาบินทางตะวันออก  และกองกำลังทหารทางทิศเหนือ ส่วนตรงกลางคือศูย์กลางความเจริญด้านต่างๆ  เช่นโรงพยาบาล บ้านพักของข้าราชการระดับสูง ศูนย์การลงทุน ศูนย์อัญมณีและการค้าขายต่างๆ

ที่ต้องรู้คือที่นี่เป็น Wireless free zone สัญญาณโทรศัพท์มือถือถูกตัดหมดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ดอกเตอร์วินที่เป็นผู้นำทางกับเราจะติดต่อโปรเฟสเซอร์ที่ย่างกุ้งยังต้องใช้โทรศัพท์จากโรงแรมที่พักเลย


 



การเดินทางจากเมืองเนปิดอร์ ไปเมืองปิ่นมานา 15 กิโลเตรไปทางตะวันออก จะพบเห็นรถม้า วัวเทียมเกวียน ท้องทุ่งนา และวิถีชนบทที่อยู่ใกล้เมืองหลวงอย่างที่สุด



การเติมน้ำมันรถแบบมาตรฐานจากปั๊มลอยหรือปั๊มหลอดข้างถนน  นอกเมืองเนปิดอร์  เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทางของเรา  เราจะรู้สึกขาดอะไรไปสักอย่างหากไม่ได้เห็นภาพนี้ นอกจกนี้การลงรถไปซื้อกล้วยริมทางก็เร้าใจอย่างยิ่ง



เนปิดอร์ยังเป็นเมืองหม่เอี่ยมอ่อง มีถนนสี่เลนส์  ข้าราชการระดับสูงจำนวนมากต้องมาทำงานที่นี่   ราชการมีบ้านพักแบบคอนโดสูงสี่ชั้นเป็นจำนวนมากนับร้อยนับพันหลังริมทะเลสาบ  ให้พักฟรี  ไม่มีลิฟต์หรอกนะครับ ตลาดก็อยู่ไกล  จึงเห้นการทำสวนครัวหน้าและข้างคอนโดอยู่ทั่วไป แต่หลายคนไม่อยากมานัก  เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกยังมีน้อยมาก  ผู้คนก็มีน้อย ร้านค้าร้านขายก็น้อยต็มที่  พื้นที่ว่างกว้างขวางสูดสายตา นานๆจะมีรถผ่านมาสักคัน


เป็นเหมือนเมืองร้าง  และดูจะเป็นเมืองหลวงที่ไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี

ภาพคนทำงานสร้างถนนพบได้แม้ในกลางกรุงเนปิดอร์  ใช้มือโรยกรวดและเรียงหินทำถนนสี่เลนส์ นี่คือประวิติศาสตร์การสร้างเมืองหลวงโดยแท้  การทำถนนในเวลานี้กำลังเร่งรุดอย่างมาก  ตั้งแต่ย่างกุ้งถึงเมืองเนปิดอร์ มีการสร้างโดยรถผสมซีเมนต์และคอนกรีต  เราจะเห็นไซตืงานทุก 5 กิโลเมตรทีเดียว  แต่ที่น่าประหลาดใจคือไม่พบบ้านเรือนประชาชนหรือเมืองใดเลยตลอด 320 กิโลเมตรที่ถนนสี่เลนส์นี้ทอดผ่านไป  ดั้งนั้นการจะเข้าห้องนำห้องท่านั้นไม่มีสถานีบริการน้ำมันดอกท่าน  ขอให้เข้าให้เรียบร้อบตั้งแต่ย่างกุ้งทีเดียว  อย่าทานเยอะ  การเดินทางนานถึง 6  ชั่วโมงไม่สนุกนัก

เราพักที่โรงแรม เดอ ติงกาอา สนนราคา 85 เหรียญต่อคืน พักได้ 2 คน รวมอาหารเช้า  แต่ราคาสถานทูตลดเหลือ 65 เหรียญ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ  รวมทั้งทีวีข่าวช่อง CNN ช่องเกาหลี   ช่องอินเดียและอื่นๆ

และที่นี่เอง  เราได้ข่าว CNN เรื่องการยึดสนามบินสุวรรณภูมิตลอดคืน  และถูกกลบเสียสนิทด้วยการระเบิดที่โรงแรมทัจ ที่มุมไบ ตอนต่อไปจะพยายามทำให้สนุกครับ


http://www.oknation.net/blog/print.php?id=367484


บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:26:43 PM »

เนปีดอ



เนปีดอ (อังกฤษ: Naypyidaw หรือบางครั้งสะกดเป็น Nay Pyi Taw; พม่า: , [nèpjìdɔ̀] มีความหมายว่า "มหาราชธานี") เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารของสหภาพพม่า ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัตปแว (Kyatpyae) ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองเปียนมานา (Pyinmana) ในเขตมัณฑะเลย์ มีเหตุผลการย้ายเมืองหลวงเช่นเดียวกับเมืองปีนมานา และเชื่อว่าย้ายตามคำทำนายของโหรของนายพลตาน ฉ่วย รวมถึงเชื่อว่าอาจจะเป็นการฟื้นฟูธรรมเนียมประเพณีเก่าของพม่าในยุคที่ยังมีพระมหากษัตริย์ปกครองประเทศ[5] สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาโดยรอบ เมืองนี้เป็นเมืองเดียวของประเทศพม่าที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่เมืองหลวงเก่าย่างกุ้งจะไฟฟ้าดับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เมืองนี้อยู่ห่างย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร มีเพียงถนนสี่ถึงแปดเลนที่กำลังก่อสร้าง อาคารได้มีการก่อสร้างขึ้น แต่ยังไม่มีผู้คนอาศัยเท่าที่ควร[6][7] ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งทางการพม่านั้นต้องการ เมืองนี้เริ่มมีการสร้างสิ่งต่าง ๆ บ้างแล้ว เช่น อพาร์ตเมนท์ ซึ่งคนพอมีเงินที่จะมาซื้ออยู่อาศัย เริ่มมีประชาชนอพยพมาอาศัยอยู่หลายหมื่นคน แต่เมืองหลวงแห่งนี้ ปัจจุบันมีโรงเรียน และโรงพยาบาลเนปีดอ[8] แต่ก็ยังเปรียบเสมือนเมืองทหาร ซึ่งกำลังก่อสร้างต่อไป

ปัจจุบันกรุงเนปีดอได้มีการพัฒนาถนนทางหลวงหมายเลข 8 เพื่อเชื่อมต่อกับเมืองย่างกุ้ง มีโครงการสร้างสถานีรถไฟขึ้นอีก 1 แห่งในเนปีดอ ถัดจากสถานีในปีนมานาที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2549 มีการสร้างมหาเจดีย์อุปปตศานติ (Uppatasanti) ซึ่งจำลองแบบไปจากมหาเจดีย์ชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง[9] และทางการยังมีแผนการสร้างสวนสาธารณะ น้ำพุ สวนสัตว์ สวนบริเวณใจกลางเมือง และศูนย์การค้าแห่งใหม่อีก 42 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเมืองหลวงแห่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีแผนการก่อสร้างอาคารทันสมัยต่างๆ สำหรับหน่วยงานรัฐ ส่วนที่พักอาศัย โรงพยาบาลเอกชน ธนาคาร อาคารสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพพม่า (UMFCCI) และโครงการศูนย์การค้าระดับนานาชาติ โดยเป็นโครงการที่จะดำเนินไปตลอดทศวรรษข้างหน้า เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยของเมืองหลวงแห่งใหม่ในอนาคต[10]


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%AD


บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:28:43 PM »

จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
 

ทําเอาชาวโลกตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่อลังการของ “เนย์ปิดอว์” เมืองหลวงแห่งใหม่ของพม่า ที่เพิ่งเปิดให้บรรดากระจอกข่าวต่างชาติเข้าไปสัมผัสเป็นครั้งแรก หลังซุ่มเงียบก่อสร้างมานานกว่า 2 ปี

เนย์ปิดอว์ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 พันตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่าเกาะสิงคโปร์ 10 เท่า ตั้งอยู่ในเขตเมืองปินมานา ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือราว 385 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์นั้นแทบจะต้องนั่งหลับแล้วหลับอีกนานร่วม 7 ชั่วโมง


“ไม่มีอะไรพร้อม” คือ คำจำกัดความของเนย์ปิดอว์ พูดชื่อขึ้นมาก็มีแต่คนส่ายหน้า ไม่มีใครอยากย้ายไปอยู่ พื้นที่โอบล้อมด้วยภูเขา การเข้าถึงทำได้อย่างยากลำบาก ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับกรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวง เมืองท่า และศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังห่างไกลกันหลายขุม


ด้วยเหตุนี้การย้ายเมืองหลวง (อีกรอบ) ของพม่า จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการแพ็กกระเป๋าเข้าคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ เพราะการย้ายเมืองคือการเนรมิตตึกรามบ้านช่อง สนามบิน โรงพยาบาล ทางหลวง และระบบสาธารณูปโภคที่พึงมี ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดบนพื้นที่ที่เคยเป็นภูเขาและป่าทึบ


เนย์ปิดอว์ ได้รับการวางผังเมืองเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนราชการ (Ministry Zone) โซนโรงแรม (Hotel Zone) โซนอุตสาหกรรม (Industry Zone) และ โซนทหาร (Military Zone) มีประชากรย้ายเข้าไปอยู่แล้วราว 9.2 แสนคน ว่ากันว่าโซนหลังสุดนี้กว้างขวางใหญ่โต เต็มไปด้วยรถหรู ข้าราชการพลเรือนแต่งตัวอย่างภูมิฐาน แถมยังเป็นที่ตั้งของกรมกองในกระทรวงกลาโหม โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันประเทศ


และที่โดดเด่นรองลงมา คือ โซนอุตสาหกรรม บนพื้นที่ราว 2.1 แสนตารางเมตร เบื้องต้นเน้นที่การทำปศุสัตว์เป็นหลัก ก่อนที่ในอนาคตจะเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนภายใต้โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่นเดียวกับที่ชาติเอเชียฮิตทำกันอยู่ในขณะนี้


แต่ส่วนที่น่าทึ่งมากสุดตามภาพที่เผยแพร่ออกมา คือ พระราชานุสาวรีย์ของบูรพกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ของพม่า ได้แก่ พระเจ้าอโนรธา แห่งพุกาม พระเจ้าบุเรงนอง แห่งหงสาวดี และ พระเจ้าอลองชญา แห่งชเวโบ พม่าจัดสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเทิดพระเกียรติโดยเฉพาะ


อย่างไรก็ดี สภาพของเนย์ปิดอว์ตอนนี้เรียกได้ว่าสร้างไปอยู่ไป ใช้แรงงานราว 8 หมื่นชีวิต คำนวณแล้วต้องจ่าย ค่าแรงปีละ 32.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.04 พันล้านบาท) กว่าโครงการนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างในปี 2012


แต่หากเปรียบเทียบกับการย้ายเมืองหลวงของชาติอื่น ก็ต้องบอกว่า “ทำได้ไม่เลว” เพราะเมื่อครั้งที่ปากีสถานตัดสินใจย้ายจากการาจี มากรุงอิสลามาบัดในปี 1967 ต้องรอจนถึงปี 1980 กว่าที่หน่วยงานราชการจะโยกย้ายเข้าไปอยู่ได้ หรือในกรณีของบราซิล ที่ย้ายจากริโอ เดอ จาเนโร มาที่ บราซิเลีย ในปี 1960 ก็ต้องใช้เวลาขนของและ ปรับปรุงเมืองนานถึง 41 เดือน หรือราว 3 ปีครึ่ง


เมกะโปรเจกต์ระดับชาติครั้งนี้กู้เงินจากต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 1998 เริ่มที่เอ็กซิมแบงก์ของจีน 160 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.16 พันล้านบาท) และเอ็กซิมแบงก์ของไทย 106.45 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4 พันล้านบาท) รวมถึงสถาบันการเงินอีกหลายแห่งของประเทศเพื่อนบ้าน


สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2005 พม่าติดหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศ อยู่ถึง 6.99 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.25 แสนล้านบาท) และมีกำหนดใช้คืนปี 2008 ราว 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.45 แสนล้านบาท) ส่วนใครที่สงสัยว่าท้องพระคลังพม่าฟู่ฟ่าแค่ไหนนั้น ตัวเลขล่าสุดจากการประเมินร่วมกันของไอเอ็มเอฟ ซีไอเอ และแบงก์ ออฟ ไชนา นั้น พม่ามีเงินตราต่างประเทศและทองคำเพียง 800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.58 หมื่นล้านบาท) เท่านั้นเอง!!!


แต่เหตุใด ทำไมพม่าจึงย้ายกรุง?


ไม่เพียงแต่ชาวโลกที่อยากรู้คำตอบ แต่ชาวพม่าเองก็สงสัยเหมือนกันว่า รัฐบาลทหารคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะแผนการย้ายเมืองหลวงมีขึ้นแบบฉุกละหุก ทั้งที่เนย์ปิดอว์ยังสร้างไม่เสร็จ การย้ายออกจากย่างกุ้งไม่บอกก็รู้ว่าเป็นการ “ถอยหลังลงคลอง” กระทั่งมาถึงตอนนี้ ชาวพม่าส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่า เนย์ปิดอว์ เป็นแค่ “เมืองในฝัน”


เหตุผลหลักของการย้ายเมืองแบ่งได้เป็น 2 เหตุ ได้แก่ เหตุแห่งความมั่นคง และ เหตุผลด้านโหราศาสตร์


หลายคนอาจเคยรู้มาบ้างว่า พม่าย้ายเมืองหลวงมาครั้งแล้วครั้งเล่าในอดีต หลายเมืองในพม่าทั้งพุกาม อังวะ ตองอู หงสาวดี ล้วนเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรพม่าในแต่ละยุคสมัยมาแล้วทั้งสิ้น การสถาปนาเมืองหลวงแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับกษัตริย์ที่ขึ้นปกครองเป็นหลัก และหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 พม่าก็ใช้ย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงเรื่อยมา


รัฐบาลทหารพม่าให้เหตุผลของการย้ายเมืองครั้งล่าสุดว่า เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เนื่องจาก เนย์ปิดอว์ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศ การเดินทางสร้างเครือข่ายใดๆ จึงทำได้สะดวก อีกอย่างย่างกุ้งในปัจจุบันถือว่า แออัดเกินไป...แต่น้อยคนนักที่จะเชื่อ


นายปกศักดิ์ นิลอุบล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า ให้ความเห็นกับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ ว่า ประเด็นความเชื่อด้านโหราศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของการย้ายเมือง เพราะ พล.อ.อาวุโส ตันฉ่วย วัย 74 ปี เชื่อเรื่อง โชคลางมาก ถึงขนาดทึกทักเอาว่าตนเองเป็นอดีตกษัตริย์กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง


ดังนั้น จึงต้องตั้งเมืองหลวงใหม่ เพราะกรุงย่างกุ้งเป็นเมืองที่ได้รับการสถาปนาจากอาณานิคมอังกฤษ ไม่ใช่จากชาวพม่าเอง


เช่นเดียวกัน นักวิเคราะห์ต่างชาติที่เห็นว่า ไม่ควรมองข้ามความเชื่อข้างต้น เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าใครได้ขึ้นเป็นใหญ่ก็ต้องเร่งสร้างสัญลักษณ์ หรือวัดวาอารามเป็นของตนเอง เพื่อแก้เคล็ด อาทิ ขิ่นยุนต์ อดีตนายกรัฐมนตรีของพม่า ก็เคยสร้างวัดขึ้นหลายแห่งเพื่อ เสริมบารมี เพราะกลัวว่าตนเองจะสูญเสียอำนาจ


อย่างไรก็ดี ประเด็นความมั่นคงของประเทศ อาจดูมีน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหวั่นวิตกว่า จะโดนโจมตีจากต่างชาติ ซึ่งในที่นี้อาจหมายถึง “สหรัฐ”


อ่องคิน นักประวัติศาสตร์ชาวพม่า ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ว่า กองทัพบกของพม่ามีความแข็งแกร่งมากกว่ากองทัพเรือ ดังนั้น ยิ่งย้ายเมืองจากชายฝั่งทะเล เข้ามาในแผ่นดินใหญ่มากเท่าไร ก็ยิ่งปลอดภัยจากการโจมตีมากเท่านั้น ทว่า เป็นไปได้ยากที่จู่ๆ พี่เบิ้มอย่างสหรัฐจะยกทัพมาจัดการพม่า เพราะคงต้องหาเหตุผลที่ฟังขึ้นมากกว่าการที่พม่ายังนิ่งเฉยต่อกระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยและยังกักตัวนางอองซาน ซูจี ไว้


ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาและศูนย์ไทยศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าของไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการย้ายเมืองหลวงของพม่าครั้งนี้ว่า เป็นไปเพื่อต้องการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้ประเทศเป็นสำคัญ เนื่องจากกรุงย่างกุ้งถือเป็นที่ตั้งของทั้งฝ่ายกองทัพและฝ่ายที่ต่อต้าน ดังนั้น หากเกิดการเคลื่อนไหวหรือปะทะกัน ฝ่ายทหารจะไม่มีจุดตั้งรับหรือล่าถอยในการสู้รบได้ ดังนั้น การย้ายเมืองครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่รัฐบาลทหารพม่า


“จุดเด่นของเนย์ปิดอว์อยู่ที่ด้านยุทธศาสตร์เป็นสำคัญ เพราะตั้งอยู่ตรงใจกลางของประเทศและเป็นเส้นทาง คมนาคมหลักที่เชื่อมกรุงย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคมใหญ่สุดของประเทศ” ดร.สุเนตร กล่าวพร้อมอธิบายว่า ด้วยสภาพภูมิประเทศของเมืองเนย์ปิดอว์ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ช่วยให้ลดปัญหาการถูกจับสัญญาณจากฝ่ายตรงข้ามและทำให้ยากต่อการถูกโจมตีจากชนกลุ่มน้อยและศัตรูของรัฐบาล


หากมองตามแผนที่พม่าแล้ว ทำเลของเนย์ปิดอว์ถือว่าใช้ได้ทีเดียว เป็นจุดที่สามารถตั้งรับกับชนกลุ่มน้อย เช่น ฉาน ฉิ่น และกะเหรี่ยง จากทั้งทิศเหนือ ใต้ ออก และตก ได้เป็นอย่างดี


ส่วนประเด็นหวาดกลัวการโจมตีจากสหรัฐนั้น ดร.สุเนตร มองว่า ขณะนี้สหรัฐกำลังให้ความสำคัญในสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งในอิรัก อิหร่าน หรืออัฟกานิสถาน และยังรวมถึงปัญหาในเกาหลีเหนือ เป็นหลัก


“หากดูจากการจัดอันดับความสำคัญของสหรัฐต่อสถานการณ์ต่างๆ พม่ายังคงมีความสำคัญต่อสหรัฐในระดับรองอยู่มาก เมื่อเทียบกับประเด็นในตะวันออกกลางและเกาหลีเหนือ ดังนั้น ปัจจัยนี้อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้พม่าตัดสินใจย้ายเมือง” ดร.สุเนตร กล่าว


จากความเห็นข้างต้นน่าจะสรุปได้ว่า การย้ายราชธานีใหม่ครั้งนี้เป็นไปเพื่อการควบคุมความเรียบร้อยภายในประเทศมากกว่ากลัวศัตรูจู่โจม เพราะเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลลงทุนลงแรงไปมหาศาล นอกจากเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพแล้ว ยังหวังปั้นเนย์ปิดอว์ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งหมายความว่า ในอนาคตเราอาจได้เห็นพม่าเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบเสียที


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จากย่างกุ้ง สู่ เนย์ปิดอว์ แล้วจะมีการเดินทางไปเมืองไหนต่ออีกหรือไม่นั้น วันนี้ขออนุญาตไม่ ฟัน


http://www.takchamber.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=454075&Ntype=3

บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:30:20 PM »

รัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMSTEC ครั้งที่ 12 ณ นครเนปิดอร์ ประเทศพม่า


ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม 2552 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศภูฏาน บังกลาเทศ อินเดีย เนปาล และศรีลังกา เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีความคิดริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi- Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) ครั้งที่ 12 ณ นครเนปิดอร์ ประเทศพม่า โดยมีพลเอก เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีพม่าแสดงความขอบคุณไทยที่มีบทบาทแข็งขันในการจัดตั้งศูนย์ BIMSTEC ซึ่งทำหน้าที่เป็นสำนักงาน BIMSTEC ชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานร่วมกันระหว่างการดำเนินการจัดตั้งสำนักงานเลขาธิการถาวร BIMSTEC

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรี BIMSTEC ได้รับรองแถลงการณ์ร่วมซึ่งเน้นความสำคัญของ BIMSTEC FTA เพื่อสนับสนุนด้านการค้าและการลงทุน อีกทั้งส่งเสริมการแข่งขันและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค ที่ประชุมฯ ได้ตกลงที่จะพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายการคมนาคมและการสื่อสารให้กว้างขวางขึ้นซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินงานในกรอบ BIMSTEC ที่ประชุมฯ ได้แสดงความพอใจต่อการรับรองโครงการศึกษาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในกรอบ BIMSTEC (BIMSTEC Transport Infrastructure and Logistics Study-BILTS) ซึ่งศึกษาโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asia Development Bank-ADB) ที่ประชุมฯ ยินดีต่อการเสนอให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศูนย์พลังงาน (Memorandum of Association on BIMSTEC Energy Center) ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีพลังงาน BIMSTEC ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ในเดือนมีนาคม 2553 และยินดีที่ไทยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดประชุม the Second BIMSTEC Meeting on the Network of National Centers of Coordination in Traditional Medicine ครั้งที่ 2 ในปี 2553 ในโอกาสนี้ รัฐมนตรี BIMSTEC ได้แสดงความขอบคุณอินเดียที่ริเริ่มจัดตั้ง BIMSTEC Network of Policy Think Tanks และได้ย้ำถึงความจำเป็นในการจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวร BIMSTEC โดยเร็ว ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ตกลงร่วมกันที่จะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMSTEC ครั้งที่ 13 ที่พม่าในปี 2553

ภายหลังการประชุมฯ รัฐมนตรี BIMSTEC ได้ลงนามอนุสัญญา BIMSTEC ว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายสากล องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบค้ายาเสพติด (Convention on Cooperation in Combating International Terrorism, Organized Crime and Illicit Drug Trafficking) ต่อมา รัฐมนตรี BIMSTECเข้าเยี่ยมคารวะพลเอก เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า ณ ศาลาว่าการนครเนปิดอร์ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีพม่าเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th



http://www.ryt9.com/s/mfa/765615


บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:31:48 PM »

รัฐ-เอกชนแม่ฮ่องสอน เล็งเปิดเส้นทางทะลุเนปิดอว์-มหาสมุทรอินเดีย/จัดออนทัวร์ซ้ำเดือนหน้า
วันที่ 2010-05-25 10:30:33 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - 189.972732543945


แม่ฮ่องสอน – เมืองสามหมอกเล็งจัดคาราวานไทย-พม่าครั้งที่ 2 หวังต่อจิ๊กซอว์เส้นทางการค้า-การท่องเที่ยว ทะลุเนปิดอว์-มหาสมุทรอินเดีย พร้อมตั้งโต๊ะเจรจาเปิด “twin city แม่ฮ่องสอน-ลอยก่อ”

นางสาวเยาวเรศ แซ่โค้ว พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในเดือนมิถุนายน 53 นี้ จังหวัดฯภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชนในพื้นที่ จะจัดโครงการคาราวานสานสัมพันธ์แม่ฮ่องสอน-พม่า ครั้งที่ 2 ขึ้นใน เพื่อเป็นการกระชับมิตรที่ระหว่างแม่ฮ่องสอนกับพม่า โดยวันแรกจะเดินทางจากแม่ฮ่องสอน – ห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม ไปยังจังหวัดลอยก่อ ซึ่งจะมีการประชุมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนฝ่ายไทยกับตัวแทนฝ่ายพม่าในเรื่องการจัดตั้งเมืองแฝด “twin city แม่ฮ่องสอน-ลอยก่อ” พร้อมจับคู่ธุรกิจ ณ สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติพม่า เมืองลอยก่อ

http://paidoo.net/same/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%20%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%8C-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2
บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:37:45 PM »

เนปิดอว์ (Naypyidaw) เมืองหลวงใหม่ของพม่า

 

          “เนปิดอว์” ซึ่งเป็นเมืองที่รัฐบาลทหารพม่าซุ่มเงียบใช้เวลาก่อสร้างกว่า 2 ปี โดยเมืองเนปิดอว์นั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปในผืนแผ่นดิน หรือห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือราว 380 กิโลเมตร และถ้าคำนวณระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงย่างกุ้งไปเนปิดอว์จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และจากการย้ายเมืองหลวงในครั้งนี้ รัฐบาลทหารพม่าได้ตัดสินใจที่จะขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการของตนถึง 10 เท่า

           ประเทศพม่านั้นกำลังย้ายเมืองหลวง โดยก่อนหน้านี้คาดกันว่าเมืองหลวงใหม่ของพม่าจะมีชื่อว่า “ปิ่นมะนา” แต่ที่เปิดตัวกับชาวโลกนั้นไม่ใช่เสียแล้ว กลับกลายเป็นเมืองที่คนไทยเรา และคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะได้ยินชื่อนัก นั่นก็คือเมือง “เนปิดอว์” ซึ่งเป็นเมืองที่รัฐบาลทหารพม่าซุ่มเงียบใช้เวลาก่อสร้างกว่า 2 ปี โดยเมืองเนปิดอว์นั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปในผืนแผ่นดิน หรือห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือราว 380 กิโลเมตร และถ้าคำนวณระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงย่างกุ้งไปเนปิดอว์จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพราะเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยดี กอปรกับเป็นทางขึ้นลงเขาเป็นส่วนใหญ่ เนปิดอว์นั้นถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศสิงค์โปร์จะมีขนาดใหญ่กว่าถึง 10 เท่า สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกนั่นก็คือ พระราชานุสาวรีย์ของบูรพกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ของพม่า ได้แก่ พระเจ้าอโนรธา พระเจ้าบุเรงนอง และพระเจ้าอลองชญา โดยพม่าได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติของบูรพกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 พระองค์โดยเฉพาะ พระราชานุสาวรีย์ขนาดมหึมาของบูรพกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของพม่า 3 พระองค์ของพม่า ได้แก่ พระเจ้าอโนรธา พระเจ้าบุเรงนอง และพระเจ้าอลองชญา ซึ่งถือเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเนปิดอว์

 
            การย้ายเมืองหลวงของพม่าในคราวนี้ไม่มีความพร้อมเสียเลยครับ ทั้งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไม่ว่าจะโรงเรียน โรงพยาบาล สนามบิน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ แต่ด้วยการบริหารราชการโดยอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่รัฐบาลทหารจึงทำให้การขนย้าย และลำเลียงสิ่งของต่าง ๆ รวมทั้ง “คน” เป็นไปได้อย่างค่อนข้างรวดเร็วครับ เท่าที่ผมได้รับทราบข้อมูล พม่าใช้รถบรรทุกขนาด 18 ล้อ ระดมวิ่งขนข้าวของสัมภาระกันทั้งวันทั้งคืนเลยครับ และจากการย้ายเมืองหลวงในครั้งนี้ รัฐบาลทหารพม่าได้ตัดสินใจที่จะขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการของตนถึง 10 เท่า ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งอธิบดีของพม่าที่มีเงินเดือน ๆ ละ 6 พันบาท ก็ได้เงินเดือนพุ่งพรวดไปเป็น 6 หมื่นบาทเลยทีเดียว รัฐบาลทหารของพม่านั้น มีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะสั่งการหรือออกคำสั่งใด ๆ ก็ตามที่ตนเองเห็นสมควร ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน หรือการสั่งให้ข้าราชการมาปฏิบัติงาน ณ เมืองหลวงใหม่ จึงเป็นไปอย่างปัจจุบันทันด่วน และแน่นอนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยถ้ามีการขัดขืนหรือไม่ปฏิบัติ ท่านผู้อ่านคงสามารถที่จะเดาได้นะครับว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้น การย้ายประชาชนให้มาอยู่อาศัย ณ เมืองเนปิดอว์ ก็อาจจะถือได้ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่อาจจะขัดได้ อาจจะสงสัยว่าพม่าเอาเงินมหาศาลจากที่ไหนมาสร้างเมือง แน่นอนครับว่าโครงการใหญ่ขนาดนี้พม่าต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาอย่างแน่นอน นั่นก็คือพี่เบิ้มอย่างจีนนั่นเอง โดยผ่านเอ็กซิมแบงก์เป็นเม็ดเงินราว 160 ล้านเหรียญสหรัฐ และจากพี่ไทยของเราเองด้วย ผ่านเอ็กซิมแบงก์เช่นกันประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งจากสถาบันการเงินอื่น ๆ อีกหลายแห่ง

           คำถามต่อไป ก็คือ เหตุใดพม่าจึงจะต้องย้ายเมืองหลวง คำตอบนี้ก็อาจจะยากที่จะฟันธงลงไปครับว่าเพราะสาเหตุใด ถ้าฟังมุมมองของนักวิเคราะห์ชาวตะวันตกอาจจะมองว่าเป็นเรื่องความมั่นคงภายในของพม่า โดยพม่ามีความประสงค์ที่จะถอยหลบฉากจากการถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าพิจารณาด้านความเป็นอัตลักษณ์
 
http://www.exoticontour.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%8C-Naypyidaw-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2.html

บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
TheFootball
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +913/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,087


สู้ๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:39:31 PM »

ครั้งหนึ่งในเนปิดอว์ 

โดย โม๋หอม     




มกราคม 2553 ประเทศพม่า

การปะทะคารมระหว่างนางเอกและแม่สามีกันอย่างดุเดือดในหนังพม่าบนรถทัวร์ปรับอากาศสายตองจี-ย่างกุ้งเบี่ยงเบนความสนใจจากถนนลูกรังเลียบเขาที่เต็มไปด้วยโค้งหักศอกน่าหวาดเสียวได้บ้างเป็นระยะๆ ขณะเดียวกัน เราก็อดทึ่งไม่ได้ที่คนขับ สามารถควบคุมรถบัสคันใหญ่คับถนนฝ่าความมืดมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งเคี้ยวหมากตุ้ยๆ อย่างสบาย อารมณ์




เมื่อสิ้นสุดทางเขาและเข้าสู่ทางทางตรงได้สักระยะหนึ่ง แสงไฟในตัวเมืองที่สว่างไสวผุดขึ้นมาในความมืดมา แต่ไกล อย่างกับสวรรค์ไม่มีผิด มองดูนาฬิกาก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ในประเทศพม่า มีเพียงไม่กี่ที่ที่มีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลาเช่นนี้ เท่าที่เคยสัมผัสก็มีเมืองลาที่เต็มไปด้วยบ่อนกาสิโน ชายแดนรัฐฉาน-จีน ขนาดย่างกุ้งเมืองหลวงเก่ายังต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟกันอยู่เลย พอดึก มาหน่อยเสียงเครื่องปั่นไฟประสานเสียงกันอึกทึกครึกโครม ส่วนเมืองน้องใหม่ล่าสุดที่ที่มีไฟฟ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็คือ เนปีดอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่าที่อยู่เบื้องหน้าเราในขณะนี้ ซึ่งศูนย์บัญชาการแห่งใหม่ของรัฐบาลเผด็จการที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง


อันที่จริงเมืองเนปีดอว์เป็นชื่อที่รัฐบาลทหารพม่าตั้งขึ้นมาใหม่สำหรับเมืองหลวงแห่งใหม่โดยเฉพาะ มีความหมายว่า ราชบัลลังก์ หรือ ที่ประทับของกษัตริย์ ตั้งอยู่ในอำเภอปีนมะนา ภาคมัณฑะเลย์ ห่างจาก ย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 350 กิโลเมตร รถบัสของเรามุ่งหน้าเข้าไปในใจกลางแสงสว่างและวนรอบวงเวียนขนาดใหญ่ ที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ในเวลานี้ดูเหมือนจะมีแค่รถของเราคันเดียวโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่บนถนนแปดเลน ว่ากันว่ากว้างขวางพอจอดเครื่องบินรบได้สบายๆ แต่ดูจะมากเกินความจำเป็นไปหน่อยหากใช้เพื่อให้ประชาชนสัญจรกันธรรมดา


“นึกเหรอว่าเค้า(รบ.พม่า) จะผลาญเงินสร้างให้มันใหญ่โตเล่นๆ โดยไม่มีอะไรแอบแฝง”  อยู่ๆ คำพูดของเพื่อนชาวพม่าคนหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัว ในตอนนั้น เพื่อนอีกคนก็พูดขึ้นมาว่า “ก็ไม่แน่นะถ้าโหรเป็น คนสั่ง”


แม้จะเรียกเสียงฮาได้แต่ก็ไม่ได้ไร้สาระเสียทีเดียว เพราะใน สายตาชาวพม่า นายพลตานฉ่วย ผู้นำดันดับหนึ่งของพม่า ขึ้นชื่อว่าเป็น ผู้นำประเทศคนหนึ่งที่งมงายเรื่องโหราศาสตร์(และไสยสาสตร์)มากถึงขนาดเคยจัดงานแต่งงานให้ภรรยาสุดรักกับดาราชายคนหนึ่งที่ชื่อ ลูมีน ซึ่งอายุอ่อนกว่าเป็นรอบเพื่อแก้เคล็ดตามที่หมอดูแนะนำ แถมยังยกโขยงกันไปฮันนีมูนหมู่ด้วยกันเสร็จสรรพ เป็นเรื่องที่ฮือฮากันมาก 


ด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจากเหตุผลต่างๆ นานาในการย้ายเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตั้ง ซึ่งตั้งอยู่กลางประเทศและสามารถเดินทางจากทุกส่วนของประเทศได้สะดวก และสามารถควบคุมชนกลุ่มน้อยเพราะใกล้กับที่อยู่ของชนกลุ่มน้อย หรือเหตุผลเรื่องต้องการแยกกลุ่มทหารออกจากพลเรือนไม่ให้เกิดกรณีพลเรือนมีอำนาจขึ้นมายึดอำนาจ  รวมไปถึงเพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ในอดีต เพราะปีนมะนาเคยเป็นศูนย์กลางกองกำลังเอกราชพม่าต่อสู้กับญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และยังปลอดภัยจากการรุกรานของศัตรูทั้งทางน้ำและทางอากาศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเด็นความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ยังคงเป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐานของการย้ายเมืองหลวงครั้งนี้


รถบัสชะลอหน้าโรงแรมที่ตั้งอยู่อีกฟากของถนน ซึ่งห่างจากจุดที่เรายืนอยู่หลายสิบเมตร  เราแบกเป้ใบเขื่องวิ่งข้ามถนนไปยังโรงแรมที่จองไว้ราคาคืนละ 50 เหรียญ (ประมาณ 1,650 บาท) ซึ่งถูกที่สุดแล้วใน ตัวเมืองเท่าที่สามารถหาได้ในขณะนั้น หากต้องการราคาถูกกว่านี้ ต้องไปพักในปีนมะนาที่อยู่นอกเมือง ไม่นานนัก รถกอล์ฟพร้อมพนักงานแต่งเครื่องแบบเต็มยศพาเราไปยังบ้านพักสุดหรู แยกเป็นสัดส่วนเหมือน บ้านจัดสรร แต่ละหลังแบ่งเป็นสองห้อง บางห้องก็มีรถเก๋งคันหรูจอดอยู่ที่โรงจอดรถหน้าห้อง บ่งบอกฐานะของแขกที่เข้าพัก ซึ่งนอกจากเจ้าหน้าที่หรือทหารระดับสูงกับนักธุรกิจชาวจีนแล้ว ประชาชนทั่วไปคงไม่มีปัญญาขับรถแพงอย่างนี้เป็นแน่ แถมยังไม่มีธุระจำเป็นต้องเข้าเมืองมาค้างโรงแรมหรูอย่างนี้ เพราะแม้บางกระทรวงจะย้ายสำนักงานมาที่นี้แล้ว แต่หน่วยงานหลายแห่งที่ประชาชนต้องไปติดต่อ อย่างเช่น การทำพาสปอร์ต หรือ ขอใบอนุญาตต่างๆ ก็ยังคงเปิดทำการในย่างกุ้งตามปกติ


ในค่ำคืนนั้น อาจเป็นเพราะความอ่อนเพลียที่ทำให้เราหลับลงได้ แม้ว่าเสียงเพลงคาราโอเกะจากโรงแรมข้างๆ จะดังสนั่นลั่นทุ่งก็ตาม


เช้าวันรุ่งขึ้น เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแบบอเมริกันบุฟเฟต์ผสมพม่า ท่ามกลางสายตาของแขกโต๊ะอื่น เพราะดูเหมือนว่าเราจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มเดียวในนั้น ส่วนใหญ่เป็นชายวัยกลางคนในชุดประจำชาติพม่า สวมเสื้อผ่าหน้า นุ่งโสร่งผ้าไหมราคาแพง
แบบที่เคยเห็นในข่าวการเมืองพม่า


เนื่องจากพรุ่งนี้เราต้องไปเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินที่กรุงย่างกุ้งจึงขอให้พนักงานต้อนรับที่โรงแรมเป็นธุระติดต่อเรื่องการเดินทางให้ ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุด คือ เครื่องบิน แต่โชคร้ายที่วันนั้นสำนักงานขายตั๋วเครื่องบินหยุดทำการเหลือตัวเลือกเพียงสองทาง คือ เหมาแท็กซี่ราคา 300 เหรียญหรือนั่งรถประจำทางไม่กี่พันจั๊ต


“ปกติแล้ว รถบัสที่นี่จะไม่รับชาวต่างชาติ...แต่ฉันจะลอง พยายามค่ะ” พนักงานสาวบอกกับเรา ซึ่งคิดไม่ถึงว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวในเมืองหลวงใหญ่โตมันจะยากเย็นอะไรขนาดนี้ เราลุ้น ด้วยใจระทึก ขณะที่พนักงานสองคนสลับกันยกหูโทรศัพท์ติดต่อคนนู้นคนนี้วุ่นวายไปหมด ระหว่างนั้นเราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรจองโรงแรมในย่างกุ้ง ปรากฏว่า ‘ไม่มีสัญญาณ’ ก่อนจะได้รับข่าวดีว่าได้รถเที่ยวหกโมงเย็น


เราเหมาแท็กซี่เที่ยวรอบเมืองในสนนราคา 50 ดอลลาร์เจ้าเดียว ในเมือง ครั้นจะเดินเที่ยวก็คงไปได้ไม่ถึงไหนเพราะกว้างมาก ที่แรก ที่ไปคือห้างสรรพสินค้า Junction ที่อยู่เยื้องๆ โรงแรม ลักษณะคล้ายๆ ห้างค้าปลีกที่อยู่ทั่วบ้านเรา ต่างกันตรงที่มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด มีการตรวจค้นกระเป๋าและเครื่องตรวจโลหะก่อนเข้าไปชอปปิ้ง แม้จะดูทันสมัย แต่ตราบใดที่แผนกสตรียังมีทะนาคา แผนกเสื้อผ้าบุรุษก็ยังมีโลงจี(โสร่ง) เรียงรายหลากสีให้เลือกสรร ส่วนผู้คน ค่อนข้างบางตา รายได้วันนี้อาจไม่คุ้มค่าไฟที่เปิดแอร์เสียเย็นฉ่ำด้วยซ้ำ


เผลอแป๊บเดียวก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงแล้ว คนขับแท็กซี่หนุ่มไทยใหญ่จากเมืองจ๊อกเส่ภูมิใจเสนอมื้อกลางวันในร้านอาหารไทยใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินสูงจึงมองเห็นพื้นที่โดยรอบกว้างสุดลูกหูลูกตา เนปีดอว์มีพื้นที่ประมาณ 7 พันตารางกิโลเมตร (สามเท่าของกรุงเทพฯ)และถูกแบ่งเป็นโซนต่างๆ (ดูล้อมกรอบ) ซึ่งในส่วนของโซนทหาร ว่ากันว่า เป็นบริเวณที่มีอุโมงค์ลับและบังเกอร์อยู่ คนทั่วไปจึงไม่สามารถ เข้าถึง ส่วนบริเวณใกล้เคียงร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นตึกแถวและอาคารพาณิชย์ที่กำลังเร่งก่อสร้าง เมืองทั้งเมืองในขณะนี้เห็นจะมีแต่แรงงานก่อสร้างเต็มไปหมด


ถนนคอนกรีตสะท้อนแสงแดดยามบ่ายแก่ๆ เพิ่มอุณหภูมิ ให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น เรามุ่งหน้าไปยังองค์เจดีย์สีทองอร่ามที่มองเห็นอยู่แต่ไกล เจดีย์แห่งนี้มีชื่อว่า “Uppatasanti Pagoda” มีความหมายว่า “เจดีย์ แห่งสันติภาพ” ซึ่งจำลองจากเจดีย์ชเวดากอง จึงมีลักษณะเหมือนกัน ทุกประการ เพียงแต่ชเวดากองสูงกว่า 30 ซม. ที่นี่มีทั้งลิฟต์ไว้บริการพื้นทุกตารางนิ้วทำจากหินอ่อนทั้งหมด แถมยังมีรูปแกะสลักหินอ่อนเรียงรายอยู่รอบผนังเจดีย์ที่ใหญ่โตโอ่โถง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงเห็นช่างฝีมือนั่งอยู่บนนั่งร้าน ใช้กระดาษทรายและก้อนหินค่อยๆ ขัดทีละนิดอย่างพิถีพิถัน


เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว นายพลตานฉ่วยกับครอบครัวมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ โดยมีงานเฉลิมฉลองเจดีย์แห่งนี้อย่างยิ่งใหญ่ แต่อยู่ๆ ก็เกิดเหตุสลดใจไม่คาดฝันเมื่อชิงช้าสวรรค์ล้มทับชาวบ้านเสียชีวิตไปถึง 20 คน จะเป็นเหตุอาเพศประการใดไม่ทราบ แต่คาดว่าหมอดูคงสะเดาะเคราะห์หาทางแก้ไขกันไปเรียบร้อยแล้ว


ชาวพม่าเชื่อกันว่า การสร้างโบสถ์สร้างเจดีย์เป็นการเสริมสร้างบุญบารมีที่ยิ่งใหญ่ แต่เจดีย์แห่งสันติภาพที่อลังการที่ทุ่มทุนสร้างด้วยงบประมาณมหาศาลคงไม่อาจลบล้างกรรมชั่วของผู้นำที่ก่อไว้กับประชาชนได้


พูดถึงเรื่องงบประมาณแล้ว ประเทศที่ยากจนติดอันดับโลกอย่างพม่าเอาเงินจากที่ไหนมาสร้างเจดีย์ใหญ่โตมโหฬาร อีกทั้งถนนหนทางและอาคารสถานที่ราชการ อพาร์ทเมนท์ของเจ้าหน้าที่รัฐ และดงคฤหาสน์หลายหลังของนายพลระดับสูง ที่แม้จะไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้าไปได้ แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปได้ มีคนนำภาพถ่ายดาวเทียมคฤหาสน์เหล่านั้นไปหาขนาดความกว้างของตัวอาคาร วัดได้ถึง 70 เมตร แถมยังมองเห็นสระวายน้ำส่วนตัวหน้าคฤหาสน์แต่ละหลังได้ชัดเจน  ว่ากันว่า เงินที่นำมาสร้างเมืองหลวงใหม่ได้มาจากหลายแหล่ง ทั้งจากจีน และการให้เอกชนเข้าไปสัมปทานเพื่อลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค โดยรัฐบาลจะมีของสมนาคุณแก่เอกชน อาจเป็นที่ดินและสถานที่ราชการในย่างกุ้ง หรือใบอนุญาตทำธุรกิจบางอย่าง เป็นต้น


ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้เรามีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเพื่อเดินเที่ยวในสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนเดินทางกลับย่างกุ้ง เย็นวันนั้นค่อนข้างคึกคักไปด้วยผู้คนที่ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว สิ่งที่ฮิตกันมากคือการถ่ายรูปจากช่างภาพรับจ้าง ซึ่งสามารถพิมพ์ภาพถ่ายจากเครื่องพิมพ์ที่เสียบปลั๊กจากแบตเตอรี่รถยนต์ ออกมาเป็นภาพ สวยงามได้ภายในเวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้ ด้านในยังมีน้ำตกจำลองสามารถลงไปเล่นน้ำได้แต่ต้องจ่ายค่าลงสระสนนราคา 50 จั๊ต 


เสียงน้ำตกกระทบพื้นดังซู่ กับเสียงร้องเย้วๆ ของเด็กๆ และหนุ่มสาวที่ลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บวกกับเสียงนกหวีดปรี๊ดๆ ของเจ้าหน้าที่ที่คอยเตือนไม่ให้เล่นผาดโผน ผสมปนเปกัน แม้จะดูวุ่นวายแต่ก็เป็นแห่งเดียวที่เราสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของชีวิตได้ชัดเจนที่สุด เพราะตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในเนปีดอว์ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งถนน หนทาง ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ราชการ ดูใหญ่โตมโหฬารก็จริง แต่กลับไร้ชีวิตชีวา ชาวต่างชาติที่มีโอกาสได้มาเยือนที่นี่โดยเฉพาะช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาบางคนถึงขนาดเรียกเนปีดอว์ว่า ‘เมืองผีสิง’ บางเว็บไซท์ถึงขนาดจัดอันดับให้เป็นเมืองหลวงยอดแย่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยก็มี


เมื่อถึงเวลาขึ้นรถ แท็กซี่ไปส่งเราหน้าตลาด ‘มโยะ มะ’ ซึ่งเป็น ตลาดแห่งเดียวที่นี่ และเนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์ รถเที่ยวนี้จึงมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการหลายคนเดินทางกลับบ้านในย่างกุ้งพร้อมเรา เจ้าหน้าที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ย้ายตามหน่วยงานมาจากย่างกุ้ง โดยรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องที่พักอาศัย สร้างอพาร์ทเมนท์ใหม่เอี่ยมให้อยู่กันฟรีๆ แถมมีรถรับส่งจากที่พักไปยังสถานที่ทำงานเสร็จสรรพอีกด้วย ฟังดูอาจเข้าที แต่หลายอย่างในเมืองหลวงใหม่แห่งนี้ มีเบื้องหลังที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิด


“ฉันถูกขอร้องให้ย้าย ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเนปีดอว์เป็นยังไง ไม่มีใครรู้ แต่ฉันไม่อยากตกงาน หลังจากที่เขาประกาศ10 วัน ฉันต้องขนข้าวของย้ายไปอยู่ที่นั่น”


ข้าราชการสาวคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ในบทความเรื่อง Living in a ghost town ในหนังสือพิมพ์ Bangkokpost ตีพิมพ์เมื่อสองปีที่แล้ว เธอบอกว่า ตอนที่ไปถึงเนปีดอว์ช่วงแรก เมืองนี้มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มี ตลาด ไม่มีร้านของชำ หิวเมื่อไหร่ก็ต้องเข้าร้านอาหาร ต่างจากย่างกุ้งที่มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ทุกมุมถนน แถมอพาร์ทเมนท์ที่รัฐฯ สร้างให้ แม้จะไม่เสียค่าเช่า แต่ก็ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงหูฉี่ หลายคนจำใจย้ายมาโดยทิ้งครอบครัวไว้ที่ย่างกุ้ง เพราะยังไม่มีโรงเรียนให้ลูกๆ จนถึงขณะนี้ บางโรงเรียนสร้างเสร็จแล้ว แต่หลายครอบครัวก็ยังไม่ได้ย้ายมากอยู่ด้วยกัน จึงต้องอาศัยช่วงเวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพื่อกลับบ้านไปหาครอบครัว นี่คืออีกมุมหนึ่งของเมืองหลวงใหม่ที่คนนอกอย่างเราอาจไม่เคยนึกถึง


เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไฟฟ้าตามจุดต่างๆ ในเมืองค่อยๆ ทยอยกันส่องสว่างโดยไม่ปล่อยให้เมืองอยู่ในความมืดแม้แต่วินาทีเดียว รถประจำทางแล่นออกจากเนปีดอว์พาเรากลับเข้าสู่ความมืดอีกครั้ง หลายชีวิตบนรถเที่ยวนี้กำลังจะกลับบ้าน ถึงจะเป็นแค่ห้องเช่าแคบๆ มีแค่แสงเทียนริบหรี่ แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น

ต่อให้เนปีดอว์จะเจริญแค่ไหนก็ไม่สามารถให้ความรู้สึกเหล่านี้แก่พวกเขาได้

 
ภาพประกอบ






--------------------------------------------------------------------------------


โซนต่างๆ ในเนปีดอว์

 

Residential zones โซนที่พักเจ้าหน้าที่เป็นอพาร์ทเมนท์สี่ชั้น แต่ละสีบ่งบอกถึงหน่วยงานทีสังกัด เช่น กระทรวงสาธารณะสุขหลังคาสีน้ำเงิน เป็นต้น

Military zones เป็นโซนทหาร บริเวณนี้เชื่อว่ามีอุโมงค์ลับและบังเกอร์ คนทั่วไปไม่สามารเข้าไปถึง

Ministry zone เป็นโซนเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างๆ มีอาคารรัฐสภาสร้างใหม่เพื่อรองรับรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2553

Hotel zone โซนโรงแรมตั้งอยู่ชานเมือง

Shopping โซนการค้า มีตลาด “มโยะ มะ”  ห้าง Junction

Recreation โซนพักผ่อนหย่อนใจ ประกอบด้วยสวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ 2 แห่ง


International zone ประกอบด้วยสถานทูตและสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ

 

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารสาละวินโพสต์ ฉบับที่ 58 ( มีนาคม - เมษายน 2553)

 
http://salweennews.org/index.php?option=com_content&view=article&id=171:once-time-in-naypidaw&catid=34:2010-06-02-04-08-30&Itemid=34


บันทึกการเข้า

การบันทึกภาพ คือการบันทึกประวัติศาสตร์
VDO http://www.youtube.com/thefootball
Twitter : https://twitter.com/waiyavuts
โรงแรมราคาพิเศษ >>> http://www.siamrate.com
http://picasaweb.google.com/siamcup
https://www.facebook.com/TheFootballFanpage
http://www.jjnow.com
Braveheart (พี่เบียร์)กองแช่ง_xi
เรารักท่านประธาน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +927/-465
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,159


อนาคตผมต้องเป็น เภสัชกร !


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 12:42:06 PM »

เข้ามาอ่าน !
บันทึกการเข้า

www.tratfc.in        www.tratfc.in/webboard          www.facebook.com/Tratfc.in

เกิดเป็นลูกชาวตราด ต้องเชียร์ ตราด เอฟซี
nidnoi _ กว่างเฒ่า SR
ยกเลิกสมาชิก
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +783/-616
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,633



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:15:17 PM »

เข้ามาอ่านไปงั้นแหละ...ไปเที่ยวท่าขี้เหล็กหนุกกว่ากันเย้ออออออออ

.......มีทุกอย่างให้ซื้อ แถมกลางคืนมีเนื้อสดข้ามฟากมาแบขายที่ฝั่งแม่สายอีกตะหาก 

ขอบอกว่าสดจิงจิง ตาดีได้ตาร้ายก้อได้แต่ได้เน่าๆไปนะ แหะแหะ
บันทึกการเข้า
ฆวนเด ราบอส
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +226/-73
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,264



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:16:00 PM »

อ่านเพลินเลยครับ 
บันทึกการเข้า

anuchon_SR45
ชีวิตนี้มีชลบุรีทีมเดียว
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +237/-7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,389


สู้ๆ


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:38:14 PM »

ก็ใช่ลุงตอนนี้ด่านแม่สอดปิดอีก น่าเบื่อมากๆ ลุงคงเที่ยวได้แค่ในย่างกุ้งแล้วละ

แต่ถ้าจะอาสะโบ้ยละก็หลังไมค์เลย555+
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 22, 2010, 01:40:39 PM โดย anuchon_SR45 » บันทึกการเข้า

ถ้าองค์พระมหาธีรราชเจ้ายังทรงอยู่ คงเรียกวีวีและพวกมาตบเรียงตัวแล้ว โทษฐานทำสมาคมฟุตบอลของท่านตกต่ำถึงเพียงนี้
ซ้าย_SR
ไทยแลนด์..ปู๊น ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1302/-207
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,442


T h a i l a n d Su Su !!!


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:45:21 PM »

เค้าว่า.. หมอดูอีทีคนดัง เป็นคนดูฮวงจุ้ยให้สร้างเมืองหลวงที่นี่ จริงอ่ะป่าว?   

เรื่อง pyi ...เรื่อง daw >> ไม่ต้องไปถึงเมืองหลวง Naypyidaw ก็ได้มั้ง?   

บันทึกการเข้า
anuchon_SR45
ชีวิตนี้มีชลบุรีทีมเดียว
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +237/-7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,389


สู้ๆ


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:49:27 PM »

เฮียซ้ายสนใจปะละ เดี๋ยวจัดให้ แบบกลี่นน้ำหมากยังมีเลย555+
บันทึกการเข้า

ถ้าองค์พระมหาธีรราชเจ้ายังทรงอยู่ คงเรียกวีวีและพวกมาตบเรียงตัวแล้ว โทษฐานทำสมาคมฟุตบอลของท่านตกต่ำถึงเพียงนี้
ซ้าย_SR
ไทยแลนด์..ปู๊น ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1302/-207
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,442


T h a i l a n d Su Su !!!


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:55:00 PM »

เฮียซ้ายสนใจปะละ เดี๋ยวจัดให้ แบบกลี่นน้ำหมากยังมีเลย555+

แหม! บ้านผม โกลก ออกจะเพียบ
เพื่อนบ้านของเราทั้งน้านนนน !!!
   
บันทึกการเข้า
anuchon_SR45
ชีวิตนี้มีชลบุรีทีมเดียว
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +237/-7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,389


สู้ๆ


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 01:58:21 PM »

จริงๆนะเฮียเดี๋ยวต้องไปแม่สอดอีก แหล่มๆเลย
บันทึกการเข้า

ถ้าองค์พระมหาธีรราชเจ้ายังทรงอยู่ คงเรียกวีวีและพวกมาตบเรียงตัวแล้ว โทษฐานทำสมาคมฟุตบอลของท่านตกต่ำถึงเพียงนี้
leo_bear
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +117/-69
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,053


เด็กหระรีหัวใจท่าเรือ


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:52:49 PM »

ยาวจังอ่านได้ครึ่งเดียวเอง

อ่านจบเมื่อไรจะมาบวกให้นะ

อิอิอิอิ
บันทึกการเข้า
แมวหมอบ_SR37
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +131/-21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,369


กีฬาสร้างมิตรภาพ


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:57:43 PM »

ขอบคุณ พี่เปี๊ยก TheFootball  มากๆ ครับ
บันทึกการเข้า


 เครดิตภาพ โดย Lukmoo~*_SR
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!