Thailandsusu Webboard
พฤษภาคม 30, 2017, 10:15:12 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักคำสอนนี้ผิดถูกเช่นไร  (อ่าน 5706 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 09:11:04 AM »

กฎไตรลักษณ์ คือ กฎธรรมดาโลก ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกสรรพสิ่งไม่ว่า เป็นรูปธรรม หรือนามธรรม ล้วนตกอยู่ใต้อำนาจของกฎไตรลักษณ์หมด คือ ไม่เที่ยง(เปลี่ยนแปลง) เป็นทุกข์ (ทนได้ยาก) ไม่มีตัวตน(อนัตตา-ว่างเปล่า) ไม่มีอะไรที่จะยึดถือเอาเป็นเรา เป็นของของเรา

การยอมรับความจริงตามกฎไตรลักษณ์ หรือกฎธรรมดาโลกนี้ ด้วยปัญญา เพราะความรู้แจ้ง เห็นจริงแล้ว ก็สามารถปล่อย ละ วาง การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวงได้ ทุกข์ก็ดับไป ไม่มีสิ่งใดเข้ามาครอบงำจิตใจให้เป็นทุกข์ได้

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
kik2508
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +24/-11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 10:22:39 AM »

กฎไตรลักษณ์ เป็นกฏธรรมชาติ สอนไม่ให้เราลืมตน ทุกสิ่งไม่แน่นอน ไม่เที่ยง  แม้แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้าก็มีอายุแค่ 5000 ปีเท่านั้น เราโชคดีแล้วที่เกิดในยุค พ.ศ.2500 ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสูงสุด นับตั้งแต่ พ.ศ.2501-5000 จะเป็นยุคเสื่อมจนสาปสูญไปเลย จนกว่าจะมีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่
บันทึกการเข้า
thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +713/-1167
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,461


new world order


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 01:48:24 PM »

ถ้าจะศึกษาพุทธผมว่าควรจะมองก่อนที่ฮินดูจะเข้ามามีบทบาทในศาสนามากกว่า ไม่มี นรก สวรรค์ ชาติโน้นชาตินี้ ไม่มีแสตนด์อินมาให้ดูเวอร์ ผมว่าศึกษาเต๋าจะใกล้เคียงกับพุทธที่พระพุทธเจ้าสอนมากกว่าพุทธในไทยเยอะ
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
Hayeena
Full Member
***

คะแนนความรัก: +64/-38
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 861



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 02:52:12 PM »

หลักคำสอนนี้ถูกต้องครับ ที่เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้เพราะยังยึดติดอยู่ในขันธ์ 5 โดยย่อเหลือเพียงแค่รูปกับนาม ซึ่งขันธ์ 5 นี้ย่อมไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปและแน่นอนรูปกับนามก็ย่อมอยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์นี้ด้วย
บันทึกการเข้า
Mr เยสโนว์โอเคโคคาโคล่า
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +292/-69
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,594


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 05:06:14 PM »

ดูซีรีย์  พุทธเจ้ามหาศาสดาโลกแค่นี้จบปิ้ง
บันทึกการเข้า

เชียรทีมชาติไทยเป็นอันดับแรก!!!
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +555/-516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,601



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 05:29:22 PM »

การกราบไหว้พระพุทธรูปมาได้อย่างไรในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ไหว้พวกรูปปั้นหรือรูปเคารพ
บันทึกการเข้า
deawfico
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +264/-879
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,750



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 05:06:53 PM »

ผมมองว่า กฎสังขารไม่เที่ยงนี่ ในอนาคตความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ก็จะทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ตลอดได้โดยไม่ตาย ด้วยการปลูกถ่ายเซลใหม่ เปลี่ยนหัว เปลี่ยนคอ เปลี่ยนแขนได้ เหมือนที่คนโบราณใครจะคิดว่าสักวันนึงคนจะไปขึ้นถึงดวงจันทร์ได้ หรือเหล็กจะลอยบนท้องฟ้าได้ประมาณนั้น.. บางทีกฏเกณฑ์ที่มีแต่โบราณก็อาจเปลี่ยนได้นะ..
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2016, 08:28:51 AM »

"..ถ้าอารมณ์ใจของเรา ยังมีความผูกพันในร่างกายของเราก็ดี ว่าเป็นเรา เป็นของเรา หรือผูกพันในร่างกายของคนอื่นก็ดี มีความผูกพันในทรัพย์สมบัติทั้งหลายในโลกก็ดี ก็ชื่อว่าเป็นอารมณ์จิตอย่างนี้เป็นอารมณ์จิตที่ประกอบไปด้วยตัณหา ก็จะต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร ไม่มีที่สิ้นสุด.."

ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Jone500
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +227/-762
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,756



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2016, 09:00:59 AM »

ศาสนาเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยู่ในกรอบในยุคที่มนุษย์ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากฏหมายโดยปลูกฝังความเชื่อเกี่ยวกับบาปเพื่อให้มนุษย์เกรงกลัว
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Full Member
***

คะแนนความรัก: +66/-81
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2016, 09:08:19 AM »

กฎไตรลักษณ์ เป็นกฏธรรมชาติ สอนไม่ให้เราลืมตน ทุกสิ่งไม่แน่นอน ไม่เที่ยง  แม้แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้าก็มีอายุแค่ 5000 ปีเท่านั้น เราโชคดีแล้วที่เกิดในยุค พ.ศ.2500 ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสูงสุด นับตั้งแต่ พ.ศ.2501-5000 จะเป็นยุคเสื่อมจนสาปสูญไปเลย จนกว่าจะมีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่

ไม่จำเป็นต้องรอพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ถ้าผู้มีอำนาจในวงการจะไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และปรับบรรญัติให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ ให้เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชนได้ ไม่ใช่มอมเมา
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 23, 2017, 12:52:29 PM »

....อรูปฌาน กับ อนัตตา...เห็นเหมือนกันว่า ทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไร สุดท้าย สลายหายไป ยึดไม่ได้จับไม่ได้ จึงไม่ยึดจึงไม่จับ ปล่อยวาง ว่างไม่มีจุดหมายปลายทาง เมื่อหมดกำลังฌาน กลับมาใหม่ ....เอามาพิจารณาควบกับความตาย มรณานุสติ เห็นจริงในมรณัสติ อนัตตาไปต่อหน้าต่อตา น้อมนำมาเข้าสู่ตน  เหตุที่ตายเพราะมีเกิด เหตุที่เกิด เพราะกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม มันซ้ำไปซ้ำมา เกิดดับๆ เห็นเหตุ จึงแก้ที่เหตุ ...ในเมื่อมันอนัตตา ทุกสรรพชีวิต ทุกสรรพสิ่งอนัตตา แต่ต้องกลับมาอนัตตาอีกอยู่ร่ำไป เพราะยังมีเหตุอยู่ .ยังมีเกิดอยู่...วางตาย วางเกิด...กระทำทั้งหลายๆ เพื่อวางตาย วางเกิด เข้าพระนิพพาน....พระนิพพานจึงเป็นจุดหมายปลายทางของอรูปพรหม ของอนัตตา...
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2017, 12:08:57 AM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1825221747743163&id=1395770040688338  รายนามอรหันต์
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
๕ แพะ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2274/-2360
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,810



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2017, 05:46:32 AM »

อืม....
บันทึกการเข้า



"คนไร้ฝัน ชิวิตวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป็นจริง"
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 10:52:16 AM »

โอเวน เชียร์เรอร  หรือแม้แต่เนร์มา ซัวเรส  เก่งขนาดไหนก็ต้องเป็นอดีตนักเตะเช่นกัน
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
daniz24
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +61/-56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,416



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 11:12:34 AM »

โลกนี้วุ่นวายเพราะใจคนสับสน ใจคนสับสนเพราะไม่เข้าใจสภาวะความเป็นจริง เมื่อไม่เข้าใจสภาวะความเป็นจริงก็ทุกข์ พอทุกข์ก็เกิดความวุ่นวายทั้งกายทั้งใจ
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 09:45:20 AM »

ถ้าเราหวังพระนิพพาน

.....ตอน นี้ถ้าเราหวังนิพพาน นิพพานก็ต้องตั้งใจไว้ ถ้าบุญบารมีไม่เกินวิสัยจะไปได้ ขอไปชาตินี้ นี่สำหรับท่านที่ได้มโนมยิทธิตั้งใจจับรูปพระพุทธเจ้าตรง แล้วไปนิพพานเลย พอถึงนิพพานก็ตัดสินใจว่า ถ้าร่างกายตายเมื่อไหร่ขอมาที่นี่แห่งเดียว เพียงเท่านี้บรรดาท่านพุทธบริษัทคิดทุกวันนะ อย่าลืมนะ ถ้าจะให้ดีก็ก่อนหลับก็สมาทานศีลพร้อมกับปฏิญาณตนว่า เวลาหลับจะรักษาศีลอย่างเคร่งครัดไม่ให้ศีลขาด (หัวเราะ)

.....พระพุทธเจ้าบอก “สัจจัง เว อมตะ วาจา. วาจาสัตย์เป็นวาจาไม่ตาย ของจริง”

.....ฉันพูดให้ทุกคนบริสุทธิ์ในศีลเวลาหลับ แต่ว่าไม่ได้นะ บางทีหลับฝันไปอยากตีปราสาทนี่ บาปนะ

โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(วัดท่าซุง)
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
ppisanusan
Newbie
*

คะแนนความรัก: +32/-14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 10:30:59 AM »

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่?....

โยม “ชาติหน้ามีจริงไหมครับ?”
หลวงปู่ชา “ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ?”
โยม “เชื่อครับ”
หลวงปู่ชา “ถ้าเชื่อคุณก็โง่”
คำพูดดังกล่าวของหลวงปู่เล่นเอาคนถามงง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ซึ่งหลวงปู่ชา ได้อธิบายไว้ว่า....
"หลายคนถามอาตมาเรื่องนี้ อาตมาก็ถามเขาอย่างนี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม ถ้าเชื่อก็โง่ เพราะอะไร? ก็เพราะมันไม่มีหลักฐานพยานอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ทีนี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนตายแล้วเกิดหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีพาผมไปดูหน่อยได้ไหม เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็นเหตุให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทีนี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม ถ้ามีพาไปดูได้ไหม อย่างนี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่งนี้มันเป็นของที่จะหยิบยกมาเป็นวัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้
ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่า ชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องถามว่า คนตายแล้วจะเกิดหรือไม่เกิด อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา “ หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้เรื่องราวของตนเองในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร นี้คือสิ่งที่เราต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย”
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราถือเอาปัจจุบันเป็นเหตุของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันเป็นเหตุของอนาคต คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็นเหตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวานเสียแล้ว นี่คือเหตุที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราพิจารณาเหตุทั้งหลายในปัจจุบัน เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าปัจจุบันเราสร้างเหตุไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง”

หลวงปู่ชา สุภทฺโท
บันทึกการเข้า

Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +125/-221
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,642


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 07:13:13 PM »

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่?....

โยม “ชาติหน้ามีจริงไหมครับ?”
หลวงปู่ชา “ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ?”
โยม “เชื่อครับ”
หลวงปู่ชา “ถ้าเชื่อคุณก็โง่”
คำพูดดังกล่าวของหลวงปู่เล่นเอาคนถามงง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ซึ่งหลวงปู่ชา ได้อธิบายไว้ว่า....
"หลายคนถามอาตมาเรื่องนี้ อาตมาก็ถามเขาอย่างนี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม ถ้าเชื่อก็โง่ เพราะอะไร? ก็เพราะมันไม่มีหลักฐานพยานอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ทีนี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนตายแล้วเกิดหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีพาผมไปดูหน่อยได้ไหม เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็นเหตุให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทีนี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม ถ้ามีพาไปดูได้ไหม อย่างนี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่งนี้มันเป็นของที่จะหยิบยกมาเป็นวัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้
ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่า ชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องถามว่า คนตายแล้วจะเกิดหรือไม่เกิด อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา “ หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้เรื่องราวของตนเองในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร นี้คือสิ่งที่เราต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย”
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราถือเอาปัจจุบันเป็นเหตุของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันเป็นเหตุของอนาคต คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็นเหตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวานเสียแล้ว นี่คือเหตุที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราพิจารณาเหตุทั้งหลายในปัจจุบัน เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าปัจจุบันเราสร้างเหตุไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง”

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

สาธุครับ
บันทึกการเข้า
ิballvat
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +61/-324
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 520


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 07:43:31 PM »

ถ้าอยากบรรลุธรรม เลยต้องไปนั่งหลับหูหลับตา หายใจต้องพิเศษกว่าปกติ เดินก็ต้องเดินพิเศษกว่าปกติ   เพื่อหวังนิพพาน ถ้าเช่นนั้น นิพพานก็จะยิ่งอยู่ไกล ไป  เอาแบบง่ายๆ ก่อนเลยครับ ถ้าอยากปฏิบัติธรรม   แค่ในชีวิตประจำวัน 
                                            คุณละอายใจตัวไหม เมื่อมีโอกาสคุณแซงคิว   
                                            คุณละอายใจไหม เมื่อมีโอกาส ทิ้งขยะเรือราดโดยที่ไม่มีใครมองเห็น
                                            คุณละอายใจไหม เมื่อมีโอกาสลูกให้ สตรีและเด็กนั่งบนรถเมย์ แต่คุณก็ตัดสินใจยาก จนพลาดโอกาส
                                            คุณเคยละอายใจตัวเองไหม เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านขอแรงลูกบ้านพัฒนาตัดหญ้ารอบหมู่บ้านแต่คุณอ้างไม่ว่าง
                                            คุณเคยละอายใจตัวเองไหม ที่ต้องซื้อเสื้อทีมชาติละเมิดลิกขสิทธิ์ เพื่อความประหยัด
เหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะบ่งบอกว่า คุณรักตัวคุณ รักตัวตนของตัวเอง มากแค่ไหน (เห็นแก่ตัว) มันๆๆๆคือกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ฝังแน่นมากๆๆๆๆ ในใจเราๆท่าน ถ้าจะไปนั่งหลับหูหลับ ตาสมาธิ  กำจัดกิเลส ที่ผมยกมาให้ได้ก่อน แล้วการนั่งหลับหูหลับตาสมาธิก็จะ พลอยได้ผล
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1101/-1772
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,302



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2017, 01:51:20 PM »

"...ให้ทราบว่าโลกนี้ไม่มีแก่นสารอันใด เกิดมาแล้วก็ตาย เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ที่จะเอาได้ก็เป็นเรื่องของดวงจิตเท่านั้น ฉะนั้น จึงให้รู้จักทำจิตใจคลายจากความชั่ว ความเศร้าหมอง ทำจิตใจให้เป็นบุญเป็นกุศล เป็นจิตใจที่สงบผ่องใสเป็นสมาธิ ให้รู้จักใช้ปัญญาพิจารณารูปนามให้เห็นตามความเป็นจริงของสังขาร จนสามารถละวางตัณหาอุปาทานทั้งหลายได้..."

:  หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
integrity
<< เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป >>
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +7/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 325


ป๋มชื่ออาชิมก๊าบ


| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2017, 04:20:31 PM »

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
บันทึกการเข้า

free image hosting <<<<<<<<<<<<<< รักทีมไทย >>>>>>>>>>>>>>
chakaka
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +95/-185
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,820


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2017, 08:11:20 PM »

เทคโนโลยีสมัยนี้ ก็คือเวทมนต์อย่างหนึ่ง

ศาสนาใหม่ของโลกคือวิทยาศาสตร์
บันทึกการเข้า
paradize_9 level
Newbie
*

คะแนนความรัก: +25/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2017, 08:26:41 PM »

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่?....

โยม “ชาติหน้ามีจริงไหมครับ?”
หลวงปู่ชา “ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ?”
โยม “เชื่อครับ”
หลวงปู่ชา “ถ้าเชื่อคุณก็โง่”
คำพูดดังกล่าวของหลวงปู่เล่นเอาคนถามงง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ซึ่งหลวงปู่ชา ได้อธิบายไว้ว่า....
"หลายคนถามอาตมาเรื่องนี้ อาตมาก็ถามเขาอย่างนี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม ถ้าเชื่อก็โง่ เพราะอะไร? ก็เพราะมันไม่มีหลักฐานพยานอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ทีนี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนตายแล้วเกิดหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีพาผมไปดูหน่อยได้ไหม เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็นเหตุให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทีนี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม ถ้ามีพาไปดูได้ไหม อย่างนี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่งนี้มันเป็นของที่จะหยิบยกมาเป็นวัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้
ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่า ชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องถามว่า คนตายแล้วจะเกิดหรือไม่เกิด อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา “ หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้เรื่องราวของตนเองในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร นี้คือสิ่งที่เราต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย”
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราถือเอาปัจจุบันเป็นเหตุของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันเป็นเหตุของอนาคต คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็นเหตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวานเสียแล้ว นี่คือเหตุที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราพิจารณาเหตุทั้งหลายในปัจจุบัน เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าปัจจุบันเราสร้างเหตุไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง”

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

ขอบคุณครับ หลวงปู่ ท่านเปรียบเทียบได้เห็นภาพอย่างชัดเจน จริงๆ ครับ....ผมจะจำไปสอนลูกหลาน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!