กระทู้บอลไทย
กันยายน 03, 2014, 01:47:45 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาวุธปืนรุ่นต่างๆ  (อ่าน 37437 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บักหำน้อย_AV073&TSS.FC
Full Member
***

คะแนนความรัก: +122/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 976



| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 11:41:54 AM »

G36

ประวัติ

G36 พัฒนาโดยบริษัท H&K ในช่วงต้นยุค 90 มีลักษณะคล้ายกับ HK-50 มาก ผลิตออกมาเพื่อทดเเทน MP-5 ที่มีพลังการทำลายล้าง เเละพลังการทะลุต่อฝ่ายตรงข้ามในขณะที่สวมชุดเกราะน้อยมาก

ปืนไรเฟิลจู่โจมของกองทัพบกเยอรมันที่เป็นที่นิยมมาก ในหลายประเทศมีหลายรุ่น ทั้งแบบไรเฟิลจู่โจมหรือแบบปืนกลสนับสนุนใช้ในหน่วยรบพิเศษต่างๆหรือแม้แต่ หน่วย SWAT ก็ใช้และยังมีใช้หน่วย THAI SEAL ด้วยนะรุ่นที่หลายคนรู้จักก็มี G-36C , G-36E , G-36K , MG-36

ปืนนี้จริงๆก็ปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่น G-36 ดีๆนี้เอง ปีประจำการ 1995-ปัจจุบัน เเต่ปืนนี้มันไปใส่เเม็กกาซีนประเภท BETA C-MAG ที่บรรจุได้ 100 นัด มันจึงกลายเป็นปืนกลสนับสนุน รุ่น MG36 เเทน ส่วนรูปภาพข้างล่างคือ BETA C-MAG

เเม็กกาซีนประเภทนี้ใส่ได้กับปืน MP5 , M4A1 , GLOCK , M16 เป้นต้น ซึ่งใส่ได้หลายรุ่นปืน เเต่ก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าไร ไม่เหมือนกับเเม็กกาซีน 30 นัดเป็นที่นิยมมากกว่าน้ำหนักก็เบากว่าด้วย

MG 36 เป็นอาวุธประจำหมู่ที่ถูกดัดเเปลงมาจากปืนไรเฟิลจู่โจม G36 เเต่ถูกอัพเกรดให้เคียงกับ ปืนไรเฟิลจู่โจมมากกว่าที่จะเป็นปืนกล มี ดรัมเเม็กกาซีน ซ้ายขวาประกอบเป็น BETA C MAG ยิงต่อเนื่องได้ 100 นัด เเละดึงเอาอำนาจทำลายล้างของ M16A2 กับปืนกลเบามาใช้

ปืนกล MG36 จะมีติดตั้งกล้อง ZOOM ขยายได้ไกล 1.5X ทำให้หวังผลในการเล็งยิงได้ในระยะไกลขึ้นมาหน่อยน่ะ อัตราการยิง 750 RPM นัด/นาที ถือว่าค่อนข้างรัวเร็ว เเรงถีบก็ถือว่าเเรงมากพอสมควรเลย ความเเม่นยำสูง ศูนย์เล็งปราณีต เเล้วมีความทนทานสูง สามารถลุยได้หลายสภาพเเวดล้อมเเละตามสมรภูมิหิมะ พลังทำลายถือว่าสูงมากเอาการ น้ำหนักถือว่าพอโอเคเลย เเต่มีความกะทัดรัดดี เป็นปืนกลหนักที่เบาที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เป็นปืนกลหนักที่ใช้ได้ทั้งเป็นฝ่ายรุกเเละฝ่ายรับได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีความคล่องตัวสูง ซึ่งอาจจะดีกว่าปืนกลหนักรุ่นอื่นๆเลยก็ว่าได้ เป็นอาวุธปืนที่ใช้สนับสนุนกับหน่วยพิเศษโดยเชพาะ เสน่ห์ของปืนรุ่นนี้ก็คือ ความคล่องตัวกับเเม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนได้เยอะเเล้วเข้ากับตัวปืนได้ดี กว่าปืนรุ่นอื่นๆอีก



ปืนเวอร์ชั่น : MG36
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
เกมส์ : RESIDENT EVIL DEAD AIM
กระสุน : 5.56 x 45 MM NATO
บรรจุกระสุน : 10/30/100 นัด
ระบบปฏิบัติการ : GAS-OPERATED , ROTATING BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตราการยิง : 750 RPM นัด/นาที
ระยะหวังผล : 200-800 เมตร
น้ำหนัก : 3.7 Kg - 4.0 Kg
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , เครื่องยิงระเบิด M203 , BETA C-MAG



Thanks: ��纽ҡ�ٻ ��������ҤҶ١
G3A3 กับ MG36


STEYR AUG

ปืน STEYR AUG เป็นปืนเล็กยาวของประเทศออสเตรีย ออกแบบขึ้นในปี ค.ศ. 1970 โดย Steyr Mannlicher GmbH & co KG ( หรือ Steyr Daimler- Puch ในขณะนั้น ) AUG ย่อมาจาก ( Armee Universal Gewehr หรือ Universal Army Rifle ในภาษาอังกฤษ ) หรือน่าจะแปลเป็นไทยได้ว่าปืนไรเฟิลอเนกประสงค์สำหรับกองทัพ เจตนาดั้งเดิมเพื่อผลิตมาทดแทนปืน FN FAL หรือในรหัส Stg 58 ที่ประจำการอยู่ในขณะนั้น โดยมีรหัสทางการว่า Stg 77 เลข 77 บอกถึงปีที่ AUG เข้าประจำการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว AUG เข้าประจำการในกองทัพ ปี ค.ศ.1978 AUG ประจำการในกองทัพบกของออสเตรียรวมถึงหน่วยงานตำรวจ รวมถึงในกองทัพของอาเจนติน่า , ออสเตรเลีย, ( บรรจุเข้าในปี ค.ศ.1985 ภายหลังออสเตรเลียได้ซื้อแบบแผนไปผลิตเองด้วย ) นิวซีแลนด์ , โบลิเวีย , เอคควาดอร์ (1988 ) , ไอร์แลนด์ , ลักซ์เซมเบอร์ก , ซาอุดิอาระเบีย , ตูนิเซีย ( 1978 ) , ปากีสถาน รวมถึงตม.ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1988

AUG ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงมีลำกล้องหลากหลายขนาด เพื่อการใช้งานในสภาวะที่แตกต่างกันไป ชิ้นส่วนของ AUG จะผลิตขึ้นจากโพลิเมอร์ และมีส่วนประกอบที่เป็นเหล็กเฉพาะที่ต้องการความแข็งแรง


AUG A1 ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก 6 ชิ้นได้แก่ ลำกล้อง , โครงปืนด้านบนทำเป็นหูหิ้วและมีกล้องเล็งติดในตัว , ลูกเลื่อน และห้องลูกเลื่อน , ชุดลั่นไก , พานท้ายและแม็กกาซีน ระบบการทำงานของ AUG เป็นระบบ GAS operated ยิงในสภาวะลูกเลื่อนปิด กระบอกสูบที่อยู่ทางด้านขวาของปืน ซึ่งจะเป็นตัวรับแรงดันของแก็สที่เกิดจากการเผาไหม้ไปผลักไกด์ร็อดข้างขวา เพื่อดันนกปืนให้ขัดกับเซียร์ไว้ หลังจากเคลื่อนที่สุดระยะแล้วไกด์ร็อดที่ติดอยู่กับชุดลูกเลื่อนก็จะวิ่ง กลับไปข้างหน้าด้วยพลังงานจากสปริงไกด์ร็อดพร้อมพากระสุนเข้ารังเพลิง และหน้าลูกเลื่อนก็จะหมุนตัวตามร่องบังคับให้เข้าไปขัดกลอน รอการเหนี่ยวไกนัดต่อไป
การ ยิงนัดแรกใช้วิธีการดึงคันลูกเลื่อนให้ถอยหลังแล้วปล่อยให้ลูกเลื่อนพากระสุ นบรรจุเข้ารังเพลิง แต่ถ้าเป็นในรอบของการยิงระบบปฏิบัติการจะทำงานโดยหลังจากการยิงในนัดแรกไป แล้ว แก็สที่เกิดจากการเผาไหม้จะไหลย้อนกลับมาผลัก ในระบบการยิง AUG สามารถยิงได้ทั้งแบบเซมิออโต้หรือฟูลออโต้ บังคับโดยการเหนี่ยวไกเท่านั้น คือหากบีบไกเข้ามาประมาณครึ่งทางก็จะเป็นการยิงแบบเซมิออโต้แต่ถ้าหากบีบไก เข้ามาจนสุดปืนก็จะยิงในแบบฟูลออโต้ทันที

Thanks: ��纽ҡ�ٻ ��������ҤҶ١
ทำ ให้ใช้งานง่ายแต่ก็ต้องระมัดระวังอยู่เหมือนกัน มีระบบห้ามไกแบบกลอนขวางติดตั้งอยู่ การห้ามไกจะเป็นการตัดการทำงานของชุดลั่นไก ตัวปรับแรงดันแก็สมี 3 ระดับ แบบเปิดระดับ 1 ใช้ยิงในสภาวะปกติ แบบเปิดระดับ 2 ใช้ยิงในสภาวะอากาศเลวร้าย หรือมีฝุ่นละอองดินทรายมากๆ เช่นในการรบในพื้นที่ทะเลทรายเป็นต้น ตำแหน่ง 3 เป็นระดับปิด ใช้กับการยิงลูกระเบิดจากปากกระบอกโดยตรง
แม็ก กาซีนเป็นแบบเรียงเหลื่อมบรรจุลูกขนาด 5.56 x 45 มม. NATO หรือ .223 ได้ 30 นัด น้ำหนักแม็กฯเปล่าอยู่ที่ 130 กรัม ( 4.59 ออนซ์ ) ในส่วนของเวอร์ชั่นที่เป็นปืนกลเบาจะใช้แม็กฯขนาดจุ 42 นัด หลังจากการยิงกระสุนนัดสุดท้ายแล้วลูกเลื่อนจะเปิดค้างไว้

Thanks: ��纽ҡ�ٻ ��������ҤҶ١
ลำกล้องสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย ผลิตขึ้นจากเหล็ก Cold hammer forged ลำกล้องและท่อทางเดินแก็สทั้งหมดชุบโครเมี่ยม ลำกล้องมี 6 ร่องเกลียวเวียนขวาหมุนครบรอบที่ 9 นิ้ว หรือ 228 มม. ปลอกลดแสงติดตั้งมาให้กับลำกล้องขนาด 350 มม. ( 13.8 นิ้ว ) ,407 มม. (16 นิ้ว ) , และ 508 มม. (20 นิ้ว ) และสำหรับขนาดลำกล้องยาว 621 มม. ( 24 นิ้ว ) จะติดตั้ง Muzzle Brake ที่ทำหน้าที่เป็นปลอกลดแสงและคอมเพนเซเตอร์ในตัว และสำหรับลำกล้องขนาด 407 มม.และ 508 มม. ยังสามารถยิงลูกระเบิดจากปากลำกล้องได้ สำหรับขนาดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพจะเป็นขนาดลำกล้องยาว 508 มม. และยังมี 2 อ็อฟชั่นให้เลือกคือ แบบลำกล้องติดศูนย์หน้าแบบศูนย์ตายมาให้ และอีกแบบคือติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. M 203 มาให้
โครง ปืนผลิตขึ้นจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ด้านบนโครงปืนเป็นหูหิ้วในตัวพร้อมกล้องเล็งกำลังขยาย 1.5 เท่า ผลิตโดย ซวารอฟสกี้ กล้องเล็งถูกตั้งระยะยิงไว้ที่ 300 ม. นอกจากนี้ยังมีศูนย์เปิดทั้งหน้า – หลัง ติดตั้งอยู่ด้านบนของศูนย์กล้องในกรณีฉุกเฉิน เช่นสภาพอากาศเลวร้ายหรือศูนย์กล้องเสีย นอกไปจากนี้หากต้องการติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่นๆยังสามารถสั่งรางเสริมที่ สามารถติดอุปกรณ์มาตรฐาน NATO ได้ต่างหาก ด้ามปืนผลิตขึ้นจากไฟเบอร์กลาส – โพลิเมอร์ ( Polyamide 66 ) โกร่งไกออกแบบมาให้กว้างสามารถสวมถุงมือยิงได้

Thanks: ��纽ҡ�ٻ ��������ҤҶ١
นอกจากนี้ Steyr ยังได้ผลิตรุ่น AUG P สำหรับเชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป ( ในบางประเทศที่อนุญาตไรเฟิลชนวนกลางกึ่งอัตโนมัติ สำหรับประเทศไทยไม่อนุญาตครับ ) ซึ่งลำกล้องจะยาว 407 มม. ( 16 นิ้ว ) และมีกลไกการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติเท่านั้น ในชุดของปืน 1 กระบอกจะประกอบด้วย แม็กกาซีนขนาดมาตรฐาน 4 แม็กฯ , ฝาปิดปากกระบอกปืน , ชุดลูกเลื่อน 2 ชุดทั้งคนถนัดซ้ายและขวา , ลูกดัมมี่ , อุปกรณ์ทำความสะอาด , สายสะพายปืน

AUG ยังได้ผลิตปืนกลเล็กที่ใช้กระสุน 9 x 19 มม. พาราฯ ด้วย เพียงแต่ระบบปฏิบัติการเปลี่ยนเป็น โบลว์แบ็ค ใช้ชื่อรุ่นว่า AUG SMG มีลำกล้องยาว 420 มม. ( 16.5 นิ้ว ) 6 ร่องเกลียวเวียนขวาครบรอบที่ระยะ 250 มม. ( 9.8 นิ้ว ) ติดตั้งคอมเพนเซเตอร์ และเปลี่ยนมาใช้แม็กกาซีนบรรจุ 25 นัด ที่เอามาจากปืน Steyr MPi 81 กับ TMP , รวมถึงชุดคอนเวอร์ชั่นที่ใช้เปลี่ยน AUG ธรรมดาให้กลายเป็นปืนพกกลได้ก็มีจำหน่าย ในชุดประกอบด้วย ลำกล้อง , ลูกเลื่อน และชุดแปลงแม็กกาซีน
Steyr AUG เป็นปืนไรเฟิลสไตล์ Bullpup ที่ได้รับความนิยมสูงมากและจัดเป็นไรเฟิลที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยความยืดหยุ่นในการนำไปใช้งาน ทำให้ได้รับการยอมรับและถูกบรรจุเข้าใช้งานในกองทัพในหลายทวีปทั่วโลก จนถึงในปัจจุบัน AUG ได้ปรับปรุงมาจนถึงเวอร์ชั่น A3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ Steyr ผลิต AUG A2 ขึ้นในปี ค.ศ. 1997 รูปทรงโดยรวมเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย โดยด้านบนโครงปืนจะเป็นแบบเรียบและมีรางติดกล้องเล็งมาให้ โดยตัดกล้องเล็งแบบติดตายตัวออกไป และในปี ค..ศ. 2005 ก็ได้เปิดตัว AUG A3 ออกมา โดยรุ่นนี้จะมีรางแบบ picatinny ติดมาให้ทั้ง 3 ด้าน บริเวณส่วนด้านหน้าของโครงปืน และด้านบนยังมีรางครอบเอาไว้และติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ทุกชนิดตามมาตรฐาน NATO

AUG A3

AUG A3 (2)

AUG A3 (3)

น้ำหนัก 3.6 กก. { 7.94 ปอนด์ } ตัวมาตรฐาน
3.3 กก. { 7.28 ปอนด์ } Carbine
3.2 กก. { 7.05 ปอนด์ }
Subcarbine
3.9 กก. { 8.6 ปอนด์ } LMG
3.3 กก. { 7.28 ปอนด์ } SMG
ยาวตลอด 790 มม. { 31.1 นิ้ว } มาตรฐาน
690 มม. { 27.2 นิ้ว }
630 มม. { 24.8 นิ้ว }
900 มม. { 35.4 นิ้ว }
665 มม. { 26.2 นิ้ว }
ยาวลำกล้อง 508 มม. ( 20นิ้ว )
407 มม. (16 มม. (16 นิ้ว)
350 มม. (13.8 นิ้ว)
621 มม. (24.4 นิ้ว)
420 มม. (16.5 นิ้ว)
กระสุน
5.56 x 45 mm. NATO
9 x 19 {AUG SMG }
ระบบปฏิบัติการ แก็สโอเปเรชั่น ,ลูกเลื่อนปิด
อัตราการยิง 680 – 850 นัด / วินาที
ความเร็วปากกระบอก 940 ม./ วินาที ( 3,084 ฟุต / วินาที )
ระยะหวังผล 450 – 600 ม.
ความจุกระ สุน 30 – 42 นัด
ศูนย์ กล้องเล็งติดตั้งตายตัวกำลังขยาย 1.5 เท่า ผลิตโดย ซวารอฟสกี้และศูนย์เปิดติดบนกล้องเล็ง


บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ไม่เหมาะสม ผิดกฎบอร์ด ถูกแบน30วัน
บักหำน้อย_AV073&TSS.FC
Full Member
***

คะแนนความรัก: +122/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 976



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 11:42:40 AM »

MP5


ประวัติ

ปืน MP5 เป็นปืนที่มีน้ำหนักเบาไม่มากจนเกินไป ไม่หนักจนเกินไป มีความคล่องตัวสูง ผลิตมาจากบริษัท H&K ที่มีชื่อเสียงของโลก สัญชาติเยอรมัน MP5 คือปืนกลเบาที่มีชื่อเสียงเเละดังกระฉ่อนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของบรรดาปืนต่างๆที่ H&K ผลิตสร้างขึ้นมาเลยล่ะ ได้รับความนิยมไปยังหลายหน่วยงาน เช่น นาวิก , SEAL , NATO , SWAT เเละก็ยังถูกเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐอีกด้วย เป็นปืนกลที่มีประสิทธิภาพมาก มีความเเม่นยำเป็นเลิศ ระบบการยิง เเละระบบเซฟความปลอดภัยดีเจาะกลุ่มลูกค้าเป็นหลักดี ความทนทานดีไม่เป็นรองใคร เเรงสะท้อนเบาใช้ได้ คุมปืนง่าย เเม้เเต่ในเมืองไทยยังสั่งปืนนี้มาเข้าประจำการมาในเมืองไทยเหมือนกัน ปืน MP5 นั้นจะมีฟังก์ชั่นเยอะ เเล้วปืน MP5 เกือบทุกรุ่น จะมีเเม็กกาซีนพิเศษให้ใช้ด้วย เช่น BETA C-MAG เป็นเเม็กกาซีนบรรจุ 100 นัดคล้ายๆ เเม็กกาซีนของปืน MG36 ที่พัฒนามาจาก G36 เเตก็ไม่ค่อยนิยมใช้เท่าไรเพราะเเม็กกาซีนชนิดนี้จะหนักมากไปหน่อยน่ะ ส่วนเเบบ DRUM MAG จะเบากว่าเเบบ BETA C-MAG บรรจุ 70 -100 ได้ เเต่ก็ยังไม่นิยมเท่าเเบบเเม็กกาซีน 30 นัด เพราะมันคล่องตัวกว่า ซึ่งดีกว่า เเถมยังติดตั้งเเม็กกาซีนเป็นคลิปติดกัน 3 เเม็ก รวมกันเปน 90 นัด เเล้วเเปะกาวหนังไก้รอบเเม็กกาซีนด้ามปืน ซึ่งจะเปลี่ยนกระสุนเเละเเม็กกาซีนได้เรวกว่า เบากว่า คล่องตัวกว่าด้วย ไม่ใช่มีเเต่ MP5 อย่างเดียวที่ทำได้ปืนตระกูล M4A1 M16 ก็ทำได้ด้วย เช่นกัน

ต่อมา ปืนกล H&K MP5A3 รุ่นนี้มีการปรับปรุงตรงส่วนพานท้ายจากแบบตายตัวเป็นแบบเลื่อนเข้าออกได้ พร้อมทั้งปรับตรงกระโจมมือให้ติดตั้งไฟฉายไปด้วยเลยไว้ใช้สำหรับการบุกเข้า ไปในที่แคบและมืดครับ ตั้งแต่รุ่น A3 เป็นต้นไปปืนกล H&K MP5 ก็ผลิตสำหรับใช้กับกระสุนขนาด 9x19 mm. Luger อย่างเดียวครับ

ปืนเวอร์ชั่น : MP5-NAVY
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM PARABELLUM/LUGER/HYDRA/SPARTAL
บรรจุ กระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบ ปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 3.4 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด +
60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
ปืน กล H&K MP5 Navy ผลิตและออกแบบมาเพื่อหน่วยซีลและนาวิกโยธินโดยเฉพาะ ทั้งน้ำหนักเบาทั้งอัตราการยิงที่สูงกว่าปกติ ดูๆไปก็คล้ายกับรุ่น A3 แต่ก็มีจุดต่างครับ ตรงที่กระโจมมือจะไม่มีแท่นไฟฉายมาให้ เพราะหน่วยพวกนี้จะเน้นการใช้แว่นอินฟราเรดในการปฏิบัติภารกิจเสียมากกว่า

*ขอ อภัย ไม่มีรูปครับ

ปืนเวอร์ชั่น : MP5A4
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM , 10 MM AUTO
บรรจุกระสุน : 15/30/60/90/100 นัด
ระบบปฏิบัติการ : ROLLER-DELAYED BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : SEMI AUTO , BURST FIRE , FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 3.4 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA MAGGAZINE , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
ปืน กลรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Roller-delayed blowback, closed bolt ในการทำการยิง มีระบบการยิง 3 แบบคือ Safe > Burst >Full Auto ใช้กระสุนขนาด 9x19 mm. Parabellum และขนาด 10 mm. (ปัจจุบันหายสาปสูญไปจากสารบบเรียบร้อยโรงเรียน FBI แล้วครับ) มีความจุ 15/30 นัดต่อแมกกาซีน อัตราการยิง 800 นัด/นาที เป็นปืนกลที่นิยมใช้ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษเช่นS.W.A.T. ,Ranger ,Green Beret และอีกหลายหน่วยทั่วโลกครับ


ปืนเวอร์ชั่น : MP5K
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM PARABELLUM/LUGER/HYDRA/SPARTAL
บรรจุ กระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบ ปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 900 RPM นัด/นาที
ระยะ หวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกล สุด : 100 เมตร
น้ำหนัก : 2 Kg
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
อีก แบบเป็นปืนกล H&K MP5K เป็นรุ่นน้องเล็กแต่รัวที่สุดในรุ่น MP5 ใช้กระสุน ขนาด 9x19 mm. Parabellum อัตราการยิง 900 นัด/นาที โดยเอามาซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเอกสารแล้วต่อสายสำหรับกดยิงไปที่ตรงด้านล่างหู หิ้ว เข้าใจทำจริงๆ

ปืนเวอร์ชั่น : MP5K-PDW
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM PARABELLUM/LUGER/HYDRA/SPARTAL
บรรจุ กระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบ ปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 900 RPM นัด/นาที
ระยะ หวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกล สุด : 100 เมตร
น้ำหนัก : 2 Kg
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
อีก แบบเป็นปืนกล H&K MP5K-PDW (PDW : Personal Defense Weapon) เป็นรุ่นน้องเล็กแต่รัวที่สุดในรุ่น MP5 ใช้กระสุน ขนาด 9x19 mm. Parabellum อัตราการยิง 900 นัด/นาที
ปืนกล H&K MP5K-PDW รุ่นนี้พวกเหล่าทหารเคยใช้ยิง กลุ่มกระสุนที่ระยะ 25 เมตรใช้ได้เลย กระสุนจับกลุ่มดีมากๆเรียกว่าถ้าโดนยิงไปนี่เหวอะหมอไม่รับเย็บกับตรวจศพแน่ ครับ

เป็นปืนที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษชอบนำมาใช้สำหรับยิงทำลายประตู กับยิงสังหาร แต่ใครจะยิงมันนี่ต้องมีทักษะสูงหน่วยนะครับไม่งั้นคุมไม่อยู่แน่สำหรับปืน ที่มีอัตราการยิงถึง 900 นัด/นาที

ปืนเวอร์ชั่น : MP5SD
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM PARABELLUM/LUGER/HYDRA/SPARTAL
บรรจุ กระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบ ปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 2.5 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
ปืน กล MP5 แบบเก็บเสียงบ้าง ปืนกลรุ่นนี้เรียกว่า H&K MP5SD รูปร่างหน้าตามันก็คือปืนล MP5 ธรรมดานี่ละครับ แต่เอาไปปรับปรุงให้เป็นแบบมีที่เก็บเสียงติดตั้งตายตัวไปเลย เพราะถ้าเอาที่เก็บเสียงแบบติดตั้งภายนอกมาใส่ตัวที่เก็บเสียงจะเก็บเสียง ได้ไม่ดีพอครับ

ปืนเวอร์ชั่น : MP5SD3
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM PARABELLUM/LUGER/HYDRA/SPARTAL
บรรจุ กระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบ ปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 2.9 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
ปืน กล MP5 แบบเก็บเสียงบ้าง ปืนกลรุ่นนี้เรียกว่า H&K MP5SD3 รูปร่างหน้าตามันก็คือปืนกล MP5A3 ธรรมดานี่ละครับ แต่เอาไปปรับปรุงให้เป็นแบบมีที่เก็บเสียงติดตั้งตายตัวไปเลย เพราะถ้าเอาที่เก็บเสียงแบบติดตั้งภายนอกมาใส่ตัวที่เก็บเสียงจะเก็บเสียง ได้ไม่ดีพอครับ


ปืนเวอร์ชั่น : MP5A2
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM , 10 MM AUTO, .40S&W
บรรจุกระสุน : 15/30/60/90/100 นัด
ระบบปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตราการยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 2.5 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
มากระบอก แรกปืนกล H&K MP5A2 รุ่นนี้ทำมาเพื่อกระสุน 10 mm. AUTO แต่ก็แท้งเอาเสียก่อน ทาง H&K เอามาแปลงใช้กับกระสุน .40 S&W ให้รู้แล้วรูแรดกันไปเลย


ปืนเวอร์ชั่น : MP5/10
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 10 MM AUTO
บรรจุกระสุน : 15/30 นัด
ระบบปฏิบัติการ : BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตราการยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 3.4 Kg
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง

ประวัติ
ปืนกล H&K MP5/10 ครับ
จริงๆ มันก็คือปืนกล MP5 นั่นละครับ แต่คราวนี้ขอเล่นของแรงหน่อยก็คือใช้กระสุนขนาด 10 mm. AUTO ของบริษัท Norma ประเทศ Sweden โดยมี FBI เป็นต้นคิดแต่ปัจจุบันหายสาบสูญไปจากสารบบอาวุธปืนแล้วครับเนื่องจากรุนแรง เกินไปและทำให้ปืนและกลไกสึกหรอเร็วมากด้วย ทำให้รุ่นที่ใช้กับระสุน 10 mm. AUTO เป็นหมันไป ปัจจุบันก็เลยเอามาใช้กับกระสุน .40 S&W ครับ มีอัตราการยิง 800 นัด/นาที ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Blowback, closed bolt มีความจุ 30 นัดครับ

ปืนเวอร์ชั่น : MP5A5
บริษัท : H&K
ประเทศ : GERMANY
กระสุน : 9 MM
บรรจุกระสุน : 30/60/90/100 นัด
ระบบปฏิบัติการ : ROLLER-DELAYED BLOWBACK , CLOSED BOLT
ระบบการยิง : SEMI AUTO , BURST FIRE , FULL AUTO
อัตรา การยิงรัว : 800 RPM นัด/นาที
น้ำหนัก : 2.8 Kg
ระยะหวังผล : 25 เมตร
ระยะยิงไกลสุด : 100 เมตร
ฟังก์ชัน : ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กล้อง ZOOM ระยใกล้ถึงไกล , กระบอกเก็บเสียง , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด

ประวัติ
คล้ายๆ ปืน MP5A3 หลายประการ เเต่จะเเตกต่างตรงที่มีคุณสมบัติเหมือน MP5A4 คือมีระบบการยิงกึ่งอัตโนมัติ ระบบยิงติดต่อ 3 นัด กับยิงเป็นชุดหมดเเม็กรวด
เคคดิต postjung.com



บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ไม่เหมาะสม ผิดกฎบอร์ด ถูกแบน30วัน
บักหำน้อย_AV073&TSS.FC
Full Member
***

คะแนนความรัก: +122/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 976



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 11:58:52 AM »

AK-47

เอเค 47 (AK-47) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "อาก้า" นั้น เป็นคำย่อมาจากภาษารัสเซีย "Автомат Калашникова образца 1947 года" (อัฟโตมัท คาลาชนิโควา 1947 โกดาก) หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ "Automatic Kalashnikov Model of 1947 gun" เป็นปืนเล็กยาวจู่โจม ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Gas-operated ซึ่งออกแบบโดย Mikhail Kalashnikov และมีการผลิตออกมาโดยกลุ่มบริษัท IZHMASH หรือ Izhevsk Machinebuilding Plant ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของประเทศรัสเซียซึ่งได้รับสิทธิบัตรในการผลิตปืนรุ่น นี้จากเขาแต่เพียงผู้เดียวในปีค.ศ. 1946 และเข้าประจำการในกองทัพโซเวียตในปีค.ศ. 1949 โดยมีการใช้ในอย่างแพร่หลายในหลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ใน ช่วงสงครามเย็นซึ่งปืน AK-47 ได้เข้าไปมีบทบาทเป็นอย่างมากในสมรภูมิรบหลายแห่งในช่วงนั้น โดยปรากฏตัวครั้งแรกในสงครามเกาหลีซึ่งเป็นการประเดิมใช้งานและถูกกล่าวขวัญ ถึงประสิทธิภาพของปืนไรเฟิลอัตโนมัติรุ่นนี้ที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง มากกว่าปืนไรเฟิลอัตโนมัติ M14 และปืนAR-15 ของฝ่ายโลกเสรีในขณะนั้น

ประวัติความเป็นมา ของปืน AK-47

ปืน AK-47 ได้รับการออกแบบครั้งแรกในปีค.ศ. 1941 และพัฒนาจนเป็นรูปแบบมาตรฐานในปี ค.ศ. 1947 โดยได้รับต้นแบบและแรงบันดาลใจมาจากปืนไรเฟิลจู่โจมอัตโนมัติ MP44 หรือปืน STG44 (STG44 : Sturmgewehr Model of 1944) ซึ่งเป็นปืนไรเฟิลจู่โจมประจำกายของกองทัพนาซีเยอรมันที่ใช้ในช่วงสมรภูมิ เลือด ณ เมืองสตาลินกราด หรือเมืองวอดโกกราด ในปัจจุบันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นปืนไรเฟิลอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นเมื่อเทียบกับปืน ไรเฟิลอัตโนมัติของชาติอื่นๆในช่วงเดียวกัน และตัวเขาเองก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บด้วยปืนชนิดนี้ด้วย ซึ่งเขาก็เห็นว่าไม่ยุติธรรมเลยที่กองทัพนาซีเยอรมันได้ใช้อาวุธปืน อัตโนมัติอันทันสมัยมากมายหลายรุ่น ตั้งแต่ปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อนบริหารมือ (Bolt Action) Kar98k ปืนกลมือ MP40 ปืนไรเฟิลจู่โจมอัตโนมัติ MP44 ปืนกลเบา MG34 และปืนกลเบา MG42 รวมทั้งรถถังยานเกราะอีกมากมาย ในขณะที่กองทัพโซเวียตกลับมีเพียงปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อน Mosin-Nagant อันคร่ำครึมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ SVT-40 กับปืนกลมือ PPSch-41 เท่านั้น ส่วนปืนกลระดับหมู่ก็มีเพียงปืนกล Degtyarev-Pekhotny 28เท่านั้น โดยรถถังยานเกราะกับยุทโธปกรณ์ต่างๆของกองทัพโซเวียตในขณะนั้น ถ้าไม่เป็นของเก่าตกค้างมาจากสงครามโลกครั้งที่แล้วส่วนมากก็อยู่ในสภาพเก่า และไม่พร้อมใช้เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณซ่อมแซม

ต่อมาภายหลังสงคราม โลกครั้งที่ 2 สงบลง กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรต่างได้ยึดอาวุธและเทคโนโลยีของกองทัพนาซีเยอรมันไป ใช้ในการผลิตอาวุธของตน โดย Mikhail Kalashnikov เองก็ได้นำรูปทรงและระบบกลไกของปืนไรเฟิลอัตโนมัติ STG44 ปืน SVT-38/SVT-40 รวมทั้งกระสุนขนาด 7.62x54 mm. R และขนาด7.92x33 mm. Kurz มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา โดยได้มีการออกแบบและพัฒนาในเรื่องของกระสุนก่อน ซึ่งกระสุนมาตรฐานของกองทัพโซเวียตในขณะนั้นคือกระสุนขนาด 7.62x54 mm. R ซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1891 โดยได้พัฒนาออกมาเป็นกระสุนขนาด 7.62x41 mm. M1943 และมีการพัฒนาปืนไรเฟิลอัตโนมัติขึ้นมาใช้กับกระสุนขนาดนี้ด้วยคือปืน AK-46 ซึ่งยังมีรูปทรงคล้ายกับปืน STG44 อยู่มาก แต่เนื่องจากประสิทธิภาพของปืนและกระสุนไม่ดีเท่าที่ควรนักจึงได้มีการปรับ ปรุงปืนและกระสุนใหม่อีกครั้ง โดยมีการปรับปรุงกระสุนก่อนจนเป็นกระสุนขนาด 7.62x39 mm. M43 ซึ่งได้นำมาใช้ครั้งแรกกับปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ SKS (SKS : Samozaryadnyj Karabin Simonova) หรือปืนเซกาเซ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก่อน พร้อมทั้งนำปืนไรเฟิลอัตโนมัติ AK-46 มาปรับปรุงระบบกลไกและรูปทรงอีกครั้ง โดยได้เอารูปทรงของปืน SKS เข้ามาร่วมในการออกแบบด้วยจนออกมาเป็นปืน AK-47 ที่มีรูปทรงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

คุณสมบัติของปืน AK-47

ปืน AK-47 เองเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นปืนที่มีน้ำหนักเบาพอสมควร มีขนาดสั้นกะทัดรัดและมีขนาดกระสุนที่เหมาะสม สามารถเลือกทำการยิงได้ 3 โหมดคือ Safe > Full Auto > Burst และเป็นปืนที่สามารถถอดล้างได้ง่ายมาก นับเป็นปืนเล็กยาวจู่โจมแบบหนึ่งที่ยังมีการใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยมีการผลิตปืน AK-47 และปืนรูปแบบอื่นๆที่พัฒนาโดยใช้ปืน AK-47 เป็นต้นแบบเป็นจำนวนมากกว่าปืนเล็กยาวจู่โจมชนิดอื่นๆ และยังคงมีการผลิตและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปีค.ศ. 1959 ก็ได้มีการนำปืน AK-47 มาทำการแก้ไขปรับปรุงระบบกลไกและวิธีการผลิตต่างๆให้ดีขึ้นและเรียกในชื่อ ใหม่ว่า AKM (AKM : Avtomat Kalashnikova Modernizirovannyj หรือ Kalashnikov Automatic rifle, Modified) ซึ่งปืนรุ่นนี้จะมีการปั้มขึ้นรูปโครงปืนด้วยเครื่องจักรและมีการทำ สัญลักษณ์ด้วยการปั้มดุนแผ่นเหล็กโครงปืนให้เป็นเพียงช่องเล็กๆรวมทั้งมีการ ดัดแปลงปากลำกล้องให้เป็นรูปเฉียงปากฉลามเพื่อลดอาการสะบัดขึ้นเมื่อทำการ ยิง ซึ่งผิดกับกระบวนการผลิตของปืน AK-47 ที่มีการผลิตด้วยการนำแผ่นเหล็กมาเซาะร่องและปั้มดุนโครงปืนเข้าไปเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่เหนือช่องใส่ซองกระสุน และปากลำกล้องตัดตรงทำให้เวลายิงด้วยระบบอัตโนมัติ ปืนจะสะบัดเป็นอย่างมาก

ต่อ มาในปีค.ศ. 1974 กองทัพโซเวียตก็ได้มีการนำปืน AK-47 และปืน AKM มาทำการปรับปรุงและพัฒนาอีกครั้งจนเป็นปืน AK-74 และนำมาใช้กับกระสุนขนาด 5.45x39 mm. รุ่น M74 หรือ 5N7 ซึ่งได้รับพัฒนาและปรับปรุงมาจากกระสุนขนาด 5.56x45 mm. NATO ของกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองกำลัง NATO สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ เช่น ปืนยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม.แบบติดตั้งใต้ลำกล้อง (Underbarrel Grenade Launcher) รุ่น GP-25 ดาบปลายปืน (Bayonet) ฯลฯ เป็นต้น

Automatic Kalashnikov Model of 1947 หรือ AK-47
ชนิด: ปืนเล็กยาวจู่โจม
สัญชาติ: สหภาพโซเวียต
สมัย: สงครามเกาหลี-ปัจจุบัน
การใช้งาน: อาวุธประจำกาย
เป้าหมาย: บุคคล
เริ่มใช้: ค.ศ. 1947
ช่วงผลิต: ค.ศ. 1947-ปัจจุบัน
ช่วงการใช้งาน: ค.ศ. 1949 - ปัจจุบัน
ผู้ปฏิบัติการ: Mikhail T.Kalashnikov
สงคราม: สงครามเกาหลี,สงครามเวียดนาม, สงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามอิรัก
ชนิด: ปืนเล็กยาวจู่โจม
ขนาดลำ กล้อง: 7.62 มิลลิเมตร (.30 Russian)
ความยาวลำกล้อง: 415 มิลลิเมตร
กระสุน: 7.62 x 39 mm. รุ่น M43
แมกกาซีน: แบบ detachable box ความจุ 30 นัดและ 40 นัดสำหรับปืน RPK และแบบ Drum 75 นัด
การทำงาน: Gas-operated , rotating bolt (ระบบขับดันด้วยก๊าซ หน้าลูกเลื่อนหมุน)
อัตราการยิง: 600 นัด/นาที
ความเร็วปากลำกล้อง: 710 m/s, 884 m/s
ระยะหวังผล: 300 เมตร
น้ำหนัก: 4.3 กิโลกรัม
ความยาว: 870 มิลลิเมตร
แบบอื่น: AK-47, AKS, AKM, AKMS, AK-74, AK-101, AK-102, AK-103, AK-107, AK-108
จำนวนที่ผลิต: มากกว่า 100 ล้านกระบอก

สิ่งที่เหนือกว่า M16 , M4

ความ ทนทานอันยอดเยี่ยมสุดๆ สามารถจุ่มน้ำ จุ่มโคลน จุ่มทรายได้ บุกได้ทุกสมรภูมิ เช่น หิมะ ทะเลทราย ป่า เป็นต้น ไม่ต้องบำรุงรักษาให้ยุ่งยากมากให้เสียเวลา ทนทานได้ทุกสภาวะ ขนาดโยนปืนหล่นจากที่สูง 10 ชั้น ปืนยังไม่พัง ขนาดโดนรถทับปืนก็ยังไม่พัง เเถมยังใช้ได้อีก อายุการใช้งานก็ปาไป 20 - 40 กว่าปีได้ ถึงมันจะเปนปืนเถื่อนก็ตาม เเถมปืนยังไม่ขัดลำกล้องด้วย ราคาก็ถูกสุดๆ ถูกกว่าปืนพกด้วยหลายรุ่น ใช้กระสุนก็ได้หลายขนาด ขึ้นชื่อว่าปืนเถื่อนมันก็ต้องถูกอยู่เเล้วล่ะ เเล้วก็มีประชากรซื้อปืนนี้ทั่วโลกรวมกันก็ปาไป 100 ล้านกระบอกเเล้ว เป็นปืนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งมากกว่า M16 , M4 เยอะมากเลย เพราะมันถูกมันทนก็เลยคนซื้อเยอะน่ะ เป็นปืนที่ถูกเข้าประจำการในโซเวียดนี้เอง


M16

จากบนล่าง ปืน M16A1 , M16A2, M4A1 และปืน M16A4

M16
ชนิด: ปืนเล็กยาวจู่โจม (Assault Rifle)
สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
สมัย: สงครามเวียดนาม - ปัจจุบัน
การใช้งาน: อาวุธประจำกาย
เป้าหมาย: บุคคล
เริ่มใช้: พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1967)
ช่วงผลิต: พ.ศ. 2500 - ปัจจุบัน
ช่วงการใช้งาน: พ.ศ. 2503 - ปัจจุบัน
ผู้ปฏิบัติการ: NATO
สงคราม: สงครามเวียดนาม, สงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามอิรัก
ชนิด: ปืนเล็กยาวจู่โจม (Assault Rifle)
ขนาด ลำกล้อง: 5.56 มิลลิเมตร (0.223 นิ้ว 6 เกลียว เวียนขวา)
ความยาวลำกล้อง: 508 มิลลิเมตร
กระสุน: Ball M193 , M855 ขนาด 5.56x45 mm. NATO ระยะครบรอบเกลียว A1=16 ฟุต A2=12 ฟุต
แมกกาซีน: ซองกระสุนแบบ STANAG Magazine ความจุ 20, 30 นัด และแบบ Drum ความจุ 100 นัด
การทำงาน: ขับดันด้วยแก๊ส
อัตราการยิง: 750 - 900 นัด/นาที
ความเร็วปากลำกล้อง: 975 m/s (3,200 ft/s Ball M193)
930 m/s (3,050 ft/s Ball M855)
ระยะหวังผล: A1 = 460 เมตร
A2,A3,A4 = 550 เมตร
น้ำหนัก: แล้วแต่แบบ
ความยาว: A1=990.6 มม.,A2=1006 มม.
แบบอื่น: M4 Carbine,AR-15
จำนวนที่ผลิต: มากกว่า 8 ล้านกระบอก

ปืน M16 ผลิตในปีค.ศ. 1963 สังเกตปลอกลดแสง (Flash Hider) ยังเป็นแบบ 3 แฉก (Three-prong Flash Hider) เหมือนของปืน AR-15 อยู่ และไม่มีคันส่งลูกเลื่อน (Forward Assist Assembly) ติดตั้งมาให้

ปืน เอ็ม 16 เป็นปืนเล็กยาวที่กองทัพบกสหรัฐอเมริกากำหนดขึ้น โดยเรียกชื่อไล่จาก Armalite AR-15 เป็นปืนเล็กยาวจู่โจมที่ยิงด้วยกระสุนขนาด 5.56 x 45 mm. NATO ที่ออกแบบโดยนาย Eugene Stoner ในปีค.ศ. 1950 เดิมใช้เป็นปืนเล็กยาวประจำกายของทหารในกองทัพบกและกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967โดยเข้าประจำการแทนปืน M14 ซึ่งใช้กระสุนขนาด 7.62x51 mm. NATO (.308 Winchester) และยังใช้กันอยู่ในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การ NATO ทั้ง 15 ประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

ปืน M16 เป็นปืนที่มีน้ำหนักเบา บรรจุกระสุนในซองกระสุน (Magazine) บริหารกลไกด้วยด้วยระบบแรงดันก๊าซ ระบายความร้อนด้วยอากาศ วัสดุที่ใช้ผลิตปืนผสมผสานทั้งเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และพลาสติก

ปืน M16A1 ผลิตในปีค.ศ. 1967 สังเกตปลอกลดแสง (Flash Hider) จะเป็นซี่คล้ายกรงนกมีรูลดแสง 4 รู("Bird Cage" Flash Hider) และมีคันส่งลูกเลื่อน (Forward Assist Assembly) ติดตั้งมาให้แล้ว

คันส่งลูก เลื่อน (Forward Assist Assembly) มีในปืน M16A1 เป็นต้นมา ใช้สำหรับดันหน้าลูกเลื่อนให้เข้าที่ก่อนทำการยิง ในกรณีที่ไม่ต้องการให้เกิดเสียงดังจากการดึงคันรั้งลูกเลื่อนเพื่อขึ้นลำ ปืน

ปืน M16 นี้พัฒนาขึ้นโดยกองทัพบกสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1950 ขณะที่ได้นำไปประเดิมใช้เป็นครั้งแรกในสงครามเวียดนาม ซึ่งแต่เดิมนั้น ปืน M16 ออกแบบและผลิตโดยบริษัทอาร์มาไลต์ (Armalite) ในปีค.ศ.1958 โดยเรียกว่าปืนรุ่นนี้ว่า AR-15 สำหรับปืนไรเฟิลอัตโนมัติ AR-15 นี้เป็นปืนไรเฟิลซ้อมยิงที่นิยมกันมากในประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับปืน M16 ในปัจจุบันนี้ และได้เข้าประจำการในฐานะอาวุธปืนประจำกายของหน่วยแพทย์ทหารเสนารักษ์และ หน่วยสนับสนุนการรบต่างๆในช่วงสงครามเกาหลีด้วย แต่เนื่องจากตัวปืนนั้นมีปัญหาเรื่องลำกล้องปืนมักจะบวมและแตกร้าวเมื่อมี การยิงต่อเนื่องนานๆ จึงทำให้มียอดสั่งซื้อเข้ามาน้อยมาก

ต่อมาเมื่อ บริษัท Armalite ได้ขายแบบแปลนปืน AR-15 ให้แก่บริษัทโคลต์ (Colt Firearms) ปืน AR-15 ก็ได้รับการพัฒนาจนออกมาเป็นปืน M16 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯในปีค.ศ.1964 ส่วนทางกองทัพบกสหรัฐฯก็ได้นำปืน M16 มาพัฒนาต่อเป็นปืน XM16E1 ซึ่งได้เพิ่มระบบคันส่งลูกเลื่อน (Forward Assist Assembly) เข้ามาและเข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯพร้อมทั้งเรียกชื่อใหม่ว่า ""US Rifle, 5.56mm, M16A1" ในปีค.ศ. 1967 และยังมีการเปิดสายการผลิตปืน M16 ในรูปแบบอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันในอีกหลายประเทศทั่วโลก

ต่อมาในปีค.ศ. 1981 บริษัทโคลต์จึงได้พัฒนาและปรับปรุงปืน M16A1 จนออกมาเป็นปืน M16A1E1 เพื่อรองรับกระสุนขนาด 5.56x45 mm. NATO รุ่นใหม่คือกระสุน M855 Ball หรือ SS-109 ซึ่งมีความแม่นยำและอานุภาพทำลายล้างมากกว่าเดิม จนในปีค.ศ. 1982 หน่วย US Department of Defense (US DoD)จึงได้บรรจุปืน M16 รุ่นนี้เข้าประจำการและเรียกในชื่อใหม่ว่า "US Rifle, 5.56mm, M16A2" ซึ่งปืน M16A2 นี้สามารถยิงได้เพียง 2 รูปแบบ คือ แบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Auto) ครั้งละ 1 นัด/ครั้ง และแบบอัตโนมัติชุดละ 3 นัด (Burst Auto) โดยมีคันบังคับการยิงให้จัดเลือกอยู่ทางด้านซ้ายเหนือด้ามปืน ซึ่งต่างจากปืน M16A1 ตรงที่แบบอัตโนมัติของรุ่น A1 จะเป็นแบบอัตโนมัติเต็มตัว (Full-Auto) กล่าวคือปืนจะทำการยิงตามวงรอบการทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าผู้ยิงจะเลิกเหนี่ยว ไกปืนหรือจนกว่ากระสุนจะหมดซองกระสุน มิใช่ยิงเป็นชุดเพียง 3 นัดเท่านั้น ไม่ว่าผู้ยิงจะเหนี่ยวไกค้างไว้หรือไม่ก็ตาม

ในปีค.ศ. 1994 ทางบริษัทโคลต์ได้มีการปรับปรุงสมรรถภาพของปืน M16A2 อีกครั้งเป็นรุ่น A3 และ A4 ตามลำดับ โดยปืน M16A3 นั้นสามารถยิงได้สองโหมดคือ ยิงทีละนัด (Semi-Auto)และยิงอัตโนมัติเต็มตัว (Full-Auto)เท่านั้น ส่วนปืน M16A4 นั้นรูปร่างก็มิได้แตกต่างไปจากรุ่น A3 เพียงแต่จะยิงได้สองโหมดนี้คือ โหมดยิงทีละนัด (Semi-Auto) และแบบอัตโนมัติชุดละ3นัด (Three-Burst Auto) เพียงเท่านั้น โดยทั้งรุ่น A3 และ A4 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ A2 ทุกประการแต่สามารถถอดด้ามหูหิ้ว (Flat Top Recceiver)ออกเพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆได้ในขณะที่ A2 จะเป็นแบบติดตั้งตายตัว

ในช่วงทศวรรษ 1980 ปืน M16A1 ติดขาทรายและปืนกลเบา M60 จะถูกแทนที่ด้วยปืนกลเบา SAW M249 ซึ่งใช้กระสุนขนาด 5.56x45 mm. NATO รุ่น M855 Ball เช่นเดียวกับปืน M16A2 เพื่อเพิ่มอานุภาพของอาวุธและลดภาระในการจัดส่งกระสุนและเสบียงเข้าสู่สนาม รบของหน่วยพลาธิการ ครั้นถึงทศวรรษ 1990 ปืน M16A2 จำนวนมากเริ่มถูกแทนที่ด้วยปืน M4 Carbine ซึ่งปรับปรุงมาจากปืน M16 เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความคล่องตัวในการรบในที่แคบหรือในอาคารต่างๆ

ลักษณะโดยทั่วไป

ปืน M16 โดยทั่วไปผลิตชิ้นส่วนขึ้นจากวัสดุต่างๆดังนี้คือ ปลอกลดแสง ลำกล้อง โครงปืน และชิ้นส่วนในระบบลั่นไกผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าผสมอะลูมิเนียมทำให้ระบายความ ร้อนได้เร็วและมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง ในส่วนของพานท้ายและฝาครอบลำกล้องทำจากพลาสติกไฟเบอร์ทนความร้อน ทำให้ปืน M16 รุ่นแรกๆ นั้นมีน้ำหนักเบาเพียง 3.60 กิโลกรัมเท่านั้น (น้ำหนักปืนพร้อมแมกกาซีน 30 นัด) ซึ่งเบากว่าปืนเล็กยาวจู่โจมรุ่นก่อนๆอย่างปืน M14 ถึง 30% ในขณะที่ปืนอาก้า (AK-47) จากรัสเซียที่นิยมกันในกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในเวลานั้นมีน้ำหนักถึง 4.30 กิโลกรัม แต่ปืน M16 รุ่นหลังจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 3.77 กิโลกรัมเท่านั้นเนื่องจากการออกแบบให้ลำกล้องและโครงปืนมีความแข็งแรงมาก ขึ้นจึงทำให้น้ำหนักมากตามไปด้วย โดยตั้งแต่ปืน M16A2 เป็นต้นไปจะมีการออกแบบให้ปลอกลดแสงมีรูระบายเพียง 3 รูเท่านั้นเพื่อให้แรงดันก๊าซกดปากกระบอกมิให้เชิดหัวขึ้นเวลาทำการยิง เพื่อต้องการความแม่นยำสูงขึ้น และมีความยาวของปืนเพิ่มเป็น 40 นิ้ว (1.06 เมตร) มีลำกล้องยาว 20 นิ้ว(508 มิลลิเมตร)

โดยปืน M16/M4 นั้นสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ปืนยิงลูกระเบิดชนิดติดตั้งใต้ลำกล้อง (Underbarrel Grenade Launcher) ขนาด 40 มม. M203 , กล้องเล็งขนาด 1X-4X , ขาทราย (Bi-pod) ฯลฯ เป็นต้น

ปืน M16A1 ติดตั้งพร้อมเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. M203

ปืน M16A2

ปืน M16A2 (ล่าง) และปืน XM-177E1 (บน) โดยปืน XM-177E1 ได้รับการพัฒนามาจากปืน CAR-15 โดยบริษัท Colt และกลายมาเป็นปืน M4A1 ในปัจจุบัน

ปืน M16A4

ด้ามหูหิ้ว (Flat Top Receiver) ของปืน M16A3 และ M16A4 ซึ่งสามารถถอดออกได้

ปืน M4A1

ซองกระสุนแบบ STANAG 4179 ซองกระสุนความจุ 20 นัดผลิตโดยบริษัท Colt ประเทศสหรัฐอเมริกา และซองกระสุนความจุ 30 นัดผลิตโดยบริษัท Heckler&Koch หรือ H&K ประเทศเยอรมนี โดยทาง H&K เรียกซองกระสุนรุ่นนี้ว่า "High Reliability"


กระสุนขนาด 5.56x45 mm. NATO บรรจุในแมกกาซีนความจุ 30 นัด


ปืนยิงลูก ระเบิดชนิดติดตั้งใต้ลำกล้อง (Underbarrel Grenade Launcher) ขนาด 40 มม. M203


ปืน M4A1 ที่ได้รับการติดตั้งปืนยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. M203A1 พร้อมชุดเครื่องเล็งประณีต

ปืนเวอร์ชั่น : M4A1
บริษัท : COLT
ประเทศ : USA
กระสุน : 5.56 x 45 REMINGTON , 5.56 x 45 NATO
เเม็กกาซีน : 30/60/90/120 นัด เเล้วเเต่ขนาดเเม็กกาซีน
ระบบปฏิบัติการ : GAS-OPERATED , ROTATING BOLT
ระบบการยิง : FULL AUTO , BURST FIRE , SEMI AUTO , SEFT
อัตราการรัว : 700-950RPM นัด/นาที
ระยะหวังผล : 360 เมตร
น้ำหนัก : 2.6Kg - 3.2Kg
ฟังก์ชัน : กล้องเล็ง ZOOM 1X - 10X , ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย , เครื่องยิงระเบิด M203 , กระบอกเก็บเสียง , เครื่องยิงลูกซอง , เครื่องยิงที่ช็อตไฟฟ้า , มีดปลายปืน M9 BAYONET , BETA C-MAG , DRUM MAGAZINE , MAGGAZINE CLIP + 30 นัด + 60 นัด + 90 นัด
ราคา : 13000 บาทกว่าได้


สิ่งที่ เหนือกว่า AK47

น้ำหนักเบา กะทะรัด ยิงได้ในระยะไกลเเละระยะหวังผลดีกว่า AK47 เหมาะสำหรับใช้ในการหยุดยั้งผู้ก่อการร้ายได้ดีในระย ะใกล้ถึงไกล เหมาะสำหรับใช้ในเมืองเเละชนบทจะเหมาะสมมากสุด เเรงสะท้อนที่น้อย ฟังก์ชั่นเยอะ เเม่นยำ ยิงนิ่ง เเละเปรี่ยมไปด้วยหลักการในการลอบสังหาร ระยะหวังผลของ M4A1 ระยะหวังผล 360 เมตร จากระยะยิงที่ไกลสุดเเค่ 600 เมตร ระยะหวังผลของ M16A2 ระยะหวังผล 550 เมตร จากระยะยิงที่ไกลสุดเเค่ 700 เมตร เสียงใม่ดังเจี้ยวจ้าวเเล้วเร้าใจเหมือน AK47 มากเกินไป อัตราการยิงรัวเร็วกว่า AK47 ปืนนี้ถ้าตกไปอยู่ในมือ SNIPER ล่ะก็ปืนนี้จะอันตรายกว่า AK47 ซะอีกเรื่องความเเม่นยำ เเล้วปืนรุ่นนี้จะถูกเข้าประจำการตามหลายประเทศทั่วโ ลกใม่ว่าจะเปนสหรัฐก็ยังใช้ปืนนี้ ปืนนี้นิยมใช้กับหน่วย SWAT มากพอๆกับพวก MP5 เลย

ข้อเสียของ M16 , M4

ขัด ลำกล้อง โดนน้ำ โดนฝุ่นไม่ได้ ลุยโคลนไม่ได้ บุกได้ไม่ทุกสมรภูมิ ราคาเเพงกว่า AK47 ต้องดูเเลรักษายุ่งยากเอาการ

credit จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ไม่เหมาะสม ผิดกฎบอร์ด ถูกแบน30วัน
เสือใหญ่
Graffic Surat [ BirS ]
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +185/-27
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,840


นครศรี เฮอร์ริเทจ


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 11:59:53 AM »

โหดได้ใจดีคับ  +1

ผมใช้ MP5 เล่นบีบีกัน อยู่ครับ
บันทึกการเข้า

NaKhonsri Herrites   And    Manchester United
http://www.facebook.com/?ref=home#!/profile.php?id=100001154221418
best_swatcat
ถูกแบนถาวร
Hero Member
****

คะแนนความรัก: +135/-55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,481


รักษ์โคราช เชียร์โคราช


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 12:10:21 PM »



รุ่นนี้ เกมส์ เคาร์เตอร์ ผมใช่เล่นประจำ
บันทึกการเข้า

ป๊าดดดโถ่ !!
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +19/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 333


This is chainat.


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 12:40:14 PM »

อยากได้สักกระบอก...เอามายิงไอ้พวก..............
บันทึกการเข้า

Suriya 640
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +181/-33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,424



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 12:43:15 PM »

อยากมีเก็บไวสักอัน
บันทึกการเข้า

J.UTARUN
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +82/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,067


นักเลงเลี้ยงหมู


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:00:49 PM »

หาเก็บกันตามสบาย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
♣Mr.Vong♣
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


www.buildep.com/uthaithanifc


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:31:24 PM »

ปืนที่กล่าวมาทั้งหมดนี่กองทัพไทยเรามีใช้ทุกแบบครับ 

AK-47   เป็นหน่วยทหารพรานใช้ครับ
STEYR AUG  นี่ใช้ในหน่วยรบพิเศษไทยบางหน่วย
MP-5  นี่ใช้พวกหน่วยปฏิบัติการพิเศษของไทย
M-16  นี่ไทยประจำการเป็นปืนหลัก
G-36  มีหน่วยซีลไทยใช้ครับ  (ปืนนี้สุดยอดครับ)

กองทัพไทยนี่มีไอเท็มลับเยอะครับ
บันทึกการเข้า



จะบ้าเหรอ ?
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1462/-1054
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,016


Secret


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:33:36 PM »

ผมอยากทราบว่า ปืนที่ใช้ฝึก รด ทำไมเวลายิงแล้ว เมื่อยปากจังครับ

ต้องแหกปากทำเสียง ปั้งๆๆๆๆๆ ตลอดเวลาที่ยิงเลยครับ  ฮี่ฮี่
บันทึกการเข้า

Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3143/-1405
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28,921


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:35:36 PM »

ผมอยากทราบว่า ปืนที่ใช้ฝึก รด ทำไมเวลายิงแล้ว เมื่อยปากจังครับ

ต้องแหกปากทำเสียง ปั้งๆๆๆๆๆ ตลอดเวลาที่ยิงเลยครับ  ฮี่ฮี่

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
tem_30359
FoRget-[Me]-Not
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +175/-76
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,794



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:37:36 PM »

ผมใช้ m4a1 กับ psg-1 ครับ  เกมส์  sf  555+

แล้วก็ ป.ล.ย.88  ร.ด. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แค่ คิดดี ทำดี ก็พอ
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3143/-1405
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28,921


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:39:07 PM »

ปืนในฝัน





บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
KonikenzA
Super Thailandsusu
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1529/-331
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,291


AV-Group Thailandsusu


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:47:04 PM »

ใครที่เรียนร.ด.ตอนฝึกนะรุ่นนี้เลย สมัยสงครามโลก
แบกขึ้นเขามาแล้วอิอิ


Thanks: เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์ทําอาหาร

Thanks: เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์ทําอาหาร
ส่วน M16 นิโดนพ่อใช้ให้ขัดตลอดอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2010, 01:55:00 PM โดย koniken_kaka'_av089 » บันทึกการเข้า

ครูมวย
KRU MUAY
อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +456/-1244
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,011

NEVER LOOK BACK


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 01:51:45 PM »

ในไทยมีใช้ M4 ไหมครับ
บันทึกการเข้า
Afterlife1910
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +259/-64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,895

SISAKET FC SUSU


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:01:24 PM »

เคยยิง M16A1 ตอนเรียน ร ด สนุกดีครับ

บันทึกการเข้า

Worst
ท่าเรือ !!
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +320/-118
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,017


สังคมจอมปลอม !!


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:05:03 PM »

ปืนที่ใช้ฝึก รด. เป็นปืนที่มีคุณภาพที่สุดในโลกแล้วคับ ฮี่ๆ ยิงแล้วเมื่อยปากจิงๆ
บันทึกการเข้า



สิงห์ท่าเรือ
♣Mr.Vong♣
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


www.buildep.com/uthaithanifc


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:07:13 PM »

ในไทยมีใช้ M4 ไหมครับ

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีใช้ครับ

เป็นของ ทอ. ป่าวไม่แน่ใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2010, 02:30:54 PM โดย ♣Mr.Vong♣ » บันทึกการเข้า



bigballoon_AV039
The Giant Gangsters
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +258/-31
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,367


The Giant Gangster


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:17:14 PM »

เยอะมากขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ซ้าย_SR
เรือกอและพิฆาต!
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1174/-174
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,303


อย่างหนาตราช้าง ต้องวีวี่ & ลิ่วล้อ


| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:22:51 PM »

ผมเลือกปืนรุ่นเก่าแต่เก๋าอย่าง อาก้า ครับ
การทำลายล้างก็ดี, การดูแลก็ไม่ยุ่งยาก แถมศักดิ์สิทธิ์อีกต่างหาก เพราะ....


เมื่อปลายเดือนมีนา ปีนี้ ที่มีข่าวโจรใต้ยิงใส่ค่ายทหารกว่า 10 แห่งในจ.นราธิวาส
เพื่อนรุ่นน้องเป็น อาสาทหารพราน   คืนนั้นมันต้องเข้าเวร
โจรใต้รุมยิงเข้ามาในค่าย  มันก็พยายามลุกขึ้นยิงสวนกลับ
กระสุนอาก้าของโจรใต้วิ่งเข้ามาเจาะเข้าตรงกลางปืนอาก้าของมันพอดี

ผล > ปืนอาก้าหักกลางแบบพับได้ (ไม่ขาด2ท่อน)
มันก็ไม่ได้ห้อยพระอะไร  เสื้อเกราะก็ไม่ใส่ 
ถ้าไม่มีปืนอาก้ากันหน้าอกไว้ หรือมันใช้ปืนM-16 เป็นอาวุธประจำกาย
มันบอกว่า... มันคงซี้แหงแก๋ไปแล้ว!

ปืนอาก้า ของเค้าดีจริง!
    ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สถานะทางตำแหน่ง(เมิง)ยังมั่นคง     แต่สถานะทางสังคม(เมิง)ล้มละลาย
ว่าวไทย คริส บางกอก@AV_015
AV_Group(015)
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +964/-239
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,328


อะไรคือเครื่องวัด.........ความดี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:31:43 PM »

เยอะมาก
บันทึกการเข้า

♦ Sankang ♦
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +147/-34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,667



| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 02:33:18 PM »

ว่ากันว่า ak47 เหมาะสำหรับสงครามที่สุดแล้ว

ใช้ง่าย ทน ทำความสะอาดง่าย เพียงแค่ชุบน้ำมันเครื่องแล้วแหย่   และแข็งแรง  

ดูในดิสคอฟเวอรี่ มันเอาเหล็กมาทุบๆๆ  ยังสามารถใช้ได้อีก  
บันทึกการเข้า


Tha
rungkung
Mahasarakham United
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +52/-14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,952



| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 05:40:56 PM »

อาวุธปืน  จากประสบการณ์จริงเลยครับ  เข้าค่ายมาใหม่ๆ  ผมคนหนึ่งที่อยากจะถือปืนมากครับ

เพราะไม่เคยจับ  พอจับมันก็ยิ่งจะเท่ห์มาก  ในความคิดของผม  แต่พอเราได้จับจริงๆ 

แล้วยิ่งเราวิ่งด้วยซ้ำ  ผมอยากจะเขวี้ยงทิ้งเลย  เพราะมันหนักมากตั้ง 3 กิโล ได้มั้ง

แต่พอนานๆ เข้าก็เคยชินกับมัน  โหดมากๆ ครับ
บันทึกการเข้า

ACS SHARK
บุคคลทั่วไป
| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 05:42:28 PM »

AK 47 เป็น อาวุธ ที่ดี เเละ ทนที่สุดในโลก
บันทึกการเข้า
ศิษย์หลวงพ่อขวัญ_FC33
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +161/-18
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,892


www.PhichitFC.com


| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 06:04:00 PM »

46 ฮี่ๆๆ
บันทึกการเข้า

beretta▄︻┳═一
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +411/-49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,542


สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า "เจี๊ยว" ฮี่..ฮี่


| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2010, 08:34:12 AM »

น่ากัว ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3143/-1405
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28,921


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2010, 08:38:09 AM »

น่ากัว ยิงฟันยิ้ม

ตัวละบาท
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
PiPoo
ถูกแบนถาวร
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +71/-92
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,916



| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2010, 08:46:03 AM »

อยากดู M79 ว่ะมีป่าวววว
บันทึกการเข้า
ข้าวสวย_EnJOY
Soy u'nico =^0^=
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1095/-15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,846


ประตูที่สำคัญ คือ "รัก" ที่ให้กัน


| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2010, 01:40:58 PM »

อยากดู M79 ว่ะมีป่าวววว


จัดให้ค่ะ



อิอิ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!