Thailandsusu Webboard
มีนาคม 30, 2017, 01:43:26 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติเล็กๆ น้อยๆ ของ ซิโก้ ครับ  (อ่าน 10487 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หลุมศพสำหรับเธอ_AV131+TS28
MTUTD Fanclub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1100/-111
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,257


แถวนี้แม่งเถื่อน!!


| | |
« เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 12:22:18 PM »



เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

(ข้อมูลอาจจะเก่าหน่อยนะครับ)
     
เกียรติ ศักดิ์ เสนาเมือง หรือที่แฟนฟุตบอลรู้จักกันในชื่อ "ซิโก้" เป็นอดีตศูนย์หน้าตัวความหวังของทีมชาติไทย ลีลาแสดงความดีใจด้วยการกระโดดตีลังกาของเขาเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนฟุตบอลล้วน จดจำได้เป็นอย่างดี

ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ โก้ เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2516 ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี แต่มาเติบโตที่จังหวัดขอนแก่นโดยเข้าเรียนจบระดับมัธยมศึกษาปลายที่โรงเรียน น้ำพอง แล้วย้ายเข้ากรุงเทพมหานครมาเรียนต่อที่โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ จากนั้นก็ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่คณะบริหารการจัดการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จนจบปริญญาตรี

เกียรติศักดิ์เริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ ช่วงนั้นทีมชาติบราซิลกำลังโด่งดังมาก โดยเฉพาะ ซิ โก้ (Zico) ศูนย์หน้าคนสำคัญของทีม ซึ่งเกียรติศักดิ์ก็มีชื่อเล่นว่าโก้ และยังเล่นตำแหน่งศูนย์หน้าด้วย จึงตั้งฉายาของตัวเองว่า "ซิโก้" เลียนแบบชื่อของยอดนักเตะชาวบราซิล

ท่าตีลังกาที่พวกเราเห็นจน ชินตา
ระหว่างเรียนระดับมัธยมศึกษา ซิโก้ก็ติดทีมนักเรียนของจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแข่งขันฟุตบอลเขตการศึกษาแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2530 ที่จังหวัดลพบุรี ซิโก้ทำประตูได้มากที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ได้รับรางวัลดาวซัลโวไปครอง จึงถูกชักชวนให้เข้ามาศึกษาต่อระดับ ปวช. ในโครงการนักฟุตบอลของโรงเรียนพณิชยการกรุงเทพ และต่อมาในปี พ.ศ.2532 ก็เข้าสังกัด สโมสรธนาคารกรุงไทย ลงสนามรายการแรก คือ เยาวชนควีนส์คัพ และได้แชมป์กับสโมสรในระดับถ้วย ก ในปีนั้นด้วย

ในปี พ.ศ.2533 ซิโก้ก็ติดทีมชาติชุดเยาวชนไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย โดยได้สวมเสื้อหมายเลข 9 เช่นเดียวกับยอดกองหน้าของทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่เขาชื่นชอบ คือ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน แต่ในระหว่างนั้นเอง ทีมชาติไทยชุดใหญ่ก็โชว์ผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง นาย ธวัชชัย สัจจกุล หรือ บิ๊กหอย ที่เข้ามาเป็นสภากรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นสมัยแรก ก็ได้ดำเนินโครงการรวบรวมบรรดานักเตะดาวรุ่งอายุไม่เกิน 19 ปี ที่มีทักษะพื้นฐานและความตั้งใจ ตั้งเป็นทีมชาติไทยชุดบี โดยมี นายชัชชัย พหลแพทย์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นหัวหน้าโค้ช ตั้งความหวังว่าทีมชุดนี้จะเป็นทีมแห่งอนาคต สำหรับสู้ศึกโอลิมปิกรอบสุดท้ายที่เมืองแอตแลนต้า ในปี พ.ศ.2539 จึงเรียกทีมชาติไทยชุดนี้ว่า ทีมชาติชุดลุยโอลิมปิก แต่ช่วงนั้นกระแสบาสเก็ตบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดที่เรียกว่า "ดรีม ทีม" กำลังดัง ก็เลยมีผู้นำเอามาเรียกทีมชาติไทยชุดบีนี้ว่า ทีมชาติชุดดรีมทีม ด้วย

ซิโก้ก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกเรียกให้ไปติดทีมชาติชุดดรีมทีม ร่วมกับนักเตะอีกหลายคน เช่น วัชรพงษ์ สมจิตร, สราวุธ คำบัว, สิริศักดิ์ ขะเดหรี, พัฒธนพงศ์ ศรีปราโมช, ดุสิต เฉลิมแสน, ตะวัน ศรีปาน, รุ่งเพชร เจริญวงศ์ เป็นต้น ทีมชาติชุดนี้ไปคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลเยาวชนเอเชียที่ประเทศอินโดนีเซีย และถูกส่งไปในนามทีมชาติไทยเข้าแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับทีมชาติพม่าได้ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2536

ในนัดชิงครั้งนั้น ซิโก้โหม่งลูกฟุตบอลลอยข้ามตัวผู้รักษาประตูทีมชาติพม่า เข้าประตูไปในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติพม่าไปได้อย่างสุดมันส์ 3-2 ประตู คว้าแชมป์แรกในรอบ 6 ปีของทีมชาติไทยมาครองได้สำเร็จ ท่ากระโดดตีลังกาแสดงความดีใจของซิโก้ในวันนั้น ยังคงติดตาตรึงใจแฟนบอลมาจนถึงทุกวันนี้ และมันก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของซิโก้ คู่กับหมายเลข 13 ลักกี้นัมเบอร์บนเสื้อทีมชาติของเขาด้วย

ในการแข่งขันฟุตบอล คิงส์คัพครั้งที่ 24 เมื่อปี พ.ศ.2536 ดรีมทีมสามารถเข้าชิงอันดับ 3 กับทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ต้องพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษไป 6-5 ประตู ในขณะที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อันดับ 2 หลังถูกทีมชาติจีนถล่มไปถึง 4-0 แต่ต้องถือได้ว่ากระแสฟุตบอลไทยที่ซบเซาไปนานนั้น ได้ถูกปลุกให้กลับมามีสีสันและเป็นที่สนใจได้อีกครั้ง ดูได้จากสนามศุภชลาศัยที่ใช้ในการแข่งขันแทบแตก เมื่อชาวไทยแห่ไปให้กำลังใจนักฟุตบอลกันจนเกือบไม่มีที่จะยืน

ในปีต่อมาดรีมทีมยิ่งดังกว่าพลุแตกเมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขัน ฟุตบอล คิงส์คัพครั้งที่ 25 มาครองได้สำเร็จ ด้วยการถล่มทีมเวสท์ฟาลีอา จากเยอรมันไปได้ 4 - 0 ในขณะที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้เพียงอันดับที่ 4 เมื่อพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษให้กับทีมรอตอร์วอลโกกราด จากรัสเซียไป 5-3 ทำให้ในเวลาต่อมาทีมชาติชุดดรีมทีมถูกผลักดันขึ้นมาแทนทีมชาติชุดใหญ่

หลังจากนั้นซิโก้ก็คือหัวหอกที่พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ อินดิเพนเด้นท์คัพครั้งที่ 7 ที่อินโดนีเซีย แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 18, 19 และ 20 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 1, 3 และ 4 แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 31 และคว้าอันดับที่ 4 ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์อีก 2 สมัยติด คือ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และครั้งที่ 14 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ซิโก้ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมชาติไทยด้วย

ในการลงเล่นให้กับทีมชาติไทยทุกระดับของซิโก้ ทั้งที่ได้รับการรับรองและไม่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่า เขายิงประตูได้ทั้งหมด 100 ประตู เป็นอันดับ 2 รองจากปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานนักเตะไทย อยู่เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น แต่ถ้านับเฉพาะทีมชาติชุดใหญ่และเป็นนัดที่ฟีฟ่าให้การรับรองแล้ว ซิโก้จะมีสถิติลงเล่น 130 นัด ยิงได้ 65 ประตู เป็นสถิติอันดับหนึ่งของนักเตะทีมชาติไทย

นัดสุดท้ายในนามทีมชาติของซิโก้นั้น สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้จัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษเพื่อเป็นการอำลา ทีมชาติไทยให้กับซิโก้ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2550 โดยแข่งกันทีมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งมีแฟนฟุตบอลชาวไทยไปร่วมให้เกียรติแก่ยอดนักเตะทีมชาติคนนี้กันอย่างมาก มาย

ในด้านการเล่นให้กับสโมสร ซิโก้ลงเล่นให้กับธนาคารกรุงไทยตั้งแต่ พ.ศ.2532 จนถึง พ.ศ.2538 แล้วย้ายไปอยู่ สโมสรราชประชา แต่เนื่องจากในช่วงนั้นซิโก้รับราชการตำรวจ จึงขอลงเล่นให้กับ สโมสรตำรวจ เฉพาะรายการกีฬาของกองทัพไทยด้วย

ซิโก้ในบทบาทของโค้ชที่ กำลังไปได้ดีในปัจจุบัน
อีก 2 ปีต่อมาซิโก้เริ่มออกไปไขว่คว้าหาความสำเร็จยังต่างแดนกับ สโมสรปะลิส ของมาเลเซีย ในสัญญายืมตัว และซิโก้ยังได้รับหนังสือเชิญให้ไปทดสอบฝีมือที่ สโมสร มิดเดิ้ลสโบร์ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษด้วย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซิโก้จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทย

ในปี พ.ศ.2542 สตีฟ บรู๊ช ผู้จัดการทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ เกิดสนใจฟอร์มการเล่นของซิโก้ จึงยื่นสัญญาซื้อตัวไปอยู่กับทีม ซิโก้เดินไปทางสู่อังกฤษอีกครั้งด้วยความหวัง แต่แล้วกลับต้องผิดหวังเมื่อเขาไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เลยสักนัด ปี พ.ศ.2543 ซิโก้จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทยมาอยู่กับสโมสรราชประชาในช่วงสั้นๆ แล้วจึงย้ายไปอยู่กับ สโมสรสิงคโปร์อาร์มฟอร์ซ ในปี พ.ศ.2544

ซิโก้เดินทางไปสร้างชื่อให้กับตัวเองที่เวียดนามใน ทีม ฮอง อันห์ ยาลาย เมื่อปี พ.ศ.2545 จนกระทั่ง พ.ศ.2548 ก็ขยับตัวเองขึ้นเป็นโค้ชควบกับตำแหน่งผู้เล่น จนเขากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่งในประเทศเวียดนาม แล้วจึงกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2549 อีก 2 ปีต่อมาเขาก็กลายเป็นโค้ชให้กับ ทีมจุฬาฯ ยูไนเต็ด และปัจจุบันเขาเป็นโค้ชให้กับ ทีมชลบุรี เอฟซี ที่กำลังคั่วแชมป์ไทยแลนด์ลีกอยู่ในขณะนี้

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ฉายา : ซิโก้, ศูนย์หน้าจอมตีลังกา
ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า
หมายเลขเสื้อ : 13
เกิด : 11 สิงหาคม พ.ศ.2516 ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
ส่วนสูง : 1.71 เมตร
สถานภาพ : สมรสกับนางอัสราภา เสนาเมือง มีลูกสาว 3 คน
สถิติทีมชาติ : 130 นัด 65 ประตู (นับเฉพาะที่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่า)
สถิติระดับสโมสร : 339 นัด 251 ประตู

ผลงานและรางวัลในนามทีมชาติไทย

พ.ศ.2536 : แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ (สมัยที่ 1)
พ.ศ.2537 : แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศไทย
พ.ศ.2538 : แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่ประเทศไทย (สมัยที่ 2)
พ.ศ.2539 : แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์
พ.ศ.2540 : แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 19 ที่ประเทศอินโดนีเซีย (สมัยที่ 3)
พ.ศ.2541 : อันดับที่ 4 ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย
พ.ศ.2542 : แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ที่ประเทศบรูไน (สมัยที่ 4) และรางวัลดาวซัลโว
พ.ศ.2543 : แชมป์คิงส์คัพครั้งที่ 31 ที่ประเทศไทย
พ.ศ.2543 : แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทย และรางวัลนักเตะทรงคุณค่า
พ.ศ.2545 : อันดับที่ 4 ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่ประเทศเกาหลีใต้
พ.ศ.2545 : แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 4 ที่ประเทศสิงคโปร์-อินโดนีเซีย

รางวัลส่วนตัว

พ.ศ.2543 : รางวัลคนต้นแบบ โดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2543 : รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม ของ ESPN
พ.ศ.2543 : รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ของ ESPN
พ.ศ.2544 : รางวัลดาราเอเชีย
พ.ศ.2544 : รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 1
พ.ศ.2544 : รางวัลนักฟุตบอลดีเด่น โดย Sanyo
พ.ศ.2546 : รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
พ.ศ.2547 : รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
พ.ศ.2548 : รางวัลเข็มเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์แก่ฟุตบอลเวียดนาม โดยรัฐบาลเวียดนาม
พ.ศ.2547 - ปัจจุบัน : ผู้ให้การสนับสนุนกิจการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
พ.ศ.2550 : รางวัลโล่ห์เกียรติคุณจาก ชมรม "เชียร์ไทย"
พ.ศ.2551 : รางวัลสุดยอดคนต้นแบบ เมืองขอนแก่น

ที่มา https://www.myfirstbrain.com/main_view.aspx?ID=12027
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2010, 12:46:01 PM โดย Funeral39_AV131 » บันทึกการเข้า




ชัยชนะในสนามน่าภาคภูมิใจ แต่สปิริตที่ยอมรับความปราชัย น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่า
illuminati
อาจไม่หวาน ไม่ซึ้งเหมือนเก่า ไม่ได้แปลว่าเราจะเปลี่ยน รักเธอยังคงเหมือนเดิม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +263/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,541


"รักฉลามชลฯ" แต่ดันเป็นคนบุรีรัมย์ TT^TT


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 12:30:38 PM »

นัดไทยชนะเกาหลี ตอนเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ยังคงติดตาตรึงไทยผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ดูทีมชาติไทยเตะที่สนาม สดๆ เป็นภาพที่แค่นึกย้อนไปก็ทำให้ขนลุก ซู่!!!
บันทึกการเข้า

เบื่อหน่ายกับชีวิต สิ้นคิดกับความรัก จมปลักกับความเศร้า มั่วเมาเพราะ "ตัวเธอ"
หาญเกรียงไกร
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +326/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,400



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 12:38:02 PM »

ติดทีม 19 ปี ตอนอายุ 16
บันทึกการเข้า

ขอบคุณครับ
อุดรธานีเอฟซี & ชลบุรีเอฟซี
 อัณฑะโอฬาร  AV69 ™
Thailand Protector
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +1261/-429
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,128


เป็นคนขี้ฟ้อง มั่งดีกว่าวะ !!


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 12:44:27 PM »

ซิโก้คือสุดยอดดาวยิงของทีมชาติไทย ที่ยังหาตัวแทนไม่ได้เลยเท่าทุกวันนี้
บันทึกการเข้า
NiN@Pla2@AV143@TS102
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +135/-9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,487



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 09:58:25 AM »

ข้อมูลท้ายๆๆไม่อัพเดตแล้ว  แต่ก็ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

sportman
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +554/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,167



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 10:27:19 AM »

เปิดใจ... "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในวันอำลาสนาม "ทีมชาติไทย"



          นับเป็นเวลา 15 ปี...ที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ลงวาดลวดลายโชว์ลีลาลูกหนังให้แฟนบอลชาวไทยชื่นชมกัน แต่มาวันนี้ "ยอดดาวยิง" จอมตีลังกา ได้ประกาศยุติการลงเล่นฟุตบอลให้กับทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า มันถึงเวลาที่จะต้องรู้จักพอ เพื่อหันหน้าไปรับบทบาทใหม่ นั่นก็คือ การเป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างเต็มตัว และดำเนินธุรกิจตามที่วาดฝันไว้...วันนี้จึงขอพาผู้อ่านไปพูดคุยแบบเปิดใจกับ “อดีตกัปตันทีมชาติไทย” ที่ถึงวันต้อง “แขวน สตั๊ด” อย่างจริงจังเสียที

          รู้สึกอย่างไรบ้าง หลังจากที่ต้องได้เลิกเล่นให้กับทีมชาติไทย อย่างเป็นทางการ

          ซิโก้ :  จริง ๆ แล้ว ผมยังรู้สึกใจหายอยู่เลยครับ เพราะผมอยู่กับทีมชาติไทยมานานถึง 15 ปี เหมือนกับว่าฟุต บอลและการเล่นให้กับทีมชาติ เป็นเสมือนครอบครัวผมไปแล้ว แต่อีกใจก็ดีใจที่ตอนเช้าจะได้มีโอกาสไปส่งลูกสาวไปโรงเรียน ไม่เช่นนั้นตอนเช้าผมก็ต้องไปซ้อม-ตอนเย็นก็ซ้อม จะเจอครอบครัวอีกทีก็ตอนค่ำ แม้ผมจะรู้สึกว่าชีวิตมันขาดหายไป แต่ผมก็ต้องใช้ชีวิตแบบใหม่ที่ผมฝันถึงให้ดีที่สุด และเรื่องฟุตอบอลผมคงไม่ทิ้ง คงจะพยายามช่วยปั้นเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไป

          ฟุตบอลได้ให้อะไรกับ “ซิโก้” บ้าง

          ซิโก้ :  ฟุตบอลได้ให้ผมเกือบหมดทุกอย่าง ให้เกียรติยศ, ชื่อเสียง, เงินทอง ทำให้คนทั่วประเทศรู้จัก เวลาไปไหนมาไหนก็ได้รับการยอมรับ หรืออำนวยความสะดวกให้ ถ้าหากผมไม่ได้เล่นฟุตบอลและไม่ได้ติดทีมชาติ คงไม่มีใครรู้จักผม

          นัดแรกที่ได้ลงเล่นในนามทีมชาติ

           ซิโก้ : การลงเล่นนัดแรกในนามทีมชาติของผม คือการติดทีมเยาวชนอายุ 16 ปี ไปเล่นรายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะการเป็นเด็กต่างจังหวัดจากขอน แก่น แล้วได้ใส่เสื้อที่มีธงไตรรงค์ติดอยู่บนหน้าอก มันทำให้ผมดีใจสุดสุด เนื่องจากคิดว่านี่คงเป็นหนเดียวที่มีโอกาสได้ติดทีมชาติ

         นัดที่ประทับใจที่สุดในชีวิต 

          ซิโก้ :  ผมค่อนข้างจะประทับใจทุกนัด มันเป็นความภูมิใจของผมที่ได้ลงเล่นฟุตบอลให้กับทีมชาติ จริง ๆ แล้วผมไม่ค่อยมีเรื่องที่เศร้าใจมากกับเกมฟุตบอล เพราะส่วนใหญ่จะคว้าแชมป์ได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็น กีฬาซีเกมส์ หรือไทเกอร์คัพ แต่ถ้าหากเป็นฟุตบอลโลกและฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ คงต้องยอมรับว่าฝีเท้าของทีมไทย ชั้นยังสู้ทีมเด่น ๆ ของเอเชียไม่ได้ อย่างไรก็ตามการลงเล่นให้กับสโมสร ผมก็มีความรู้สึกที่ดี เพราะสามารถพา ฮอง อันห์ ยาลาย คว้าแชมป์ลีกของเวียดนามได้ แต่ถ้าหากให้ผมเลือกจริง ๆ คงเป็นนัดที่ทีมไทยเฉือนเอาชนะพม่า 4-3 ในกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี 2536 เพราะผมถูกเปลี่ยนตัวลงไปและสามารถทำประตูชัยได้

         แล้วประตูที่ยิงให้กับทีมชาติและกลายเป็นนัดแห่งความทรงจำล่ะ

          ซิโก้ :  ก็คงเป็นนัดที่ผมโหม่งพังประตูชัยเฉือนเอาชนะพม่า ในกีฬาซี เกมส์ ครั้งที่ 17 นี่แหละ เพราะลูกนี้มันทำให้ผมแจ้งเกิดดังทั่วประเทศเพียงแค่ข้ามคืน จากชีวิตที่เรียบง่าย กลับกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง มันเหมือนสวรรค์มาโปรดชีวิตของผมจริง ๆ และเมื่อนึกถึงการเล่นให้กับทีมชาติครั้งใด ผมมักจะคิดถึงประตูนี้ทุกครั้ง

          นัดที่เสียดายหรือเสียใจมากที่สุด

           ซิโก้ :  ผมเสียดายตอนไปแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2537 มากที่สุด เพราะตอนนั้นทีมไทยผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และหากเข้าไปถึงรอบชิงได้ จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการลูกหนังของไทย ด้วยการได้ไปเล่นในฟุตบอลเยาวชนโลกเป็นครั้งแรก แต่ผมเกิดได้รับบาดเจ็บในจังหวะขึ้นโหม่งกับกองหลังซีเรีย จนได้รับบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง ซึ่งจุดนี้ทำให้ทีมไทยพ่ายซีเรีย 0-1 หากผมยังเล่นอยู่คงทำให้เกมไม่เป็นรอง ผมจึงเสียดายมาก เพราะใกล้ที่จะได้ไปฟุตบอลโลกแล้ว แม้จะเป็นระดับเยาวชนก็ตาม

          อยากเห็นวงการฟุตบอลของไทยเป็นอย่างไรในอนาคต 

          ซิโก้ :  ผมอยากเห็นเมืองไทยมีฟุตบอลลีกอาชีพจริง ๆ เสียที ให้เหมือนเพื่อนบ้าน อย่าง สิงคโปร์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย เพราะจะว่าไปแล้วฝีเท้าของผู้เล่นเหล่านี้ ยังมาตรฐานต่ำกว่านักเตะไทยเสียอีก แต่กลับมีลีกอาชีพที่แข็งแกร่ง มีการให้ค่าจ้างนักเตะที่สูง ผมอยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้ มีการให้ค่าจ้างนักเตะ 4-5 หมื่น จนไปถึงระดับ 1 แสน หรือ 2 แสนบาท ตรงนี้จะทำให้ผู้เล่นทุ่มเทหันมาเอาดีทางฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เล่นให้สโมสรครึ่ง อีกครึ่งต้องไปเรียนหนังสือ

          จากนี้ไปชีวิตของ "ซิโก้" จะทำอะไร

           ซิโก้ : ผมเล่นฟุตบอลด้วยความมุมานะ จนประสบความสำเร็จ ผมไม่ใช่นักเตะพรสวรรค์ แต่ผมเป็นนักเตะประเภทพรแสวง ดังนั้นผมจะนำความมุมานะและความขยันอดทน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ดี นำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วย และผมจะสนับสนุนเด็ก ๆ ให้ได้เล่นฟุตบอลอย่างถูกต้อง ส่วนตัวผมเองอาจจะหันไปรับหน้าที่ในการเป็นโค้ชต่อไป”

         สุดท้ายอยากจะฝากอะไรถึงแฟนบอลที่เชียร์  "ซิโก้" มาตลอด 15 ปี

           ซิโก้ :  ผมอยากขอบคุณแฟน ๆ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ผมลงเล่นฟุตบอลให้กับประเทศชาติด้วยหัวใจที่เต็มร้อย และเพื่อแฟนบอล เหล่านี้ แม้ในช่วงหลัง ๆ จะมีแฟนบอลกลุ่มน้อยออกมาตำหนิฟอร์มการเล่นของผม แต่ผมก็รับฟัง ไม่ได้คิดโกรธเคืองอะไร มาถึงตอนนี้เป็นการประกาศอำลาทีมชาติของผมอย่างเป็นทางการ ผมอยากจะบอกว่า ผมไม่เคยเสียใจในการลงเล่นให้กับทีมชาติ เนื่องจากเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ผมได้สร้างความสุขให้กับแฟนบอลเป็นจำนวนมาก”
 
          นี่แหละครับ..คือคำพูดจากใจของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดาวยิงทีมชาติไทยในวันอำลาสนาม จะนิ่งเฉยหรือหันมาชื่นชมนักเตะแบบนี้..แฟน บอลก็ลองคิดดูละกัน..ครับ.

ข้อมูลจาก
 
http://hilight.kapook.com/view/13990
บันทึกการเข้า

FA_TANI_AV092
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +595/-147
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,159



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 04:20:55 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ข้า..คือ..ตำนาน I am Legend
ยกเลิกสมาชิก
Newbie
*

คะแนนความรัก: +16/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 08:29:09 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ArcticMonkeys
เคยทำผิดกฎห้องซื้อขาย (หลายครั้ง)
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +820/-111
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,990


TS 30


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 08:54:56 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
piakbpk1123
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +76/-51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,345


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 09:12:46 PM »

ขอบคุณครับ ซิโก้ ที่มอบสิ่งดีๆให้ชาวไทยเสมอมา
จะเชียร์คุณต่อไป
บันทึกการเข้า
commu57
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +146/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,519


เปลี่ยนคำหยาม ให้เป็นเสียงเชียร์อันกึกก้อง


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 03:35:56 PM »

ดีมากครับ ท่านนน 
บันทึกการเข้า

aun_ลูกน้ำเค็ม_แก๊งค์อูฐ
ชลบุรีอยู่ในใจเสมอ
งดเข้าห้องซื้อ-ขาย
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +1596/-619
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,836


BangkokShark แก็งค์ MK


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 04:13:28 PM »

ขอบคุณคับ
บันทึกการเข้า

เตียงผ้าใบ ชายหาด_SR_15
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +600/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,461


เดินทีละก้าว . กินข้าวทีละคำ..


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 04:16:50 PM »

นัดชลบุรี เจอ โอสถสภา ลูกชายเล่นเกมส์สปอนเซอร์ใด้หนังสือประวัติของซิโก้มาเล่มหนึ่ง

อ่านยังไม่จบเล่มเลย เนื้อหาน่าสนใจมาก...ไม่ทราบว่าที่สนามอื่นๆมีแจกแบบนี้หรือเปล่า? หรือว่าวางขายที่ใหนมั่ง.
บันทึกการเข้า
sittinan
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1345/-1965
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,950


นิ่ง...ซะดีกว่า


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 04:55:47 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ป้อมจัง ละอ่อนแป้ TS_No.14
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +118/-48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,735


มาเล่นกันเถ่อะๆๆๆ


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 09:32:59 PM »

ขอบคุณครับ รักพี่ ซิโก้ ถือว่าเป็น กองหน้า Topๆ ของไทยเลยละครับ
บันทึกการเข้า


เสือน้อย ซิตี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2096/-156
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,089


Sueanoi Auto Focus


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 08:44:40 AM »

ซิโก้ เป็นตำนานทีมชาติอย่างแท้จริงครับ รวมถึงธชตะวัน, สุรชัย และอื่น ๆ อีกมากมายในอดีตครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!