Thailandsusu Webboard

ทีมชาติไทย => ทีมชาติไทย => ข้อความที่เริ่มโดย: lucklocker ที่ กันยายน 11, 2017, 09:51:08 PM



หัวข้อ: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 11, 2017, 09:51:08 PM
จบไปแล้วกับเวทีฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 ของทีมชาติไทยเราทั้ง 10 นัด เหล่าช้างศึกเราทำอย่างเต็มที่ทุกวินาที
แต่ผลสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของอีก 5 ทีมในกลุ่มได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าประตูที่ทีมชาติไทยยิงได้และถูกยิงมีในรูปแบบใดบ้าง

ป.ล. บทความนี้เป็นบทความแรกของผมและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกใจทั้งหมดแต่พร้อมรับคำติ-ชมครับ

สถิติและผลการแข่งขัน
แข่ง 10 นัด
ชนะ 0 นัด
เสมอ 2 นัด
แพ้ 8 นัด
แต้ม 2 คะแนน
ยิงได้ 6 ประตู
เสีย 24 ประตู

ซาอุดิอารเบีย 1 – 0 ไทย
ไทย 0 – 2 ญี่ปุ่น
ยูเออี 3 – 1 ไทย
อิรัก 4 – 0 ไทย
ไทย 2 -2 ออสเตรเลีย
ไทย 0 – 3 ซาอุดิอารเบีย
ญี่ปุ่น 4 – 0 ไทย
ไทย 1 – 1 ยูเออี
ไทย 1 – 2 อิรัก
ออสเตรเลีย 2 – 1 ไทย

1. ประตูที่ทำได้
เริ่มจากความภาคภูมิใจทั้ง 6 ประตูก่อนว่าทำได้อย่างไรบ้าง

ประตูแรก นัดไปเยือนยูเออี นาทีที่ 65 ผมไม่มั่นใจว่าชนาธิปหรือสารัชเป็นคนเปิด (เห็นตัวเล็กๆ) เปิดเลียดทะลุช่องให้ ธนา ชนะบุตรยิงด้วยเท้าซ้ายเลียดผ่านมือผู้รักษาประตูเสียบเสา 2 เข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูที่ 2 และ 3 เกิดขึ้นในเกมในบ้านพบกับออสเตรเลีย โดยลูกแรกนาทีที่ 20 ชนาธิปเปิด Killer Pass ให้ทริสตอง โด เปิดเลียดตัดเข้าในให้ธีรศิลป์ชาร์จตวัดไม่เกิน 3 หลาเข้าไป ส่วนประตูที่ 2 ได้จากจุดโทษนาทีที่ 57 ธีรทรโดยเตะจากด้านหลังล้มลงในเขตโทษ ธีรศิลป์รับหน้าที่ยิงและก็ไม่พลาด

ประตูที่ 4 นัดเหย้าเจอกับยูเออี นาทีที่ 69 พีรพัฒน์เปิดเลียดจากด้านซ้ายเข้าใน มงคลชาร์จหน้าประตูระยะ 2 หลาเข้าประตู

ประตูที่ 5 นัดในบ้านเจออิรัก เกิดในนาทีที่ 63 จังหวะขยันของพีรพัฒน์วิ่งไปปั๊มบอลกับกองหลังอิรักบอลทะลัก พีรพัฒน์วิ่งตามไปเปิดข้ามฟากกรอบเขตโทษไปอีกฝั่ง ทริสตอง โด สปีดเข้ามาซัดขวาโดยไม่จับ บอลโดนกองหลังอิรักเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

ประตูสุดท้าย เกิดขึ้นในเกมสุดท้ายบุกไปพบกับออสเตรเลีย นาทีที่ 82 ธีรทรเปิดเลียดจากกลางสนามให้ศิโรชเลี้ยงไปทางซ้ายของสนาม รอจังหวะส่งตัดกองหลังออสซี่ให้พีรพัฒน์เปิดเลียดพื้นเข้าในกรอบเขตโทษ ปกเกล้า ตวัดปั่นบอลเสียบใต้คานไปอย่างสวยงาม

จาก 6 ประตูที่ยิงได้ เรามาดูกันว่าเกิดในนาทีที่เท่าไหร่บ้าง

(http://www.mx7.com/i/087/MvcZEE.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6MWql6prRFkXUtI)

จะเห็นได้เลยว่าทีมไทยเราดูเหมือนจะเครื่องร้อนช้า หรือเปลี่ยนแผนการเล่น เลยสามารถยิงประตูได้ในครึ่งหลัง
และ 3 จาก 6 ลูกเป็นการเปิดแบบ cut back หรือส่งย้อนจากเส้นหลัง แสดงให้เห็นว่าปีกและแบ๊คของเราเปิดบอลลักษณะนี้ได้ดีพอสมควร
แต่หากมองลึกลงไปอีก เราทำประตูได้แค่ 1 ส่วน 4 ของประตูที่เสียไป นั่นหมายความว่าเรามักจะเสีย 2 ประตู ต่อ 1 เกมโดยเฉลี่ยนั่นเอง

ต่อไปเรามาดูดีกว่าว่าประตูที่เราเสียไป เสียในรูปแบบใดบ้าง โดยผมจะพยายามทำให้สั้นและกระชับที่สุดเพราะเราเสียประตูค่อนข้างเยอะพอควร

2. ประตูที่เสียไป
ทีมชาติไทยเราเสียไปทั้งหมด 24 ประตู โดย 4 ประตูเสียจากลูกจุดโทษ

เวลาและรูปแบบของการเสียประตู
หมายเหตุ : ฝั่งซ้ายเรา = ฝั่งที่ธีรทรหรือพีรพัฒน์เล่นเป็นหลัก
                ฝั่งขวาเรา = ฝั่งที่ทริสตอง โดหรืออดิสรเล่นเป็นหลัก

(http://www.mx7.com/i/003/8AVkHe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6MY5uURXUPheigW)

และถ้าหากเรามาแยกนาทีที่เสียประตูที่เสียไปนั้น จะได้ตามตารางด้านล่างนี้

(http://www.mx7.com/i/1d8/oDlIXN.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6MYig9qaPsMFRp6)

จากตารางแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยเราเสียประตูต่อคู่แข่งส่วนใหญ่ในการเริ่มเกม 30 นาทีแรก (เสียไป 8 ประตู) และที่สำคัญเราเสียประตูช่วงครึ่งเวลาหลังมากถึง 15 ประตู แต่ช่วงเวลาที่เสียประตูมากที่สุดคือช่วงเวลา 15 นาทีสุดท้ายของเกมอีกด้วย
ผมมองว่าความฟิตของนักเตะไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ยังมากไม่พอที่จะมีแรงจนเล่นกับทีมระดับหัวแถวเอเชียได้ถึง 90 นาที นอกจากนี้ ประตูที่เสียในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนั้นมีถึง 4 ประตู แสดงให้เห็นถึงสมาธิและพละกำลังช่วงท้ายเกมที่เรายังต้องปรับปรุงเป็นอีกอย่างมากเช่นกัน

และถ้าเราแยกรูปแบบการเสียประตูไปนั้น จะได้ตามตารางนี้

(http://www.mx7.com/i/29b/tiuSZe.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6MYv1nYnKl4cZeh)

จากตารางแสดงให้เห็นว่า คู่ต่อสู้ทำหรือเริ่มการทำประตูจากลูกเปิดจากทางฝั่งซ้ายของเราและระดับในการเปิดนั้นเป็นลูกเปิดแบบสูง ถึงแม้ว่าการจบสกอร์ของคู่ต่อสู้จะเป็นลูกยิงเสียส่วนใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเปิดไม่ว่าจะซ้ายหรือขวานั้นเป็นปัญหากับทีมชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่าเวลาที่แบ๊คทั้ง 2 ฝั่งของเราเสียตำแหน่ง จะเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเจาะและบอมบ์ใส่เรา ดังนั้นเกมด้านข้างนั้นเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อไหร่ที่แบ๊คบุกแล้วกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน จะมีช่องและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำเกมจากจุดนี้ได้

(http://www.mx7.com/i/0de/Pv27JA.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6N2Mbu6uhmPermU)

จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

2. รูปแบบการเล่นทีมชาติไทยหลังจากนี้จะเน้นการป้องกันเป็นหลัก นั่นหมายความว่าโอกาสบุกของเราจะน้อยลงตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือเกมสวนกลับ เราต้องฝึกฝนการต่อบอลให้น้อยครั้งและแม่นยำ และทุกครั้งที่มีโอกาส จังหวะสุดท้ายต้องเป็นการจบสกอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ประตูของทีม เพราะเท่าที่สังเกตจังหวะสุดท้ายเวลาทีมเราได้สวนกลับคือโดนแย่งบอลหรือทำบอลเสียเอง ทำให้กลับมารับไม่ทันและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำจังหวะเปิดจบสกอร์ของตนเองอีกด้วย

3. รูปแบบการป้องกันจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวา เรื่องความฟิตของนักกีฬาที่สามารถวิ่งได้เต็มกำลังเกิน 90 นาที และรวมไปถึงสมาธิกับเกมจนสิ้นเสียงนกหวีดจากกรรมการ สิ่งเหล่าที่หากเราสามารถเพิ่มความสามารถได้จะเป็นผลดีและเพิ่มศักยภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้


ผมและคนไทยทุกคนอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก และที่เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..

(http://www.mx7.com/i/0cd/XmBj0q.jpg) (http://www.mx7.com/view2/A6N3oParoBxilBLR)


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: POMPHUBES ที่ กันยายน 11, 2017, 10:13:43 PM
จบไปแล้วกับเวทีฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 ของทีมชาติไทยเราทั้ง 10 นัด เหล่าช้างศึกเราทำอย่างเต็มที่ทุกวินาที
แต่ผลสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของอีก 5 ทีมในกลุ่มได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าประตูที่ทีมชาติไทยยิงได้และถูกยิงมีในรูปแบบใดบ้าง

ป.ล. บทความนี้เป็นบทความแรกของผมและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกใจทั้งหมดแต่พร้อมรับคำติ-ชมครับ

ท่านวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก ขอชื่นชมครับ และหวังว่าจะเห็นบทความในลักษณะนี้อีก ในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย และแฟนบอลอย่างแท้จริง

สถิติและผลการแข่งขัน
แข่ง 10 นัด
ชนะ 0 นัด
เสมอ 2 นัด
แพ้ 8 นัด
แต้ม 2 คะแนน
ยิงได้ 6 ประตู
เสีย 24 ประตู

ซาอุดิอารเบีย 1 – 0 ไทย
ไทย 0 – 2 ญี่ปุ่น
ยูเออี 3 – 1 ไทย
อิรัก 4 – 0 ไทย
ไทย 2 -2 ออสเตรเลีย
ไทย 0 – 3 ซาอุดิอารเบีย
ญี่ปุ่น 4 – 0 ไทย
ไทย 1 – 1 ยูเออี
ไทย 1 – 2 อิรัก
ออสเตรเลีย 2 – 1 ไทย

1. ประตูที่ทำได้
เริ่มจากความภาคภูมิใจทั้ง 6 ประตูก่อนว่าทำได้อย่างไรบ้าง

ประตูแรก นัดไปเยือนยูเออี นาทีที่ 65 ผมไม่มั่นใจว่าชนาธิปหรือสารัชเป็นคนเปิด (เห็นตัวเล็กๆ) เปิดเลียดทะลุช่องให้ ธนา ชนะบุตรยิงด้วยเท้าซ้ายเลียดผ่านมือผู้รักษาประตูเสียบเสา 2 เข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูที่ 2 และ 3 เกิดขึ้นในเกมในบ้านพบกับออสเตรเลีย โดยลูกแรกนาทีที่ 20 ชนาธิปเปิด Killer Pass ให้ทริสตอง โด เปิดเลียดตัดเข้าในให้ธีรศิลป์ชาร์จตวัดไม่เกิน 3 หลาเข้าไป ส่วนประตูที่ 2 ได้จากจุดโทษนาทีที่ 57 ธีรทรโดยเตะจากด้านหลังล้มลงในเขตโทษ ธีรศิลป์รับหน้าที่ยิงและก็ไม่พลาด

ประตูที่ 4 นัดเหย้าเจอกับยูเออี นาทีที่ 69 พีรพัฒน์เปิดเลียดจากด้านซ้ายเข้าใน มงคลชาร์จหน้าประตูระยะ 2 หลาเข้าประตู

ประตูที่ 5 นัดในบ้านเจออิรัก เกิดในนาทีที่ 63 จังหวะขยันของพีรพัฒน์วิ่งไปปั๊มบอลกับกองหลังอิรักบอลทะลัก พีรพัฒน์วิ่งตามไปเปิดข้ามฟากกรอบเขตโทษไปอีกฝั่ง ทริสตอง โด สปีดเข้ามาซัดขวาโดยไม่จับ บอลโดนกองหลังอิรักเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

ประตูสุดท้าย เกิดขึ้นในเกมสุดท้ายบุกไปพบกับออสเตรเลีย นาทีที่ 82 ธีรทรเปิดเลียดจากกลางสนามให้ศิโรชเลี้ยงไปทางซ้ายของสนาม รอจังหวะส่งตัดกองหลังออสซี่ให้พีรพัฒน์เปิดเลียดพื้นเข้าในกรอบเขตโทษ ปกเกล้า ตวัดปั่นบอลเสียบใต้คานไปอย่างสวยงาม

จาก 6 ประตูที่ยิงได้ เรามาดูกันว่าเกิดในนาทีที่เท่าไหร่บ้าง

([url]http://www.mx7.com/i/087/MvcZEE.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6MWql6prRFkXUtI[/url])

จะเห็นได้เลยว่าทีมไทยเราดูเหมือนจะเครื่องร้อนช้า หรือเปลี่ยนแผนการเล่น เลยสามารถยิงประตูได้ในครึ่งหลัง
และ 3 จาก 6 ลูกเป็นการเปิดแบบ cut back หรือส่งย้อนจากเส้นหลัง แสดงให้เห็นว่าปีกและแบ๊คของเราเปิดบอลลักษณะนี้ได้ดีพอสมควร
แต่หากมองลึกลงไปอีก เราทำประตูได้แค่ 1 ส่วน 4 ของประตูที่เสียไป นั่นหมายความว่าเรามักจะเสีย 2 ประตู ต่อ 1 เกมโดยเฉลี่ยนั่นเอง

ต่อไปเรามาดูดีกว่าว่าประตูที่เราเสียไป เสียในรูปแบบใดบ้าง โดยผมจะพยายามทำให้สั้นและกระชับที่สุดเพราะเราเสียประตูค่อนข้างเยอะพอควร

2. ประตูที่เสียไป
ทีมชาติไทยเราเสียไปทั้งหมด 24 ประตู โดย 4 ประตูเสียจากลูกจุดโทษ

เวลาและรูปแบบของการเสียประตู
หมายเหตุ : ฝั่งซ้ายเรา = ฝั่งที่ธีรทรหรือพีรพัฒน์เล่นเป็นหลัก
                ฝั่งขวาเรา = ฝั่งที่ทริสตอง โดหรืออดิสรเล่นเป็นหลัก

([url]http://www.mx7.com/i/003/8AVkHe.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6MY5uURXUPheigW[/url])

และถ้าหากเรามาแยกนาทีที่เสียประตูที่เสียไปนั้น จะได้ตามตารางด้านล่างนี้

([url]http://www.mx7.com/i/1d8/oDlIXN.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6MYig9qaPsMFRp6[/url])

จากตารางแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยเราเสียประตูต่อคู่แข่งส่วนใหญ่ในการเริ่มเกม 30 นาทีแรก (เสียไป 8 ประตู) และที่สำคัญเราเสียประตูช่วงครึ่งเวลาหลังมากถึง 15 ประตู แต่ช่วงเวลาที่เสียประตูมากที่สุดคือช่วงเวลา 15 นาทีสุดท้ายของเกมอีกด้วย
ผมมองว่าความฟิตของนักเตะไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ยังมากไม่พอที่จะมีแรงจนเล่นกับทีมระดับหัวแถวเอเชียได้ถึง 90 นาที นอกจากนี้ ประตูที่เสียในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนั้นมีถึง 4 ประตู แสดงให้เห็นถึงสมาธิและพละกำลังช่วงท้ายเกมที่เรายังต้องปรับปรุงเป็นอีกอย่างมากเช่นกัน

และถ้าเราแยกรูปแบบการเสียประตูไปนั้น จะได้ตามตารางนี้

([url]http://www.mx7.com/i/29b/tiuSZe.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6MYv1nYnKl4cZeh[/url])

จากตารางแสดงให้เห็นว่า คู่ต่อสู้ทำหรือเริ่มการทำประตูจากลูกเปิดจากทางฝั่งซ้ายของเราและระดับในการเปิดนั้นเป็นลูกเปิดแบบสูง ถึงแม้ว่าการจบสกอร์ของคู่ต่อสู้จะเป็นลูกยิงเสียส่วนใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเปิดไม่ว่าจะซ้ายหรือขวานั้นเป็นปัญหากับทีมชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่าเวลาที่แบ๊คทั้ง 2 ฝั่งของเราเสียตำแหน่ง จะเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเจาะและบอมบ์ใส่เรา ดังนั้นเกมด้านข้างนั้นเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อไหร่ที่แบ๊คบุกแล้วกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน จะมีช่องและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำเกมจากจุดนี้ได้

([url]http://www.mx7.com/i/0de/Pv27JA.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6N2Mbu6uhmPermU[/url])

จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

2. รูปแบบการเล่นทีมชาติไทยหลังจากนี้จะเน้นการป้องกันเป็นหลัก นั่นหมายความว่าโอกาสบุกของเราจะน้อยลงตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือเกมสวนกลับ เราต้องฝึกฝนการต่อบอลให้น้อยครั้งและแม่นยำ และทุกครั้งที่มีโอกาส จังหวะสุดท้ายต้องเป็นการจบสกอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ประตูของทีม เพราะเท่าที่สังเกตจังหวะสุดท้ายเวลาทีมเราได้สวนกลับคือโดนแย่งบอลหรือทำบอลเสียเอง ทำให้กลับมารับไม่ทันและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำจังหวะเปิดจบสกอร์ของตนเองอีกด้วย

3. รูปแบบการป้องกันจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวา เรื่องความฟิตของนักกีฬาที่สามารถวิ่งได้เต็มกำลังเกิน 90 นาที และรวมไปถึงสมาธิกับเกมจนสิ้นเสียงนกหวีดจากกรรมการ สิ่งเหล่าที่หากเราสามารถเพิ่มความสามารถได้จะเป็นผลดีและเพิ่มศักยภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้


ผมและคนไทยทุกคนอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก และที่เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..

([url]http://www.mx7.com/i/0cd/XmBj0q.jpg[/url]) ([url]http://www.mx7.com/view2/A6N3oParoBxilBLR[/url])



หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: POMPHUBES ที่ กันยายน 11, 2017, 10:14:52 PM
ท่านวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก ขอชื่นชมครับ และหวังว่าจะเห็นบทความในลักษณะนี้อีก ในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย และแฟนบอลอย่างแท้จริง


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: msocial ที่ กันยายน 11, 2017, 10:46:52 PM
ในรอบนี้ ครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: hartmann ที่ กันยายน 11, 2017, 11:07:52 PM
สุโค่ย 10 โหลก 5 จอก 1 มวน


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: soso048 ที่ กันยายน 11, 2017, 11:58:16 PM
ละเอียดมากครับ ยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: NR ที่ กันยายน 12, 2017, 08:25:16 AM
กระทู้ที่มีคุณค่า ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 12, 2017, 08:41:20 AM
ในรอบนี้ ครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ

ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้ดูทีมชาติไทยในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแบบจริงๆจังๆก็คราวนี้เองครับ
ต้องขออภัยที่ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้จริงๆ
แต่เหมือนว่าเราเพิ่งเคยเล่นถึงรอบนี้เป็นครั้งที่ 2 เอง ใช่หรือเปล่าหว่า?


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 12, 2017, 08:44:23 AM
ขอขอบคุณทุกท่านเช่นกันครับ พอดีมีโอกาสเลยเกิดกระทู้นี้ขึ้นมา
ใจจริงอยากเขียนให้ลึกกว่านี้ แต่ด้วยงานหลัก เวลา และความรู้ทางด้านฟุตบอลนั้น
ผมก็เป็นเพียงแฟนบอลคนนึง การวิเคราะห์อาจจะไม่ถูกต้องหรือผิดรูปแบบที่ควรจะเป็น

แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ แบ่งปันความรู้เพื่อสิ่งที่เรารักกันดีกว่า ^_____^


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: เซลล์โรงพิมพ์ ที่ กันยายน 12, 2017, 09:00:02 AM
ละเอียดยิบ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: Nakhoniqe Dunnesta ที่ กันยายน 12, 2017, 09:08:06 AM
ท้ายเกมส์  ยังเป็นปัญหาใหญ่กับทีมชาติไทย


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: -3- ที่ กันยายน 12, 2017, 09:46:31 AM
ขอบคุณสำหรับบทความครับ

จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

ขอเสนอว่าบอลถ้วยลีกคัพ ให้ใช้กฎเดียวกับ T4 ไปเลยครับ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: Aneak ที่ กันยายน 12, 2017, 11:15:37 AM
+1 ครับ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: PATRIOT of SIAM ที่ กันยายน 12, 2017, 11:26:06 AM
เยี่ยมครับ  จากสถิติ ไทยมักเสียประตูด้วยการยิง มากกว่าการโหม่งทำประตู


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 12, 2017, 12:35:17 PM
เยี่ยมครับ  จากสถิติ ไทยมักเสียประตูด้วยการยิง มากกว่าการโหม่งทำประตู

ถูกต้องครับ ถึงแม้ว่าจะโดนยิงมากกว่า แต่ก่อนยิงส่วนใหญ่เป็นการเปิดบอลจากซ้ายและขวา
ผมสังเกตว่าเรามีปัญหาด้านการบังบอล+ประกบตัวหน้ากรอบเขตโทษ ทำให้คู่ต่อสู้เปิดบอลได้และมีโอกาสทำประตุ เลยอยากให้ทีมงานเพิ่มเติมจุดอ่อนนี้ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: nolife ที่ กันยายน 12, 2017, 03:19:31 PM
อยากให้สถิติ การตัดฟาวล์ และการเสียฟาวล์ด้วยครับ
ผมว่าไทยเรายังไม่เน้นตัดฟาวล์ทางเทคนิค คือตัดเกมในเเดนคู่ต่อสู้ และในแดนกลาง ทีมที่เคี่ยวๆ พอเขาเสียบอล เขารีบตัดฟาวล์ทันที


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: bungart ที่ กันยายน 12, 2017, 03:25:11 PM
ครับ..เป็นกระจกชั้นดีครับ กับข้อมูลในเชิงเป็นสถิติ  ผมได้ดูบอลไทยมาตลอดทั้งสองครั้งที่หลุดมารอบนี้ ได้ดูซีเกมส์มาสิบกว่าครั้ง ได้ดูเอเชี่ยนเกมส์มาตลอด รวมทั้งอาเซี่ยนคัพทุกครั้งและจะแทบทุกแมทที่ไทยลงเล่น บอกได้เลยว่าทุกวันนี้นักเตะเราเก่งขึ้นมาก วินัยดีขึ้น ร่างกายดูดีขึ้นทั้งความสูง หนา รูปแบบแปลกตาขึ้น....แต่เพื่อนบ้านเราในระดับเอเชียเค้าดีกว่าเราเยอะมาก อย่างญี่ปุ่นไปไกลมาก ไม่ใช่เราไม่พัฒนานะ เค้าพัฒนาจนเราพัฒนาตามไม่ทัน ยังดูอยู่ว่าเรายังไม่ไปใหนในช่วง 5 ปีนี้ ยังอยู่เหนืออาเซี่ยนแต่ไม่ใช่ท๊อปเอเชีย คนที่ทำบอลยังไม่สามารถดันนักเตะขึ้นไปได้ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ถึงแม้เราจะฆ่าเค้าให้ตายเค้าก็ไม่สามารถสนองตัณหาแฟนบอลที่คาดหวังแบบไม่ดูเงาหัวตัวเองได้...ผมชอบประโยคสุดท้ายของ จกท.เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..เนี่ยละครับที่เป็นหน้าที่เรา ไม่ใช่รอเสียบ รอซ้ำเวลาแพ้มา...


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 12, 2017, 05:05:39 PM
อยากให้สถิติ การตัดฟาวล์ และการเสียฟาวล์ด้วยครับ
ผมว่าไทยเรายังไม่เน้นตัดฟาวล์ทางเทคนิค คือตัดเกมในเเดนคู่ต่อสู้ และในแดนกลาง ทีมที่เคี่ยวๆ พอเขาเสียบอล เขารีบตัดฟาวล์ทันที

โห งานหินมากครับ คงต้องเปิดดูเกมย้อนหลังทั้งหมดแล้วเก็บรายละเอียดตอนฟาว
อันนี้ขอเก็บไว้เป็นการบ้านนะครับ หากมีเวลาจะพยายามทำมาแบ่งปันให้อ่านกันแน่นอน :)


หัวข้อ: Re: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด
เริ่มหัวข้อโดย: lucklocker ที่ กันยายน 12, 2017, 05:10:54 PM
ครับ..เป็นกระจกชั้นดีครับ กับข้อมูลในเชิงเป็นสถิติ  ผมได้ดูบอลไทยมาตลอดทั้งสองครั้งที่หลุดมารอบนี้ ได้ดูซีเกมส์มาสิบกว่าครั้ง ได้ดูเอเชี่ยนเกมส์มาตลอด รวมทั้งอาเซี่ยนคัพทุกครั้งและจะแทบทุกแมทที่ไทยลงเล่น บอกได้เลยว่าทุกวันนี้นักเตะเราเก่งขึ้นมาก วินัยดีขึ้น ร่างกายดูดีขึ้นทั้งความสูง หนา รูปแบบแปลกตาขึ้น....แต่เพื่อนบ้านเราในระดับเอเชียเค้าดีกว่าเราเยอะมาก อย่างญี่ปุ่นไปไกลมาก ไม่ใช่เราไม่พัฒนานะ เค้าพัฒนาจนเราพัฒนาตามไม่ทัน ยังดูอยู่ว่าเรายังไม่ไปใหนในช่วง 5 ปีนี้ ยังอยู่เหนืออาเซี่ยนแต่ไม่ใช่ท๊อปเอเชีย คนที่ทำบอลยังไม่สามารถดันนักเตะขึ้นไปได้ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ถึงแม้เราจะฆ่าเค้าให้ตายเค้าก็ไม่สามารถสนองตัณหาแฟนบอลที่คาดหวังแบบไม่ดูเงาหัวตัวเองได้...ผมชอบประโยคสุดท้ายของ จกท.เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..เนี่ยละครับที่เป็นหน้าที่เรา ไม่ใช่รอเสียบ รอซ้ำเวลาแพ้มา...

ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับคำชม มีกำลังใจเขียนเยอะเลย :)
อันที่จริงผมก็ได้ดูบอลไทยเรามานานพอสมควร เพียงแต่คราวนี้แตกต่างตรงที่เราให้ความสำคัญเพราะครั้งนี้เป็น 1 ในโอกาสที่เราเข้าใกล้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งหนึ่ง ประจวบกับเวลาเอื้ออำนวยด้วย จึงเกิดมาเป็นกระทู้นี้ครับ

สมาคมฯ คงมีทีมงานเก็บสถิติอยู่แล้วและเป็นระบบเชิงลึกกว่า แต่แฟนบอลอย่างเราเข้าไม่ถึงข้อมูลส่วนนั้น ผมจึงเกิดไอเดียเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา และจะพยายามเก็บและแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ด้วยครับ